ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความในข้อ ๒ (๗) (๗.๒) แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ ลงวันที่ ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
(๗.๒) ของที่ได้จากการนำวัตถุดิบเข้ามาผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือดำเนินการอื่นใดในลักษณะอุตสาหกรรมในเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรหรือในเขตประกอบการเสรีตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งนำมาจำหน่ายหรือบริโภคภายในประเทศให้ลดอัตราอากรศุลกากรลงเหลือในอัตราร้อยละ ๐
การลดอัตราอากรศุลกากรสำหรับของตาม (๗.๒) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(ก) ให้กำหนดความหมายของคำ ดังต่อไปนี้
(๑) คำว่า ราคาของของหน้าโรงงาน (Ex-Factory) หมายถึง ผลรวมของมูลค่าวัตถุดิบที่ได้ถิ่นกำเนิดในประเทศไทย มูลค่าวัตถุดิบที่ได้ถิ่นกำเนิดจากประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มูลค่าวัตถุดิบที่นำเข้าจากประเทศอื่นหรือมูลค่าวัตถุดิบที่ไม่สามารถระบุถิ่นกำเนิดได้ ต้นทุนค่าแรง ต้นทุนการผลิตอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทยเพื่อให้ได้มาซึ่งของนั้นและกำไร
(๒) คำว่า มูลค่าวัตถุดิบที่นำเข้าจากประเทศอื่นหรือมูลค่าวัตถุดิบที่ไม่สามารถระบุถิ่นกำเนิดได้ หมายถึง ราคา CIF ของวัตถุดิบที่นำเข้าจากประเทศอื่นที่มิใช่ประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือวัตถุดิบที่ไม่สามารถระบุถิ่นกำเนิดได้
(๓) คำว่า วัตถุดิบที่ได้ถิ่นกำเนิดในประเทศไทย หมายถึง
(๓.๑) วัตถุดิบที่ทั้งหมดได้จากในประเทศไทย ดังต่อไปนี้
(๓.๑.๑) ผลิตภัณฑ์แร่ธาตุ ซึ่งสกัดมาจากพื้นดิน พื้นน้ำ หรือจากท้องทะเลของประเทศไทย
(๓.๑.๒) ผลิตผลทางการเกษตร ซึ่งเก็บเกี่ยวได้ในประเทศไทย
(๓.๑.๓) สัตว์ที่มีกำเนิดและเลี้ยงเติบโตในประเทศไทย
(๓.๑.๔) ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ตามข้อ (๓.๑.๓)
(๓.๑.๕) ผลิตผลที่ได้จากการล่าสัตว์ การประมง การทำฟาร์ม การเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ ที่กระทำในประเทศไทย
(๓.๑.๖) ผลิตผลที่ได้จากการประมงทางทะเล หรือผลิตผลอื่นที่ได้จากทะเลโดยเรือของประเทศไทย
(๓.๑.๗) สินค้าที่ผลิตขึ้นและ/หรือทำขึ้นบนเรือผลิตสินค้าของประเทศไทยโดยเฉพาะจากผลิตผลตามข้อ (๓.๑.๖)
(๓.๑.๘) ของที่ใช้แล้วซึ่งรวบรวมได้ในประเทศไทยเฉพาะที่เหมาะสำหรับการนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบ
(๓.๑.๙) เศษของของที่เกิดจากการผลิตที่ทำในประเทศไทย
(๓.๑.๑๐) สินค้าที่ผลิตขึ้นในประเทศไทยโดยเฉพาะจากผลิตภัณฑ์ตามข้อ (๓.๑.๑) ถึงข้อ (๓.๑.๙) หรือ
(๓.๒) วัตถุดิบที่ผ่านกระบวนการผลิตในประเทศไทยรวมถึงเขตปลอดอากรหรือเขตประกอบการเสรี ซึ่งวัตถุดิบนั้นต้องได้รับการรับรองว่าได้มาจากกระบวนการผลิตที่เป็นสาระสำคัญของการจัดทำวัตถุดิบนั้น และต้องไม่เป็นกระบวนการผลิตอย่างง่าย
การรับรองดังกล่าวข้างต้นให้เป็นไปตามระเบียบพิธีการศุลกากรที่กรมศุลกากรกำหนดและไม่ตัดสิทธิของกรมศุลกากร ที่จะทำการตรวจสอบความถูกต้องของกระบวนการผลิตในประเทศไทย
(๔) คำว่า กระบวนการผลิตอย่างง่าย หมายถึง ขั้นตอนหรือกระบวนการที่ให้ผลน้อยที่สุดต่อคุณลักษณะหรือคุณสมบัติอันเป็นสาระสำคัญของของการดำเนินการถนอมรักษาเพื่อประกันว่า ของนั้นจะยังอยู่ในสภาพที่ดีระหว่างการขนส่งและการเก็บรักษา การอำนวยความสะดวกในการส่งสินค้าหรือการขนส่ง หรือการบรรจุหีบห่อ การเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ การแบ่งบรรจุ การแบ่งของกองการจัดกลุ่มเป็นหีบห่อเล็ก ๆ การจัดให้เป็นชุด การเอาหีบห่อออก การบรรจุหีบห่ออีกครั้ง หรือการนำเสนอสินค้าเพื่อการขนส่งหรือการขาย และให้หมายความรวมถึง
(๔.๑) การผึ่งลม การระบายอากาศ การทำให้แห้ง การทำให้เย็น การแช่แข็งการแช่เย็นอย่างง่าย
(๔.๒) การล้าง การทำความสะอาด การเอาฝุ่น ออกไซด์ น้ำมัน สี หรือสิ่งปกคลุมออกอย่างง่าย
(๔.๓) การรีด หรืออัด สำหรับสิ่งทอและผลิตภัณฑ์สิ่งทอ
(๔.๔) การดำเนินการทาสีและการขัดอย่างง่าย
(๔.๕) การสี (milling) การฟอกขาวบางส่วนหรือทั้งหมด การขัดและการเคลือบธัญพืชและข้าว
(๔.๖) การดำเนินการฟอกสีน้ำตาลหรือทำน้ำตาลก้อน
(๔.๗) การปอก การคว้านเมล็ด หรือการกะเทาะเปลือกอย่างง่าย
(๔.๘) การลับให้คม การโม่ การบดอย่างง่าย การเฉือน การตัดอย่างง่ายหรือการตัดเป็นทางยาว (slitting) การงอ (bending) การม้วน (coiling) การคลี่ (uncoiling)
(๔.๙) การกรอง การร่อนด้วยตะแกรง การร่อน การเขย่า การเลือก การคัด การแยกประเภท การแบ่งชั้น การจับคู่ หรือการสกัด
(๔.๑๐) การบรรจุอย่างง่ายในขวด กระป๋อง กระติก ถุง ซอง กล่อง การติดบัตร หรือกระดาษแข็ง และการดำเนินการบรรจุหีบห่ออย่างง่ายอื่น ๆ
(๔.๑๑) การติดหรือการพิมพ์เครื่องหมาย ฉลาก ตราสินค้า หรือสัญลักษณ์แบ่งแยกประเภทในลักษณะเดียวกันอื่นใดบนผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์นั้น
(๔.๑๒) การผสมกันอย่างง่ายของผลิตภัณฑ์ไม่ว่าจะต่างชนิดกันหรือไม่ก็ตาม
(๔.๑๓) การเจือจางในน้ำหรือในสารละลายในน้ำ
(๔.๑๔) การประกอบกันของชิ้นส่วนของของเพื่อเป็นของที่สมบูรณ์ หรือการถอดแยกของออกเป็นชิ้นส่วนอย่างง่าย หรือการประกอบเข้าด้วยกันอย่างง่ายหรือการขึ้นรูปชิ้นส่วนให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ครบสมบูรณ์
(๔.๑๕) การทดสอบหรือการวัดขนาด (calibrations) อย่างง่าย
(๔.๑๖) การฆ่าสัตว์ (slaughtering)
(๔.๑๗) การดำเนินการที่กล่าวในข้อ (๔.๑) ถึงข้อ (๔.๑๖) ประกอบกัน
(๕) คำว่า ต้นทุนค่าแรง หมายถึง ผลรวมของค่าแรง เงินโบนัส และสวัสดิการแรงงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต
(๖) คำว่า ต้นทุนการผลิตอื่น ๆ หมายถึง ผลรวมของต้นทุนที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตของของนั้น ดังต่อไปนี้
(๖.๑) ค่าใช้จ่ายสำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตได้แก่ ค่าประกันภัย ค่าเช่าโรงงาน ค่าเสื่อมของอาคาร ค่าซ่อมบำรุง ค่าภาษี ค่าธรรมเนียม ค่าดอกเบี้ยจากการจำนองหรือการเช่า
(๖.๒) ค่าเช่า และค่าดอกเบี้ยสำหรับ เครื่องจักรและอุปกรณ์
(๖.๓) ค่าประกันภัยเครื่องจักรและอุปกรณ์และวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต
(๖.๔) ค่าสาธารณูปโภคด้านพลังงาน ได้แก่ ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ และสาธารณูปโภคอื่น ๆ ที่มีผลโดยตรงต่อการผลิตสินค้า
(๖.๕) ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัย การพัฒนา การออกแบบ การประดิษฐ์และวิศวกรรม รวมถึงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาที่พัฒนาขึ้นในประเทศไทย
(๖.๖) ค่าเสื่อมราคา ค่าบำรุงรักษา และค่าซ่อมเครื่องจักรและอุปกรณ์
(๖.๗) ค่าสัมปทาน หรือค่าใบอนุญาต
(๖.๘) ค่าตรวจสอบ และค่าทดสอบวัตถุดิบและสินค้า
(๖.๙) ค่าเก็บรักษาและค่าการจัดการในโรงงาน
(๖.๑๐) ค่ากำจัดสิ่งปฏิกูลที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และ
(๖.๑๑) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นจริง ในกระบวนการผลิต
(๗) คำว่า กำไร หมายถึง ราคาของของหน้าโรงงาน (Ex-Factory) หักด้วยต้นทุนการผลิตโดยเป็นไปตามหลักการทางบัญชีอันเป็นที่ยอมรับทั่วไป
(๘) คำว่า ต้นทุนการผลิต หมายถึง ผลรวมของมูลค่าวัตถุดิบในประเทศไทย มูลค่าวัตถุดิบนำเข้าจากประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มูลค่าวัตถุดิบที่นำเข้าจากประเทศอื่นหรือมูลค่าวัตถุดิบที่ไม่สามารถระบุถิ่นกำเนิดได้ ต้นทุนค่าแรง และต้นทุนการผลิตอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทยเพื่อให้ได้มาซึ่งของนั้น
(ข) ของนั้นต้องมีผลรวมของมูลค่าวัตถุดิบที่ได้ถิ่นกำเนิดในประเทศไทย ต้นทุนค่าแรงต้นทุนการผลิตอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทยเพื่อให้ได้มาซึ่งของนั้น และกำไร ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๔๐ ของราคาของของหน้าโรงงาน (Ex-Factory) หรือ
(ค) ของนั้นต้องมีผลรวมของมูลค่าวัตถุดิบที่ได้ถิ่นกำเนิดจากประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้นทุนค่าแรง ต้นทุนการผลิตอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทยเพื่อให้ได้มาซึ่งของนั้น และกำไร ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๔๐ ของราคาของของหน้าโรงงาน (Ex-Factory) หรือ
(ง) ของนั้นต้องมีผลรวมของมูลค่าวัตถุดิบที่ได้ถิ่นกำเนิดในประเทศไทยรวมกับมูลค่าวัตถุดิบที่ได้ถิ่นกำเนิดจากประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้นทุนค่าแรง ต้นทุนการผลิตอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทยเพื่อให้ได้มาซึ่งของนั้น และกำไร ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๔๐ ของราคาของของหน้าโรงงาน (Ex-Factory)
มูลค่าวัตถุดิบที่นำมาคำนวณการใช้วัตถุดิบของของในข้อ (ข) (ค) และ (ง) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
๑. มูลค่าวัตถุดิบซึ่งโอนจากเขตปลอดอากรหรือเขตประกอบการเสรีเดียวกันให้ใช้ราคาของของหน้าโรงงาน มูลค่าวัตถุดิบซึ่งโอนต่างเขตปลอดอากรหรือเขตประกอบการเสรีให้ใช้ราคา FOB ณ เวลาที่ส่งวัตถุดิบเข้าไปในเขตปลอดอากรหรือเขตประกอบการเสรีนั้น ๆ
๒. มูลค่าวัตถุดิบที่นำจากประเทศไทยเข้าไปในเขตปลอดอากรหรือเขตประกอบการเสรีซึ่งใช้ผลิตของที่ขอใช้สิทธิลดอัตราอากรศุลกากร ให้ใช้ราคาซื้อขายไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ เวลาที่ส่งวัตถุดิบนั้นเข้าไปในเขตปลอดอากรหรือเขตประกอบการเสรี
๓. มูลค่าวัตถุดิบนำเข้าจากประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งมิได้ผลิต ผสม ประกอบในประเทศไทยที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรและนำเข้าไปในเขตปลอดอากรหรือเขตประกอบการเสรี เพื่อใช้ผลิตของที่ขอใช้สิทธิลดอัตราอากร ให้ใช้ราคา FOB ของของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร ณ เวลาที่ส่งของออกโดยได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน
๔. มูลค่าของวัตถุดิบที่ได้ถิ่นกำเนิดจากประเทศอื่นหรือมูลค่าวัตถุดิบที่ไม่สามารถระบุถิ่นกำเนิดได้ ที่นำเข้ามาจากนอกราชอาณาจักรและนำเข้าไปในเขตปลอดอากรหรือเขตประกอบการเสรีเพื่อใช้ผลิตของที่ขอใช้สิทธิลดอัตราอากรให้ใช้ราคา CIF ณ ท่าหรือที่ที่นำเข้าวัตถุดิบนั้น
(จ) ของนั้นต้องผ่านกระบวนการผลิตที่เป็นสาระสำคัญในเขตปลอดอากรหรือเขตประกอบการเสรี
กระบวนการผลิตที่เป็นสาระสำคัญให้เป็นไปตามประกาศกำหนดของสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมหรือหน่วยงานของรัฐอื่นที่มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลกระบวนการผลิตสำหรับของนั้น
(ฉ) ผู้นำของเข้าต้องสามารถพิสูจน์ได้ว่าของที่นำเข้าเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดใน (ก) (ข) (ค) (ง) และ (จ)
(ช) ของนั้นจะต้องไม่เป็นของที่อธิบดีกรมศุลกากรประกาศกำหนดมิให้นำเข้าไปในหรือปล่อยออกจากเขตปลอดอากรหรือเขตประกอบการเสรี
(ซ) ของนั้นจะต้องได้รับอนุมัติหลักการการได้สิทธิลดอัตราอากรศุลกากรก่อนนำของออกจากเขตปลอดอากรหรือเขตประกอบการเสรี
ในกรณีที่มีปัญหาการใช้สิทธิลดอัตราอากรศุลกากรตาม (๗.๒) นี้ ให้อธิบดีกรมศุลกากรมีอำนาจพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติการให้ลดอัตราอากรศุลกากร ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในประกาศนี้
ผู้นำเข้าต้องปฏิบัติตามระเบียบพิธีการศุลกากรที่กรมศุลกากรกำหนด