法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2543

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
188
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด

ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง

พ.ศ. ๒๕๔๓

โดยที่มาตรา ๔๔ และมาตรา ๖๖ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ กําหนดให้การดําเนินการทั้งปวงเกี่ยวกับการฟ้อง การร้องสอด การเรียกบุคคล หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามาเป็นคู่กรณีในคดี การดําเนินกระบวนพิจารณา การรับฟังพยานหลักฐาน และการพิพากษาคดีปกครอง รวมทั้งการกําหนดมาตรการหรือวิธีการเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษานอกจากที่บัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัติดังกล่าว เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนดโดยระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด

ฉะนั้น อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔๔ และมาตรา ๖๖ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้ ถ้าข้อความมิได้แสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

“ศาล” หมายความว่า ศาลปกครอง หรือตุลาการศาลปกครอง

“ศาลปกครอง” หมายความว่า ศาลปกครองชั้นต้น หรือศาลปกครองสูงสุด

“ตุลาการหัวหน้าคณะ” หมายความว่า ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองชั้นต้น หรือตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด

“ตุลาการเจ้าของสํานวน” หมายความว่า ตุลาการศาลปกครองซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นตุลาการเจ้าของสํานวน

“ตุลาการผู้แถลงคดี” หมายความว่า ตุลาการศาลปกครองซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้แถลงคดีปกครอง

“คําแถลงการณ์” หมายความว่า สรุปข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และความเห็นของตุลาการ

ผู้แถลงคดีที่เสนอต่อองค์คณะพิจารณาพิพากษา

“สํานักงาน” หมายความว่า สํานักบังคับคดีปกครอง หรือสํานักงานศาลปกครองในภูมิภาค และให้หมายความรวมถึงพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานบังคับคดี

“เจ้าพนักงานบังคับคดี” หมายความว่า ข้าราชการฝ่ายศาลปกครองที่มีคุณสมบัติตามประกาศ ก.ศป. เรื่อง คุณสมบัติของข้าราชการฝ่ายศาลปกครองที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานบังคับคดี ผู้มีอํานาจหน้าที่ปฏิบัติตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง และระเบียบนี้ เพื่อคุ้มครองสิทธิของคู่กรณีในระหว่างการพิจารณา หรือเพื่อบังคับตามคําพิพากษา หรือคําสั่ง และให้หมายความรวมถึงเอกชนหรือบุคคลอื่นที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าพนักงานบังคับคดี ให้ปฏิบัติการแทนภายใต้การกํากับดูแลของเจ้าพนักงานบังคับคดีด้วย

“เจ้าหนี้ตามคําพิพากษา” หมายความว่า คู่กรณีหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะคดีหรือบุคคลที่ศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งให้ได้รับชําระหนี้หรือบุคคลซึ่งได้รับโอนหรือรับช่วงสิทธิตามคําพิพากษา หรือคําสั่ง และให้หมายความรวมถึงคู่กรณีฝ่ายที่ชนะคดีตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) (๒) (๕) หรือ (๖) ด้วย

“ลูกหนี้ตามคําพิพากษา” หมายความว่า คู่กรณีหรือบุคคลที่ศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งให้ชําระหนี้ และให้หมายความรวมถึงคู่กรณีหรือบุคคลที่ต้องปฏิบัติตามคําพิพากษาหรือคําสั่ง

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ประธานศาลปกครองสูงสุดรักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอํานาจวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ กับให้มีอํานาจออกประกาศหรือคําสั่งเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ภาค ภาค ๑

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ วิธีพิจารณาคดีปกครองเป็นวิธีพิจารณาโดยใช้ระบบไต่สวนตามที่กําหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองและระเบียบนี้

ในกรณีที่กฎหมายหรือระเบียบตามวรรคหนึ่งมิได้กําหนดเรื่องใดไว้โดยเฉพาะ ให้ดําเนินการตามหลักกฎหมายทั่วไปว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ระยะเวลาตามที่กําหนดไว้ในระเบียบนี้หรือตามที่ศาลกําหนด เมื่อศาลเห็นสมควรหรือเมื่อคู่กรณีมีคําขอ ศาลมีอํานาจย่นหรือขยายได้ตามความจําเป็นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในกรณีที่มิได้มีการปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองหรือระเบียบนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับกระบวนพิจารณาในการเสนอคําฟ้องและตรวจคําฟ้อง การแสวงหาข้อเท็จจริง การสรุปสํานวน การรับฟังพยานหลักฐาน หรือในการดําเนินกระบวนพิจารณาอื่นก่อนมีคําพิพากษาหรือคําสั่งชี้ขาดคดี เมื่อศาลเห็นสมควรหรือเมื่อคู่กรณีฝ่ายที่เสียหาย

เนื่องจากการที่มิได้ปฏิบัติเช่นว่านั้นมีคําขอ ศาลมีอํานาจสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้นเสียทั้งหมดหรือบางส่วน หรือสั่งแก้ไขหรือมีคําสั่งในเรื่องนั้นอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่เห็นสมควร

ข้อค้านเรื่องผิดระเบียบตามวรรคหนึ่ง คู่กรณีฝ่ายที่เสียหายอาจยกขึ้นกล่าวได้ไม่ว่าในเวลาใด ๆก่อนมีคําพิพากษาหรือคําสั่งชี้ขาดคดี แต่ต้องไม่ช้ากว่าแปดวันนับแต่วันที่ทราบถึงเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ คู่กรณีที่ยื่นคําขอจะต้องไม่ดําเนินการอื่นใดขึ้นใหม่หลังจากที่ได้ทราบเรื่องผิดระเบียบแล้ว หรือต้องมิได้ให้สัตยาบันแก่การผิดระเบียบนั้น

การที่ศาลสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบใดอันมิใช่เรื่องที่คู่กรณีละเลยไม่ดําเนินกระบวนพิจารณาเรื่องนั้นภายในระยะเวลาที่กฎหมาย ระเบียบนี้ หรือที่ศาลกําหนดไว้ ไม่ตัดสิทธิคู่กรณีนั้นในอันที่จะดําเนินกระบวนพิจารณานั้นใหม่ให้ถูกต้องได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ศาลมีอํานาจออกข้อกําหนดใด ๆ แก่คู่กรณีหรือแก่บุคคลใดที่อยู่ต่อหน้าศาลตามที่เห็นจําเป็นเพื่อรักษาความเรียบร้อยในบริเวณศาล หรือเพื่อให้การดําเนินคดีปกครองเป็นไปด้วยความเที่ยงธรรมและรวดเร็ว อํานาจเช่นว่านี้ให้รวมถึงการสั่งห้ามคู่กรณีมิให้ดําเนินคดีปกครองในทางก่อความรําคาญในทางประวิงให้ล่าช้า หรือในทางฟุ่มเฟือยเกินสมควร

การฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกําหนดตามวรรคหนึ่ง เป็นการละเมิดอํานาจศาลและศาลมีอํานาจสั่งลงโทษตามมาตรา ๖๔

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ บรรดากระบวนพิจารณาตลอดจนการพิพากษาหรือการมีคําสั่งในคดีปกครอง ซึ่งศาลเป็นผู้ทํานั้น ให้ทําเป็นภาษาไทย

บรรดาเอกสารหรือพยานหลักฐานของคู่กรณีหรือของบุคคลใด ๆ หรือที่ศาลหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลได้ทําขึ้น ซึ่งประกอบเป็นสํานวนคดีนั้น ให้ทําเป็นภาษาไทย

ในกรณีที่เอกสารหรือพยานหลักฐานที่ส่งต่อศาลได้ทําขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ศาลสั่งให้คู่กรณีหรือบุคคลที่ส่ง จัดทําคําแปลทั้งฉบับหรือเฉพาะแต่ส่วนสําคัญ โดยมีคํารับรองมายื่นเพื่อแนบไว้กับเอกสารหรือพยานหลักฐานนั้น

ในกรณีที่คู่กรณีหรือบุคคลที่มาศาลไม่เข้าใจภาษาไทย หรือเป็นใบ้หรือหูหนวกและอ่านเขียนหนังสือไม่ได้ ให้คู่กรณีฝ่ายที่เกี่ยวข้องจัดหาล่าม

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การทําคําขอหรือคําร้องต่อศาลในกระบวนพิจารณา ให้ทําเป็นหนังสือ เว้นแต่ศาลจะอนุญาตให้ทําด้วยวาจา ในกรณีเช่นว่านี้ให้ศาลพิจารณาจดแจ้งข้อความนั้นไว้ในรายงานกระบวนพิจารณา

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้ศาลจดแจ้งรายงานการไต่สวน การนั่งพิจารณา หรือการดําเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ ไว้ในรายงานกระบวนพิจารณารวมไว้ในสํานวนคดีทุกครั้ง

รายงานกระบวนพิจารณานั้น ให้มีรายละเอียดเกี่ยวกับเลขคดี ชื่อศาล ชื่อคู่กรณี สถานที่ วันและเวลาที่ดําเนินการ ข้อความโดยย่อเกี่ยวด้วยเรื่องที่กระทํา และลายมือชื่อตุลาการศาลปกครองในกรณีที่กระบวนพิจารณาใดกระทําต่อหน้าคู่กรณีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือพยาน ให้คู่กรณีหรือพยานดังกล่าวลงลายมือชื่อไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาด้วย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ถ้าคู่กรณี พยาน หรือบุคคลใดจะต้องลงลายพิมพ์นิ้วมือ แกงได หรือเครื่องหมายอย่างอื่นแทนการลงลายมือชื่อในรายงานกระบวนพิจารณา บันทึก หรือเอกสารใด เพื่อแสดงการรับรู้รายงานหรือบันทึกนั้น หรือเพื่อรับรองการอ่านหรือส่งเอกสารนั้น หากกระทําโดยมีพยานลงลายมือชื่อรับรองไว้ด้วยสองคนแล้ว ให้ถือเสมอกับการลงลายมือชื่อ แต่ถ้ากระทําต่อหน้าศาล ไม่จําต้องมีลายมือชื่อ

ของพยานสองคนรับรอง

ถ้าคู่กรณี พยาน หรือบุคคลที่จะต้องลงลายมือชื่อในรายงาน บันทึก หรือเอกสารดังกล่าว ลงลายมือชื่อไม่ได้หรือไม่ยอมลงลายมือชื่อ ให้ศาลจดแจ้งเหตุที่ไม่มีลายมือชื่อเช่นว่านั้นไว้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การยื่นเอกสารหรือพยานหลักฐานต่อศาล คู่กรณีจะยื่นด้วยตนเองหรือมอบฉันทะให้ผู้อื่นยื่นต่อศาลหรือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของศาล หรือจะทําโดยวิธีส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนก็ได้ ในกรณีที่ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ให้ถือว่าวันที่ส่งเอกสารหรือพยานหลักฐานแก่เจ้าพนักงานไปรษณีย์เป็นวันที่ยื่นเอกสารหรือพยานหลักฐานต่อศาล

การมอบฉันทะให้ผู้อื่นยื่นเอกสารหรือพยานหลักฐาน ให้ทําเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้มอบ ผู้รับมอบ และพยาน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่ศาลหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลต้องแจ้งข้อความหรือต้องส่งเอกสารใดให้แก่คู่กรณีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ถ้าผู้นั้นหรือผู้แทนของผู้นั้นมิได้รับทราบข้อความหรือมิได้รับเอกสารจากศาลหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ของศาล ให้แจ้งข้อความเป็นหนังสือหรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ เว้นแต่ศาลจะมีคําสั่งให้แจ้งข้อความหรือส่งเอกสารโดยวิธีอื่น

ในกรณีที่คู่กรณีหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องยื่นคําขอต่อศาลเพื่อขอให้มีการแจ้งข้อความ หรือส่งเอกสารโดยวิธีอื่น คู่กรณีหรือบุคคลซึ่งยื่นคําขอต้องเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการแจ้งข้อความหรือส่งเอกสารโดยวิธีดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การแจ้งข้อความเป็นหนังสือหรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับให้ถือว่าวันที่ระบุในใบตอบรับเป็นวันที่ได้รับแจ้ง หากไม่ปรากฏวันที่ในใบตอบรับ ให้ถือว่าวันที่ครบกําหนดเจ็ดวันนับแต่วันส่งเป็นวันที่ได้รับแจ้ง เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าได้รับก่อนหรือหลังจากวันนั้นหรือไม่ได้รับ

การแจ้งข้อความหรือส่งเอกสารโดยวิธีอื่นตามคําสั่งศาล ให้ศาลกําหนดวันที่ถือว่าผู้รับได้รับแจ้งไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การแจ้งข้อความเป็นหนังสือหรือส่งเอกสารโดยวิธีให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลหรือบุคคลอื่นนําไปส่ง ถ้าผู้รับไม่ยอมรับหรือถ้าในขณะนําไปส่งไม่พบผู้รับ ให้วางหรือปิดหนังสือหรือเอกสารนั้นไว้ในที่ซึ่งเห็นได้ง่าย ณ สถานที่นั้นต่อหน้าเจ้าพนักงานตํารวจ ข้าราชการอื่น พนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กํานัน แพทย์ประจําตําบล สารวัตรกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและให้ถือว่าผู้รับได้รับแจ้งในวันที่วางหรือปิดหนังสือหรือเอกสารนั้น

ในกรณีที่ไม่พบผู้รับ จะส่งหนังสือหรือเอกสารแก่บุคคลอื่นซึ่งบรรลุนิติภาวะที่อยู่หรือทํางานในสถานที่นั้นก็ได้ และให้ถือว่าผู้รับได้รับแจ้งในวันที่ได้ส่งหนังสือหรือเอกสารให้แก่บุคคลนั้น

การดําเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้ส่ง วาง หรือปิดหนังสือหรือเอกสารในเวลากลางวันระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลหรือบุคคลผู้นําไปส่ง มอบใบรับลงลายมือชื่อผู้รับ หรือมอบรายงานการส่งหนังสือหรือเอกสารลงลายมือชื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลหรือบุคคลผู้นําไปส่ง แล้วแต่กรณี ต่อศาล เพื่อรวมไว้ในสํานวนคดี

ใบรับหรือรายงานตามวรรคสามต้องระบุวิธีส่ง เวลา วัน เดือน ปี ที่ส่งหนังสือหรือเอกสาร รวมทั้งชื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลหรือบุคคลผู้นําไปส่ง ใบรับหรือรายงานดังกล่าว จะทําโดยวิธีจดลงไว้ที่หนังสือหรือเอกสารต้นฉบับซึ่งยื่นต่อศาลก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ เอกสารหรือพยานหลักฐานที่คู่กรณียื่นต่อศาลหรือที่ศาลได้มา ให้เปิดโอกาสให้คู่กรณีขอตรวจดู ทราบ คัดสําเนา หรือขอสําเนาอันรับรองถูกต้อง และศาลอาจส่งสําเนาให้คู่กรณีตามระเบียบนี้ เว้นแต่กรณีที่มีกฎหมายคุ้มครองให้ไม่ต้องเปิดเผย หรือกรณีที่ศาลเห็นว่าจําเป็นต้องไม่เปิดเผยเพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่การดําเนินงานของรัฐ

ในกรณีที่เอกสารหรือพยานหลักฐานมีการกําหนดชั้นความลับไว้ มีข้อความที่ไม่เหมาะสม หรือมีข้อความที่อาจเป็นการดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาทบุคคลใด ให้อยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะไม่เปิดโอกาสให้คู่กรณีขอตรวจดู ทราบ คัดสําเนา ขอสําเนาอันรับรองถูกต้อง หรือไม่ส่งสําเนาให้คู่กรณี ทั้งนี้ ไม่เป็นการตัดอํานาจศาลที่จะจัดให้มีการทําสรุปเรื่องและเปิดโอกาสให้คู่กรณีขอตรวจดู ทราบหรือคัดสําเนาสรุปเรื่อง หรือขอสําเนาอันรับรองถูกต้องของสรุปเรื่อง หรือส่งสําเนาสรุปเรื่องดังกล่าวให้คู่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ พยานเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการให้ถ้อยคําของตนในคดี หรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียอาจยื่นคําขอต่อศาล เพื่อขอตรวจดูเอกสารทั้งหมดหรือบางฉบับในสํานวนคดี หรือขอคัดสําเนาหรือขอสําเนาอันรับรองถูกต้องก็ได้ แต่ทั้งนี้ ห้ามอนุญาตเช่นว่านั้นแก่

(๑) บุคคลภายนอก ในคดีที่พิจารณาโดยไม่เปิดเผย

(๒) พยานหรือบุคคลภายนอก ในคดีที่ศาลห้ามการตรวจหรือคัดสําเนาเอกสารในสํานวนคดีทั้งหมดหรือบางฉบับเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือประโยชน์สาธารณะ

(๓) พยานหรือบุคคลภายนอก ในกรณีที่มีกฎหมายคุ้มครองให้ไม่ต้องเปิดเผยหรือกรณีที่ศาลเห็นว่าจําเป็นต้องไม่เปิดเผยเพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่การดําเนินงานของรัฐ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ คู่กรณี พยาน หรือบุคคลภายนอกไม่อาจขอตรวจดูหรือขอคัดสําเนาเอกสารที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของศาล พนักงานคดีปกครอง ตุลาการเจ้าของสํานวน ตุลาการผู้แถลงคดี หรือศาลจัดทําขึ้นเพื่อใช้เป็นการภายใน ทั้งไม่อาจขอสําเนาอันรับรองถูกต้องของเอกสารนั้น

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การตรวจดูหรือการคัดสําเนาเอกสารในสํานวนคดี ให้ผู้ขอตามข้อ ๑๗ หรือข้อ ๑๘ หรือบุคคลซึ่งได้รับมอบอํานาจจากผู้ขอเป็นผู้ตรวจดูหรือคัด ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นหรือประธานศาลปกครองสูงสุด แล้วแต่กรณี กําหนด เพื่อความสะดวกของศาลหรือเพื่อความปลอดภัยของเอกสารนั้น

ห้ามคัดสําเนาคําพิพากษาหรือคําสั่งชี้ขาดคดีก่อนที่ศาลจะได้อ่านคําพิพากษาหรือคําสั่งนั้น และก่อนที่จะได้ลงทะเบียนในสารบบคําพิพากษา

การรับรองสําเนาเอกสาร ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลตามที่อธิบดีศาลปกครองชั้นต้น หรือประธานศาลปกครองสูงสุด แล้วแต่กรณี กําหนด เป็นผู้รับรอง

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ถ้าสํานวนคดี เอกสารของคู่กรณี พยานหลักฐาน รายงานกระบวนพิจารณาคําพิพากษา คําสั่ง หรือเอกสารอื่นใดที่รวมไว้ในสํานวนคดีซึ่งยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา หรือรอการบังคับคดีสูญหายไป หรือบุบสลายทั้งหมดหรือแต่บางส่วน และกรณีดังกล่าวเป็นการขัดข้องต่อการพิจารณาพิพากษา การมีคําสั่ง หรือการบังคับคดี เมื่อศาลเห็นสมควรหรือเมื่อคู่กรณีฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีคําขอ ให้ศาลสั่งให้คู่กรณีหรือบุคคลผู้ถือเอกสารนั้นนําสําเนาที่รับรองถูกต้องมาส่งต่อศาล ถ้าสําเนาเช่นว่านั้นทั้งหมดหรือบางส่วนหาไม่ได้ ศาลอาจมีคําสั่งให้พิจารณาคดีนั้นใหม่หรือมีคําสั่งอย่างอื่นตามที่เห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ เพื่อให้กระบวนพิจารณาเป็นไปโดยสะดวก รวดเร็ว และเที่ยงธรรม ศาลอาจมีคําสั่งให้การติดต่อสื่อสารระหว่างศาลด้วยกันกระทําโดยโทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อทางเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่น แทนการติดต่อโดยทางไปรษณีย์หรือประกอบกันก็ได้ โดยคํานึงถึงความจําเป็นเร่งด่วนและความเหมาะสมแก่ลักษณะเนื้อหาของเรื่องที่ทําการติดต่อ รวมทั้งจํานวนและลักษณะของเอกสารหรือวัตถุอื่นที่เกี่ยวข้อง

เพื่ออํานวยความสะดวกแก่คู่กรณี พยาน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ศาลอาจมีคําสั่งให้การแจ้งข้อความหรือการส่งเอกสารระหว่างศาลกับคู่กรณี พยาน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง กระทําโดยวิธีการตามวรรคหนึ่งก็ได้ โดยให้ศาลกําหนดวันที่ถือว่าได้รับแจ้งข้อความหรือเอกสารไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ สํานวนคดี เอกสารของคู่กรณี พยานหลักฐาน รายงานกระบวนพิจารณา คําพิพากษาคําสั่ง หรือเอกสารอื่นใดที่รวมไว้ในสํานวนคดี ไม่ว่าจะเป็นเอกสารต้นฉบับหรือสําเนาคู่ฉบับ ถ้าศาลเห็นสมควร จะมีคําสั่งให้เก็บรักษาหรือนําเสนอในรูปข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้ศาลมีอํานาจเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการแจ้งข้อความหรือส่งเอกสาร การคัดสําเนา หรือการรับรองเอกสารตามระเบียบนี้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่ประธานศาลปกครองสูงสุดกําหนด

ภาค ภาค ๒

วิธีพิจารณาคดีปกครองในศาลปกครองชั้นต้น

หมวด หมวด ๑

การเสนอคําฟ้องและตรวจคําฟ้อง

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ผู้ฟ้องคดีปกครองต้องเป็นผู้มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และตามมาตรา ๔๒

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ บุคคลผู้ไร้ความสามารถจะฟ้องคดีปกครองได้ต่อเมื่อได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยความสามารถ

ในกรณีที่กฎหมายกําหนดให้ต้องมีการอนุญาตหรือต้องได้รับความยินยอมก่อน ให้แนบหนังสืออนุญาตหรือหนังสือแสดงความยินยอมมาพร้อมกับคําฟ้องด้วย

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ในกรณีที่ผู้เยาว์ซึ่งมีอายุไม่ต่ํากว่าสิบห้าปีบริบูรณ์ประสงค์จะฟ้องคดีปกครองด้วยตนเองถ้าศาลเห็นสมควร จะอนุญาตให้ฟ้องคดีปกครองด้วยตนเองก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลแจ้งให้ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ดังกล่าวทราบ และศาลอาจมีคําสั่งให้ผู้แทนโดยชอบธรรมนั้นหรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องให้ข้อเท็จจริงต่อศาลเพื่อประกอบการพิจารณาได้

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การเสนอเรื่องพร้อมความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาต่อศาล ในกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาเห็นว่ากฎหรือการกระทําใดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ชอบด้วยกฎหมายตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๔๓ ให้ทําเป็นคําฟ้องมีรายการตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๔๕

ในการดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาจะมอบอํานาจให้เจ้าหน้าที่สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาเป็นผู้ฟ้องคดีปกครองและดําเนินคดีปกครองแทนก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ การฟ้องคดีปกครองต้องยื่นฟ้องต่อศาลปกครองที่มีเขตอํานาจตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๔๗

คําฟ้องซึ่งอาจยื่นต่อศาลได้สองศาลหรือหลายศาล ไม่ว่าจะเป็นเพราะภูมิลําเนาของผู้ฟ้องคดีเพราะสถานที่ที่มูลคดีเกิด หรือเพราะมีข้อหาหลายข้อ ถ้ามูลคดีมีความเกี่ยวเนื่องกัน ผู้ฟ้องคดีจะยื่นคําฟ้องต่อศาลหนึ่งศาลใดก็ได้

การฟ้องคดีปกครองที่มูลคดีมิได้เกิดขึ้นในราชอาณาจักร ถ้าผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีสัญชาติไทยและไม่มีภูมิลําเนาอยู่ในราชอาณาจักร ให้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การฟ้องคดีต่อศาลปกครองต้องยื่นฟ้องภายในกําหนดระยะเวลาและตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๔๙ มาตรา ๕๑ และมาตรา ๕๒

คําฟ้องที่ยื่นเมื่อพ้นกําหนดระยะเวลาการฟ้องคดีแล้ว ให้ศาลมีคําสั่งไม่รับไว้พิจารณาและสั่งจําหน่ายคดีออกจากสารบบความ เว้นแต่ศาลเห็นว่าคดีนั้นเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมหรือมีเหตุจําเป็นอื่นโดยศาลเห็นเองหรือคู่กรณีมีคําขอ ศาลจะรับไว้พิจารณาก็ได้ คําสั่งรับคําฟ้องไว้พิจารณาให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ในกรณีที่มีการฟ้องคดีปกครองต่อศาลอื่นซึ่งมิใช่ศาลปกครอง ถ้าปรากฏว่าศาลนั้นไม่รับคําฟ้องไว้พิจารณาเพราะไม่มีอํานาจพิจารณาคดีนั้น หรือผู้ฟ้องคดีถอนคําฟ้องจากศาลนั้นเพื่อฟ้องคดีใหม่ต่อศาลปกครอง ให้ถือว่ากําหนดระยะเวลาการฟ้องคดีสะดุดหยุดอยู่เท่าระยะเวลาตั้งแต่วันยื่นคําฟ้องจนถึงวันที่คดีของศาลอื่นนั้นถึงที่สุด

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ คําฟ้องต้องทําเป็นหนังสือและมีรายการตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๔๕ กับให้แนบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องด้วย ในกรณีที่ไม่อาจแนบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องได้เพราะพยานหลักฐานอยู่ในความครอบครองของหน่วยงานทางปกครอง เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบุคคลอื่น หรือเพราะเหตุอื่นใดให้ระบุเหตุที่ไม่อาจแนบพยานหลักฐานไว้ด้วย

ในกรณีที่ผู้ถูกฟ้องคดีมิใช่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้ระบุชื่อและที่อยู่ของบุคคลซึ่งเป็นผู้ถูกฟ้องคดีไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ให้ผู้ฟ้องคดีจัดทําสําเนาคําฟ้องและสําเนาพยานหลักฐานที่ผู้ฟ้องคดีรับรองสําเนาถูกต้องตามจํานวนของผู้ถูกฟ้องคดียื่นมาพร้อมกับคําฟ้องด้วย

ในกรณีที่ผู้ฟ้องคดีไม่จัดทําสําเนาคําฟ้องและสําเนาพยานหลักฐานให้ครบถ้วน หรือในกรณีที่จํานวนผู้ถูกฟ้องคดีเพิ่มขึ้น ศาลมีอํานาจแจ้งให้ผู้ฟ้องคดีจัดทําสําเนาเพิ่มภายในระยะเวลาที่กําหนดถ้าผู้ฟ้องคดีไม่ดําเนินการภายในระยะเวลาที่กําหนด ศาลจะสั่งไม่รับคําฟ้องไว้พิจารณาและสั่งจําหน่ายคดีออกจากสารบบความก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ คําฟ้องที่ขอให้ศาลสั่งให้ใช้เงินหรือส่งมอบทรัพย์สินอันสืบเนื่องจากคดีตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) หรือ (๔) ให้ชําระค่าธรรมเนียมศาลตามทุนทรัพย์เป็นเงินสด เช็คซึ่งธนาคารรับรองหรือเช็คซึ่งส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจเป็นผู้สั่งจ่าย โดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลออกใบรับให้หรือชําระค่าธรรมเนียมศาลโดยวิธีการอื่นดังต่อไปนี้ พร้อมทั้งค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอย่างอื่นในการเรียกเก็บเงินตามวิธีการดังกล่าว ถ้ามี ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ประธานศาลปกครองสูงสุดกําหนด

(๑)บัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือบัตรอื่นใดในลักษณะเดียวกัน

(๒) หักบัญชีธนาคาร หรือชําระผ่านธนาคาร สถาบันการเงิน นิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจการบริการรับชําระหนี้แทนหรือด้วยเครื่องฝากถอนเงินสดอัตโนมัติ (ATM)

(๓) ทางอินเทอร์เน็ต

(๔) วิธีการอื่นตามที่ประธานศาลปกครองสูงสุดกําหนด[[1]](#_ftn1)

ในกรณีตามวรรคหนึ่งที่ผู้ฟ้องคดีหลายคนร่วมกันยื่นคําฟ้องเป็นฉบับเดียวกัน หากเป็นกรณีที่อาจแบ่งแยกได้ว่าทุนทรัพย์ของผู้ฟ้องคดีแต่ละคนเป็นจํานวนเท่าใด ให้ผู้ฟ้องคดีแต่ละคนชําระค่าธรรมเนียมศาลตามส่วนของตน

ในการคํานวณทุนทรัพย์ ถ้าทุนทรัพย์ไม่ถึงหนึ่งร้อยบาทให้นับเป็นหนึ่งร้อยบาท เศษของหนึ่งร้อยบาท ถ้าถึงห้าสิบบาทให้นับเป็นหนึ่งร้อยบาท ถ้าต่ํากว่าห้าสิบบาท ให้ปัดทิ้ง

เมื่อได้ชําระค่าธรรมเนียมศาลแล้ว ถ้าทุนทรัพย์แห่งคําฟ้องเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะโดยการยื่นคําฟ้องเพิ่มเติมหรือโดยประการอื่น ให้ศาลมีคําสั่งให้ผู้ฟ้องคดีชําระค่าธรรมเนียมศาลเพิ่มภายในระยะเวลาที่กําหนด ถ้าผู้ฟ้องคดีไม่ดําเนินการตามคําสั่งศาลภายในระยะเวลาที่กําหนด ให้ศาลมีคําสั่งไม่รับคําฟ้องไว้พิจารณา

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ คําฟ้องที่ยื่นต่อศาล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลลงทะเบียนคดีในสารบบความและออกใบรับให้ผู้ฟ้องคดี แล้วตรวจคําฟ้องในเบื้องต้น ถ้าเห็นว่าเป็นคําฟ้องที่สมบูรณ์ครบถ้วนให้เสนอคําฟ้องดังกล่าวต่ออธิบดีศาลปกครองชั้นต้นเพื่อดําเนินการต่อไป ถ้าเห็นว่าคําฟ้องนั้นไม่สมบูรณ์ครบถ้วน ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ หรือผู้ฟ้องคดีชําระค่าธรรมเนียมศาลไม่ครบถ้วน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลแนะนําให้ผู้ฟ้องคดีแก้ไขหรือชําระค่าธรรมเนียมศาลให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กําหนดถ้าเห็นว่าข้อที่ไม่สมบูรณ์ครบถ้วนนั้นเป็นกรณีที่ไม่อาจแก้ไขให้ถูกต้องได้ หรือเป็นคดีที่ไม่อยู่ในอํานาจของศาลปกครอง หรือผู้ฟ้องคดีไม่แก้ไขคําฟ้องหรือไม่ชําระค่าธรรมเนียมศาลให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กําหนด ให้บันทึกไว้แล้วเสนอคําฟ้องดังกล่าวต่ออธิบดีศาลปกครองชั้นต้นเพื่อดําเนินการต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ นับแต่เวลาที่ได้ยื่นคําฟ้องต่อศาลแล้ว คดีนั้นอยู่ในระหว่างการพิจารณา และผลแห่งการนี้

(๑) ห้ามมิให้ผู้ฟ้องคดียื่นคําฟ้องเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลเดียวกันหรือต่อศาลอื่นอีก และ

(๒) ถ้ามีเหตุเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในพฤติการณ์อันเกี่ยวด้วยการยื่นฟ้องคดีต่อศาลที่มีเขตอํานาจศาลเหนือคดีนั้น เช่น การเปลี่ยนแปลงเขตอํานาจศาลหรือการเปลี่ยนแปลงภูมิลําเนาของผู้ฟ้องคดีการเปลี่ยนแปลงเช่นว่านั้นหาตัดอํานาจศาลที่รับคําฟ้องไว้ในอันที่จะพิจารณาพิพากษาคดีนั้นไม่

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ เมื่อได้รับคําฟ้องจากพนักงานเจ้าหน้าที่ของศาล ให้อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นจ่ายสํานวนคดีให้แก่องค์คณะพิจารณาพิพากษาโดยเร็ว ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๕๖

ให้ตุลาการหัวหน้าคณะแต่งตั้งตุลาการในองค์คณะคนหนึ่งเป็นตุลาการเจ้าของสํานวน แล้วให้ตุลาการเจ้าของสํานวนตรวจคําฟ้อง ถ้าเห็นว่าเป็นคําฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ครบถ้วนซึ่งผู้ฟ้องคดีอาจแก้ไขได้หรือผู้ฟ้องคดีชําระค่าธรรมเนียมศาลไม่ครบถ้วน ให้ตุลาการเจ้าของสํานวนมีคําสั่งให้ผู้ฟ้องคดีแก้ไขหรือชําระค่าธรรมเนียมศาลให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กําหนด ถ้าไม่มีการแก้ไขหรือชําระค่าธรรมเนียมศาลให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กําหนด หรือข้อที่ไม่สมบูรณ์ครบถ้วนนั้นเป็นกรณีที่ไม่อาจแก้ไขให้ถูกต้องได้ หรือเป็นคดีที่ไม่อยู่ในอํานาจของศาลปกครอง ให้ตุลาการเจ้าของสํานวนเสนอองค์คณะสั่งไม่รับคําฟ้องไว้พิจารณาและสั่งจําหน่ายคดีออกจากสารบบความ

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ในกรณีที่ศาลสั่งไม่รับคําฟ้องไว้พิจารณาทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ให้ศาลมีอํานาจสั่งคืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่ผู้ฟ้องคดี

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ในกรณีที่องค์คณะเห็นว่าคดีที่ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองชั้นต้นอยู่ในอํานาจของศาลปกครองสูงสุด ให้เสนออธิบดีศาลปกครองชั้นต้นเพื่อพิจารณาสั่งให้ส่งคําฟ้องนั้นไปยังประธานศาลปกครองสูงสุดเพื่อพิจารณาดําเนินการ

ถ้าประธานศาลปกครองสูงสุดไม่เห็นด้วยกับคําสั่งของอธิบดีศาลปกครองชั้นต้น ให้ส่งคําฟ้องนั้นคืนไปยังศาลปกครองชั้นต้น และให้ศาลปกครองชั้นต้นนั้นพิจารณาพิพากษาคดีนั้นต่อไป

ถ้าประธานศาลปกครองสูงสุดเห็นด้วยกับคําสั่งดังกล่าวและศาลปกครองสูงสุดได้รับคําฟ้องไว้พิจารณาแล้ว ให้อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นสั่งจําหน่ายคดีออกจากสารบบความ และให้ถือว่ามีการฟ้องคดีนั้นต่อศาลปกครองสูงสุดตั้งแต่วันที่มีการยื่นคําฟ้องต่อศาลปกครองชั้นต้น

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ ในกรณีที่องค์คณะเห็นว่าคดีที่ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองชั้นต้นอยู่ในเขตอํานาจของศาลปกครองชั้นต้นอื่น ให้เสนออธิบดีศาลปกครองชั้นต้นเพื่อมีคําสั่งให้ส่งคําฟ้องนั้นไปยังศาลปกครองชั้นต้นอื่นที่มีเขตอํานาจเพื่อพิจารณาดําเนินการ และเมื่อศาลปกครองชั้นต้นอื่นได้รับคําฟ้องนั้นไว้พิจารณาแล้ว ให้อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นที่ส่งคําฟ้องไปสั่งจําหน่ายคดีออกจากสารบบความ และให้ถือว่ามีการฟ้องคดีนั้นต่อศาลปกครองชั้นต้นอื่นตั้งแต่วันที่มีการยื่นคําฟ้องต่อศาลปกครองชั้นต้นแห่งแรก

ในกรณีที่ศาลปกครองชั้นต้นซึ่งได้รับคําฟ้องที่ส่งมาเห็นว่าคดีนั้นอยู่ในเขตอํานาจของศาลปกครองชั้นต้นที่ส่งคําฟ้องมาหรือศาลปกครองชั้นต้นอื่น ให้อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นนั้นเสนอความเห็นต่อประธานศาลปกครองสูงสุดเพื่อมีคําสั่งในเรื่องเขตอํานาจศาล

ในกรณีที่ประธานศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าคดีนั้นไม่อยู่ในเขตอํานาจของศาลปกครองชั้นต้นแห่งแรก ให้อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นนั้นสั่งจําหน่ายคดีออกจากสารบบความ และให้ศาลปกครองชั้นต้นที่ประธานศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าคดีอยู่ในเขตอํานาจดําเนินการลงทะเบียนคดีในสารบบความ และให้ถือว่ามีการฟ้องคดีต่อศาลปกครองชั้นต้นนั้นตั้งแต่วันที่มีการยื่นคําฟ้องต่อศาลปกครองชั้นต้นแห่งแรก

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ในกรณีที่องค์คณะเห็นว่าคดีที่ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองชั้นต้นมีหลายข้อหา ถ้าข้อหาหนึ่งข้อหาใดเป็นเรื่องที่ไม่อยู่ในอํานาจหรือเขตอํานาจของศาลปกครองชั้นต้นนั้น ไม่ว่าจะโดยเหตุที่ข้อหาดังกล่าวอยู่ในอํานาจหรือเขตอํานาจของศาลปกครองชั้นต้นอื่น ศาลปกครองสูงสุด หรือศาลอื่นซึ่งมิใช่ศาลปกครอง ให้สั่งไม่รับข้อหาที่ไม่อยู่ในอํานาจหรือเขตอํานาจไว้พิจารณา แล้วดําเนินกระบวนพิจารณาในส่วนของข้อหาที่อยู่ในอํานาจและเขตอํานาจต่อไป แต่ในกรณีที่องค์คณะเห็นว่าข้อหาที่สั่งไม่รับไว้พิจารณาจะมีผลต่อการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลปกครองชั้นต้นนั้น องค์คณะอาจมีคําสั่งให้รอการพิจารณาพิพากษาคดีไว้จนกว่าข้อหาที่สั่งไม่รับไว้พิจารณาจะได้มีการพิพากษาหรือมีคําสั่งชี้ขาดคดีโดยศาลที่มีอํานาจหรือเขตอํานาจ และคดีถึงที่สุดแล้ว

ในกรณีที่คดีที่ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองชั้นต้นข้อหาใดมีหลายประเด็นเกี่ยวพันกัน และปรากฏว่ามีประเด็นที่จําเป็นต้องวินิจฉัยก่อนจึงจะวินิจฉัยประเด็นหลักแห่งคดีได้อยู่ในอํานาจหรือเขตอํานาจของศาลปกครองชั้นต้นอื่นหรือศาลอื่นซึ่งมิใช่ศาลปกครอง ศาลปกครองชั้นต้นซึ่งรับคดีไว้ มีอํานาจวินิจฉัยประเด็นเกี่ยวพันกันที่ต้องวินิจฉัยก่อนนั้นเพื่อให้ศาลสามารถวินิจฉัยประเด็นหลักแห่งคดีได้

ในกรณีที่คดีที่ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองชั้นต้นข้อหาใดมีหลายประเด็นเกี่ยวพันกัน และปรากฏว่ามีประเด็นที่จําเป็นต้องวินิจฉัยก่อนจึงจะวินิจฉัยประเด็นหลักแห่งคดีได้อยู่ในอํานาจของศาลปกครองสูงสุดและประเด็นที่ต้องวินิจฉัยก่อนนั้นเป็นประเด็นที่ศาลปกครองชั้นต้นเห็นว่ากฎหรือคําสั่งทางปกครองใดน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ศาลปกครองชั้นต้นสั่งไม่รับประเด็นนั้นไว้พิจารณา แล้วดําเนินกระบวนพิจารณาในส่วนของประเด็นที่อยู่ในอํานาจต่อไป แต่ในกรณีที่องค์คณะเห็นว่าประเด็นที่สั่งไม่รับไว้พิจารณาจะมีผลต่อการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลปกครองชั้นต้น องค์คณะอาจมีคําสั่งให้รอการพิจารณาพิพากษาคดีไว้จนกว่าประเด็นที่สั่งไม่รับไว้พิจารณาจะได้มีการพิพากษาหรือมีคําสั่งชี้ขาดคดีโดยศาลปกครองสูงสุดแล้ว

หมวด หมวด ๑/๑

การขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล

มาตรา ข้อ ๔๑/๑

ข้อ ๔๑/๑ คู่กรณีซึ่งไม่มีทรัพย์สินเพียงพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมศาลหรือโดยสถานะ ของคู่กรณีนั้น ถ้าไม่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลจะได้รับความเดือดร้อนเกินสมควร อาจยื่นคําขอต่อศาล ขอให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในการฟ้องคดีหรือการอุทธรณ์ได้

มาตรา ข้อ ๔๑/๒

ข้อ ๔๑/๒ คู่กรณีใดมีความจํานงจะดําเนินคดีโดยได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ให้ยื่นคําขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลต่อศาลปกครองชั้นต้นพร้อมกับคําฟ้องหรือคําอุทธรณ์ แล้วแต่กรณี ในการนี้ ให้คู่กรณีผู้ยื่นคําขอเสนอพยานหลักฐานเท่าที่จะทําได้ไปพร้อมคําขอว่าไม่มีทรัพย์สิน เพียงพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมศาลหรือโดยสถานะของตนถ้าไม่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลจะได้รับ

ความเดือดร้อนเกินสมควร

ถ้าคู่กรณีมิได้ยื่นคําขอพร้อมคําฟ้องหรือคําอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง คู่กรณีอาจยื่นคําขอให้ยกเว้น ค่าธรรมเนียมศาลต่อศาลปกครองชั้นต้นในภายหลังได้

มาตรา ข้อ ๔๑/๓

ข้อ ๔๑/๓ ให้ศาลปกครองชั้นต้นแสวงหาข้อเท็จจริงโดยการไต่สวนหรือโดยวิธีอื่น ถ้าคําฟ้อง หรือคําอุทธรณ์ของคู่กรณีที่ยื่นคําขอมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะรับคําฟ้องไว้พิจารณา หรือมีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ได้ แล้วแต่กรณี และเห็นว่าคู่กรณีนั้นไม่มีทรัพย์สินเพียงพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมศาลหรือโดยสถานะของผู้ขอถ้าไม่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลจะได้รับความเดือดร้อนเกินสมควร ก็ให้ศาลปกครองชั้นต้นอนุญาตให้คู่กรณีที่ยื่นคําขอดําเนินคดีโดยยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดหรือเฉพาะบางส่วน หากเห็นว่าไม่มีเหตุตามคําขอจริง ให้ศาลมีคําสั่งยกคําขอนั้นเสีย คําสั่งให้ยกเว้น ค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๔๑/๔

ข้อ ๔๑/๔ ถ้าศาลปกครองชั้นต้นมีคําสั่งให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลเฉพาะบางส่วนหรือมีคําสั่งให้ยกคําขอ ผู้ยื่นคําขอมีสิทธิดําเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคําสั่ง

(๑) ยื่นคําร้องขอให้พิจารณาคําขอนั้นใหม่ เพื่ออนุญาตให้นําพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าไม่มีทรัพย์สินเพียงพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมศาล หรือโดยสถานะของผู้ขอ ถ้าไม่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลจะได้รับความเดือดร้อนเกินสมควร ทั้งนี้ เฉพาะคดีที่ศาลเห็นว่ามีข้ออ้างหรือข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะรับคําฟ้องไว้พิจารณา หรือมีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ได้ แล้วแต่กรณี

โดยยื่นคําร้องขอต่อศาลปกครองชั้นต้นที่มีคําสั่งนั้น เมื่อศาลมีคําสั่งเป็นประการใดแล้วให้เป็นที่สุด หรือ

(๒) อุทธรณ์คําสั่งนั้นต่อศาลปกครองสูงสุด โดยยื่นคําร้องอุทธรณ์คําสั่งต่อศาลปกครองชั้นต้นที่มีคําสั่งนั้น

ในกรณีที่คู่กรณีใช้สิทธิตาม (๑) หรือ (๒) อย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว จะใช้สิทธิอีกประการหนึ่งมิได้

มาตรา ข้อ ๔๑/๕

ข้อ ๔๑/๕ เมื่อคู่กรณีใดได้รับอนุญาตให้ดําเนินคดีในศาลปกครองชั้นต้นโดยยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลแล้ว หากต่อมายื่นคําขอให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ ให้ถือว่าคู่กรณีนั้นยังเป็นผู้ไม่มีทรัพย์สินเพียงพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมศาล หรือโดยสถานะของผู้ขอถ้าไม่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลจะได้รับความเดือดร้อนเกินสมควรอยู่ เว้นแต่จะปรากฏต่อศาลเป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๔๑/๖

ข้อ ๔๑/๖ เมื่อศาลอนุญาตให้คู่กรณีใดฟ้องหรืออุทธรณ์คดีโดยยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลคู่กรณีนั้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลที่ได้รับยกเว้นในการดําเนินกระบวนพิจารณาในศาลนั้น

ถ้าปรากฏต่อศาลว่าคู่กรณีที่ฟ้องหรืออุทธรณ์คดีโดยได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลมีทรัพย์สินเพียงพอจะเสียค่าธรรมเนียมศาลได้โดยมีอยู่แล้วในเวลาที่ยื่นคําขอให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล หรือโดยสถานะของคู่กรณีในขณะยื่นคําขอ แม้ไม่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลก็ไม่ได้รับความเดือดร้อนเกินสมควร ให้ศาลรอการพิจารณาคดีไว้ก่อน และมีคําสั่งให้คู่กรณีนั้นนําค่าธรรมเนียมศาลมาชําระภายในเวลาที่ศาลกําหนด หากไม่ชําระภายในเวลาดังกล่าว ให้ศาลมีคําสั่งจําหน่ายคดีออกจากสารบบความ

หมวด หมวด ๒

การแสวงหาข้อเท็จจริง

ส่วน ส่วนที่ ๑

การแสวงหาข้อเท็จจริงจากคําฟ้อง คําให้การ คําคัดค้านคําให้การ และคําให้การเพิ่มเติม

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ เมื่อตุลาการเจ้าของสํานวนเห็นว่าคําฟ้องใดเป็นคําฟ้องที่สมบูรณ์ครบถ้วน ให้มีคําสั่งรับคําฟ้องและมีคําสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทําคําให้การ โดยส่งสําเนาคําฟ้องและสําเนาพยานหลักฐานไปด้วยในกรณีที่เห็นสมควร จะกําหนดประเด็นที่ผู้ถูกฟ้องคดีต้องให้การ หรือให้จัดส่งพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องหรือที่จะเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาของศาลด้วยก็ได้ เว้นแต่เป็นกรณีที่กําหนดไว้ในข้อ ๖๑

ในกรณีที่พยานหลักฐานประกอบคําฟ้องมีปริมาณหรือสภาพที่ทําให้การส่งสําเนาให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดีเป็นภาระแก่ศาลเป็นอย่างมาก ให้ส่งสําเนาคําฟ้องไปพร้อมกับรายการพยานหลักฐานที่ผู้ถูกฟ้องคดีอาจขอดูหรือขอรับได้ที่ศาล

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ให้ผู้ถูกฟ้องคดียื่นคําให้การโดยชัดแจ้งแสดงการปฏิเสธหรือยอมรับข้อหาที่ปรากฏในคําฟ้องและคําขอท้ายฟ้อง และเหตุแห่งการนั้น พร้อมส่งพยานหลักฐานตามที่ตุลาการเจ้าของสํานวนกําหนดโดยจัดทําสําเนาคําให้การและสําเนาพยานหลักฐานดังกล่าวที่รับรองถูกต้องหนึ่งชุดหรือตามจํานวนที่ตุลาการเจ้าของสํานวนกําหนดยื่นมาพร้อมกับคําให้การด้วย ทั้งนี้ ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับ

สําเนาคําฟ้อง หรือภายในระยะเวลาที่ศาลกําหนด

188 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2543 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_bdf0e851e88eb6b5

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com