法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ และสินทรัพย์ ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
16
มาตรา อารัมภบท

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

เรื่อง สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ และสินทรัพย์

ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้

อาศัยอำนาจตามมาตรา ๒๓ ทวิ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๕๖ แห่งพระราช

บัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ และ

ที่แก้ไขเพิ่มเติมธนาคารแห่งประเทศไทย ออกข้อกำหนดไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง สินทรัพย์ที่ไม่มีราคา

หรือเรียกคืนไม่ได้ และสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ ลงวันที่ ๒๙ ธันวาคม

๒๕๔๐

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศฉบับนี้

(๑) สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ หมายถึง สินทรัพย์จัดชั้นสูญ

(๒) สินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ หมายถึง

(ก) สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญ

(ข) สินทรัพย์จัดชั้นสงสัย

(ค) สินทรัพย์จัดชั้นต่ำกว่ามาตรฐาน

(ง) สินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ

(จ) สินทรัพย์จัดชั้นปกติ

(๓) เงินสำรอง หมายถึง เงินสำรองที่กันไว้เป็นค่าเผื่อหนี้สูญหรือหนี้สงสัยจะ

สูญสำหรับสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ ทั้งนี้ บริษัทจะต้องกันเงินสำรอง

สำหรับสินทรัพย์จัดชั้นแต่ละประเภทตามอัตราและหลักเกณฑ์ที่ระบุในประกาศฉบับนี้

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ สินทรัพย์จัดชั้นสูญดังต่อไปนี้ให้ตัดออกจากบัญชี

(๑) สิทธิเรียกร้องซึ่งได้ปฏิบัติการโดยสมควรเพื่อให้ได้รับชำระหนี้แต่ไม่มีทางที่

จะได้รับชำระหนี้แล้ว โดยให้พิจารณาตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(ก) ลูกหนี้ถึงแก่ความตาย เป็นคนสาบสูญ หรือมีหลักฐานว่าหายสาบสูญ

ไป และไม่มีทรัพย์สินใด ๆ จะชำระหนี้ได้

(ข) ลูกหนี้เลิกกิจการ และมีหนี้ของเจ้าหนี้รายอื่นมีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์

สินทั้งหมดของลูกหนี้อยู่ในลำดับก่อนเป็นจำนวนมากกว่าทรัพย์สินของลูกหนี้

(ค) บริษัทได้ฟ้องลูกหนี้หรือได้ยื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้

รายอื่นฟ้อง และในกรณีนั้น ๆ ได้มีคำบังคับหรือคำสั่งของศาลแล้ว แต่ลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินใด ๆ จะ

ชำระหนี้ได้

(ง) บริษัทได้ฟ้องลูกหนี้ในคดีล้มละลายหรือได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดี

ที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องในคดีล้มละลาย และในกรณีนั้น ๆ ได้มีการประนอมหนี้กับลูกหนี้โดย

ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยกับการประนอมหนี้นั้น หรือลูกหนี้ถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย

และได้มีการแบ่งทรัพย์สินของลูกหนี้ครั้งแรกแล้ว

(๒) สิทธิเรียกร้องซึ่งตามพฤติการณ์ไม่อาจเรียกให้ชำระหนี้ได้

(๓) สินทรัพย์อื่นซึ่งชำรุด เสียหาย หรือหมดราคา

(๔) ส่วนสูญเสียที่เกิดจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ

ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้กันเงิน

สำรองในอัตราร้อยละ ๑๐๐

(๑) ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า ๑๒

เดือน นับแต่วันถึงกำหนดชำระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญาหรือวันที่

บริษัททวงถามหรือเรียกให้ชำระคืน แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน ยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญแล้ว

(๒) สินทรัพย์อื่นเฉพาะส่วนที่เป็นผลต่างของราคาจริงกับราคาตามบัญชีที่สูง

กว่าราคาจริง ทั้งนี้ ราคาจริงของสินทรัพย์นั้นให้ถือตามราคาซื้อขายในตลาด หรือหากไม่มีราคา

ดังกล่าว ให้ใช้ราคายุติธรรมที่ประเมินโดยผู้ประเมินราคาอิสระ หรือที่ประเมินโดยหน่วยราชการที่

เกี่ยวข้องแล้วแต่ราคาใดจะต่ำกว่า สำหรับเงินลงทุนในหลักทรัพย์หากไม่มีราคายุติธรรมดังกล่าวให้

ประเมินตามมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกิจการ

(๓) ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เฉพาะส่วนที่เป็นผลต่างของยอดหนี้ที่สูง

กว่ามูลค่าหลักประกัน

(๔) สินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องที่คาดว่าจะเรียกคืนไม่ได้ทั้งจำนวน

(๕) ส่วนสูญเสียที่เกิดจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ

ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

(๖) มีเหตุประการอื่นที่แสดงว่าสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องนั้นจะเรียกคืนไม่ได้

ทั้งจำนวนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่ง

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้กันเงินสำรอง

ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕๐

(๑) ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า ๖ เดือน

นับแต่วันถึงกำหนดชำระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญาหรือวันที่บริษัททวง

ถามหรือเรียกให้ชำระคืน แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน ยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญหรือสงสัยจะสูญแล้ว

(๒) ลูกหนี้ที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้ว

(๓) ลูกหนี้ที่หยุดดำเนินกิจการหรือเลิกกิจการ หรือกิจการของลูกหนี้อยู่ระหว่าง

ชำระบัญชี

(๔) ลูกหนี้ที่ประวิงการชำระหนี้ หรือกระทำการใด ๆ เพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้รับ

ชำระหนี้ เช่น ออกไปเสียนอกราชอาณาจักร หรือยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน

(๕) ลูกหนี้ที่มีฐานะการเงินไม่มั่นคง หรือความสามารถในการหารายได้ต่ำ

อันแสดงถึงความสามารถในการชำระหนี้อ่อน

(๖) ลูกหนี้ที่บริษัทติดต่อไม่ได้ หรือตามตัวลูกหนี้ไม่พบ หรือลูกหนี้ไปเสียจาก

ภูมิลำเนาที่ปรากฎตามสัญญาโดยไม่แจ้งให้บริษัททราบ

(๗) ผู้ค้ำประกันที่เข้าเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งใน (๑) - (๖) ดังกล่าวข้างต้น

(๘) ลูกหนี้ที่ไม่ปรากฏธุรกิจแน่ชัด หรือไม่ได้ประกอบธุรกิจจริงจังหรือนำเงินไป

ใช้ผิดวัตถุประสงค์

(๙) บริษัทได้ฟ้องลูกหนี้ หรือได้ยื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้ราย

อื่นฟ้อง

(๑๐) บริษัทได้ฟ้องลูกหนี้ในคดีล้มละลาย หรือได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีที่

ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องในคดีล้มละลาย

(๑๑) ลูกหนี้ที่ดำเนินธุรกิจขาดทุนเป็นเวลาตั้งแต่สามปีติดต่อกันขึ้นไป หรือ

ลูกหนี้ที่มียอดขาดทุนสะสมจนทำให้สินทรัพย์ต่ำกว่าหนี้สินที่มีอยู่ เว้นแต่มีหลักฐานที่แสดงให้เห็น

ได้ว่ากิจการของลูกหนี้มีโอกาสทำกำไรพอชดเชยผลขาดทุน

(๑๒) ลูกหนี้ที่บริษัทมิได้มีการวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้ตาม

หลักกาการให้กู้ยืมที่ดี หรือมีเอกสารประกอบการกู้ยืมไม่ครบถ้วนตามกฎหมายหรือมิได้มีการ

ติดตามฐานะการเงินตลอดจนคุณภาพลูกหนี้ตามวิธีปฏิบัติปกติ

(๑๓) ลูกหนี้ที่ได้ขอผ่อนเวลาการชำระหนี้ไว้ แต่ผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามกำหนด

เวลาที่ตกลงกัน

(๑๔) สินทรัพย์ที่สิทธิเรียกร้องที่คาดว่าจะเรียกให้ชำระคืนไม่ได้ครบถ้วน

(๑๕) มีเหตุประการอื่นที่แสดงว่าสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องนั้นคาดว่าจะเรียก

คืนไม่ได้ครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่ง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ สินทรัพย์จัดชั้นต่ำกว่ามาตรฐานตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ให้

กันเงินสำรองในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒๐

(๑) ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า ๓ เดือน

นับแต่วันถึงกำหนดชำระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญาหรือวันที่บริษัททวง

ถาม หรือเรียกให้ชำระคืน แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน ยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญ สงสัยจะสูญ หรือสงสัย

แล้ว

(๒) ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันไม่เกิน ๓ เดือน

แต่มีหลักฐานชัดเจนว่ามีปัจจัยบางอย่างที่อาจมีผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของ

ลูกหนี้ เช่น ภาวะของภาคอุตสาหกรรมของลูกหนี้เสื่อมถอยลงหรือหลักประกันที่เป็นปัจจัยในการ

ชำระหนี้เสื่อมค่าลง

(๓) ลูกหนี้ที่ดำเนินธุรกิจขาดทุนเป็นเวลาตั้งแต่สองปีติดต่อกันขึ้นไป หรือลูกหนี้

ที่มียอดขาดทุนสะสมจนทำให้สินทรัพย์หลังหักหนี้สินต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของทุนซึ่งชำระแล้ว เว้นแต่มี

หลักฐานที่แสดงให้เห็นได้ว่ากิจการของลูกหนี้มีโอกาสทำกำไรพอชดเชยผลขาดทุน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ลูกหนี้ที่มีหนังสือยืนยันการตรวจรับงานจากหน่วยราชการตามระเบียบ

ของหน่วยราชการนั้นที่มีระยะเวลาไม่เกิน ๖ เดือน นับแต่วันตรวจรับงาน เงินให้กู้ยืมส่วนที่มี

หนังสือยืนยันนั้นให้ถือเป็นสินทรัพย์จัดชั้นปกติ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ ให้ถือเป็นลูกหนี้ที่ไม่ต้องจัดชั้นและ

ไม่ต้องกันเงินสำรอง เว้นแต่เป็นกรณีตามข้อ ๔ (๓)

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้

ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด กรณีมีส่วนสูญเสียจากการปรับปรุง

โครงสร้างหนี้ซึ่งจัดเป็นสินทรัพย์จัดชั้นสูญตามข้อ ๓ (๔) หรือสินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญตามข้อ ๔

(๕) ให้บริษัทถือปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ เว้นแต่กรณีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่ไม่มีส่วนสูญเสีย ให้ถือ

ปฏิบัติเฉพาะ (๒) และ (๓)

(๑) ตัดส่วนสูญเสียออกจากบัญชี หรือกันเงินสำรองดังต่อไปนี้

(ก) ในกรณีที่บริษัทยินยอมลดต้นเงินหรือดอกเบี้ยที่ค้างชำระก่อนการ

ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้แก่ลูกหนี้ หรือรับชำระหนี้โดยการรับโอนสินทรัพย์ตราสารการเงิน หรือรับ

ทุนของลูกหนี้ที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุน ให้บริษัทตัดจำหน่ายบัญชีลูกหนี้และบันทึกส่วน

สูญเสียที่เกิดขึ้นเป็นค่าใช้จ่ายหนี้สูญทันที

(ข) ในกรณีที่บริษัทยินยอมผ่อนปรนเงื่อนไขในการชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้โดย

ไม่ลดต้นเงินและดอกเบี้ยที่ค้างชำระก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ให้บริษัทบันทึกส่วนสูญเสีย

ทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการคำนวณราคาตามบัญชีใหม่ของลูกหนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารที่ธนาคาร

แห่งประเทศไทยกำหนด โดยการกันเงินสำรองเต็มจำนวน ยกเว้นกรณีตามข้อ ๑๖

(ค) ในกรณีที่บริษัทยินยอมลดต้นเงินหรือดอกเบี้ยที่ค้างชำระก่อนการ

ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้แก่ลูกหนี้ หรือรับชำระหนี้บางส่วน โดยการรับโอนสินทรัพย์ตราสารการเงิน

หรือรับทุนของลูกหนี้ที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุนและผ่อนปรนเงื่อนไขในการชำระหนี้ในส่วนที่

เหลือให้แก่ลูกหนี้ให้บริษัทปฏิบัติตาม (ก) สำหรับกรณีการลดต้นเงินหรือดอกเบี้ย หรือการรับชำระ

หนี้ดังกล่าว และปฏิบัติตาม (ข) ในส่วนการผ่อนปรนเงื่อนไขในการชำระหนี้

(๒) ในระหว่างติดตามผลการปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ซึ่ง

ลูกหนี้ต้องชำระเงินตามสัญญาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ใหม่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๓ เดือน หรือ ๓

งวดการชำระเงิน แล้วแต่ระยะเวลาใดจะนานกว่า ให้ดำเนินการดังนี้

(ก) ลูกหนี้ที่ถูกจัดชั้นเป็นสงสัยจะสูญ หรือสงสัย ให้จัดชั้นเป็นต่ำกว่า

มาตรฐาน

(ข) ลูกหนี้ที่ถูกจัดชั้นเป็นต่ำกว่ามาตรฐาน หรือกล่าวถึงเป็นพิเศษให้คง

จัดชั้นเช่นเดิม

ทั้งนี้ บริษัทจะต้องกันเงินสำรองสำหรับลูกหนี้ตามสถานะการจัดชั้นหลังการ

ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ หากเงินสำรองตาม (๒) นี้มีจำนวนสูงกว่าเงินสำรองสำหรับส่วนสูญเสียจาก

การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตาม (๑) (ข) และ (ค)

เมื่อลูกหนี้สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้แล้วให้ถือ

เป็นลูกหนี้จัดชั้นปกติ

(๓) ในกรณีที่ลูกหนี้ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการชำระหนี้ใหม่ ให้นับระยะ

เวลาการค้างชำระรวมกับระยะเวลาการค้างชำระก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้แล้วพิจารณา

จัดชั้นตามหลักเกณฑ์การจัดชั้นเพื่อการกันเงินสำรองตามเกณฑ์ในประกาศฉบับนี้ต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เว้นแต่สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญตามข้อ ๔ (๒) (๓) และ (๕) ในการ

กันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญตามข้อ ๔ สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยตามข้อ ๕ และ

สินทรัพย์จัดชั้นต่ำกว่ามาตรฐานตามข้อ ๖ ให้นำมูลค่าของหลักประกันซึ่งได้ประเมินราคาตาม

หลักเกณฑ์การประเมินมูลค่าหลักประกันของสถาบันการเงินตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย

กำหนดมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ก่อนการกันเงินสำรอง ดังนี้

(๑) หลักประกันที่เป็นสิทธิในตั๋วสัญญาใช้เงินหรือบัตรเงินฝากที่บริษัทนั้นนำมา

หักได้ร้อยละ ๑๐๐

(๒) หลักประกันที่ใกล้เคียงเงินสด เช่น หลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด

นำมาหักได้ไม่เกินร้อยละ ๙๕ ของราคาตลาด

(๓) หลักประกันที่ได้มีการประเมินราคาทุก ๖ เดือน นำมาหักได้ไม่เกินร้อยละ

๙๐ ของมูลค่าที่ได้จากการประเมินราคาหรือการตีราคา

(๔) หลักประกันอื่นนำมาหักได้ไม่เกินร้อยละ ๕๐ ของมูลค่าที่ได้จากการ

ประเมินราคาหรือการตีราคา

ลูกหนี้จัดชั้นรายใดที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน หรือที่รัฐบาลจะจัดสรรเงิน

งบประมาณเพื่อชำระหนี้ให้ หรือที่มีหลักฐานว่าจะได้รับชำระเงินจากหน่วยราชการใดอย่างแน่นอน

ให้นำวงเงินที่ได้รับการค้ำประกันหรือที่จะได้รับชำระนั้นมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้

ก่อนคำนวณเงินสำรอง

ทั้งนี้ มูลค่าของหลักประกันที่นำมาหักได้ในทุกข้อที่กล่าวข้างต้น จะต้องไม่สูง

เกินกว่ามูลค่าที่ได้มีการจดจำนำ จำนอง หรือมูลค่าที่บริษัทมีบุริมสิทธิเหนือหลักประกันนั้น

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เว้นแต่สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญตามข้อ ๔ (๒) (๓) และ(๕) ซึ่งให้ถือ

ปฏิบัติในข้อ ๑๕ และข้อ ๑๖ ให้บริษัททยอยกันเงินสำรองให้ครบถ้วนภายในสิ้นงวดการบัญชีใน

รอบระยะเวลาหกเดือนหลังของปี ๒๕๔๓ โดยต้องดำเนินการตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(๑) ภายในวันสิ้นงวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนหลังของปี ๒๕๔๑ ให้

กันเงินสำรองไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒๐ ของจำนวนที่ต้องกันเงินสำรองดังกล่าว

(๒) ภายในวันสิ้นงวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี ๒๕๔๒ ให้

กันเงินสำรองไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๔๐ ของจำนวนที่ต้องกันเงินสำรองดังกล่าว

(๓) ภายในวันสิ้นงวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนหลังของปี ๒๕๔๒ ให้

กันเงินสำรองไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๖๐ ของจำนวนที่ต้องกันเงินสำรองดังกล่าว

(๔) ภายในวันสิ้นงวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี ๒๕๔๓ ให้

กันเงินสำรองไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๘๐ ของจำนวนที่ต้องกันเงินสำรองดังกล่าว

(๕) ภายในวันสิ้นงวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนหลังของปี ๒๕๔๓ ให้

กันเงินสำรองให้ครบถ้วน

ในกรณีที่บริษัทต้องลดทุนเพราะเหตุที่ทางการให้อำนาจสั่งการตามกฎหมาย

จำนวนเงินสำรองที่ต้องกันซึ่งจะนำมาใช้ในการพิจารณาลดทุนนั้นคือเงินสำรองที่ต้องกันเต็มทั้ง

จำนวน โดยจะไม่นำการทยอยกันตามวรรคแรกมาใช้บังคับ

อนึ่ง หากบริษัทได้กันเงินสำรองไว้แล้วมากกว่าจำนวนเงินที่ต้องทยอยกันเงิน

สำรองในแต่ละงวด บริษัทจะต้องคงจำนวนเงินสำรองดังกล่าวไว้ในบัญชีต่อไปจนกว่าจะกันเงิน

สำรองได้ครบถ้วนแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญตามข้อ ๔ (๒) และ (๓) ให้กันเงินสำรอง

ครบจำนวนที่ต้องกันในทันที

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญตามข้อ ๔ (๕) ให้บริษัททยอยกันเงินสำรอง

สำหรับส่วนสูญเสียสุทธิของลูกหนี้ที่มีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ก่อนสิ้นปี ๒๕๔๓ ภายหลังจาก

หักเงินสำรองที่กันไว้แล้วสำหรับลูกหนี้รายนั้นก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ออกก่อน และดำเนิน

การตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(๑) ภายในวันสิ้นงวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนหลังของปี ๒๕๔๑ ให้

กันเงินสำรองไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒๐ ของจำนวนที่ต้องกันเงินสำรองดังกล่าว

(๒) ภายในวันสิ้นงวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี ๒๕๔๒ ให้

กันเงินสำรองไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๔๐ ของจำนวนที่ต้องกันเงินสำรองดังกล่าว

(๓) ภายในวันสิ้นงวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนหลังของปี ๒๕๔๒ ให้

กันเงินสำรองไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๖๐ ของจำนวนที่ต้องกันเงินสำรองดังกล่าว

(๔) ภายในวันสิ้นงวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี ๒๕๔๓ ให้

กันเงินสำรองไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๘๐ ของจำนวนที่ต้องกันเงินสำรองดังกล่าว

(๕) ภายในวันสิ้นงวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนหลังของปี ๒๕๔๓ ให้

กันเงินสำรองให้ครบถ้วน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในระหว่างเวลาที่บริษัทยังไม่ได้ตัดสินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืน่ไม่

ได้ออกจากบัญชี หรือกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ครบ

จำนวนบริษัทจะจ่ายเงินปันผลหรือเงินตอบแทนอื่นใดแก่ผู้ถือหุ้นมิได้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้บริษัทจัดทำรายงานการสอบทานเงินให้กู้ยืมและภาระผูกพันส่งไป

ยังธนาคารแห่งประเทศไทยตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และแบบรายงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทย

กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่งวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือน

หลังของปี ๒๕๔๑ เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๑

หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

[รก. ๒๕๔๑/พ๕๔ง/๑๑/๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑]

พรพิมล/พิมพ์

๓๐ ก.ค ๒๕๔๕

B+A (C )

16 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ และสินทรัพย์ ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_bffda42e47b74226

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com