กฎเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
กฎเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
ออกตามความในมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์
พุทธศักราช ๒๔๗๓[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยออกกฎไว้ดังต่อไปนี้
資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
กฎเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
กฎเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
ออกตามความในมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์
พุทธศักราช ๒๔๗๓[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยออกกฎไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑[๒] ผู้ใดประสงค์จะฉายภาพยนตร์ ณ สถานที่มหรสพก็ดี นำหรือส่งภาพยนตร์ซึ่งทำในราชอาณาจักรสยามออกนอกราชอาณาจักรสยามก็ดี ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานผู้พิจารณาตามแบบ ภ.ย. ๑ ท้ายกฎนี้
เมื่อเจ้าพนักงานผู้พิจารณาเห็นว่าภาพยนตร์ที่ขออนุญาตนั้นไม่มีลักษณะฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติภาพยนตร์ ให้ลงลายมือชื่อและประทับตราอนุญาตให้ตามแบบ ภ.ย. ๑๑ ท้ายกฎนี้ และเก็บต้นขั้วประจำต่อไว้ แล้วมอบคู่ฉีกประจำต่อให้ผู้ขออนุญาตไป และให้เจ้าพนักงานผู้พิจารณาประทับตราดุนที่ฟิลม์ภาพยนตร์นั้น ม้วนละไม่น้อยกว่า ๓ ดวง ตรงตอนหัวม้วนตอนกลางม้วน และตอนปลายม้วนของฟิลม์
ข้อ ๒[๓] ผู้ใดประสงค์จะประกาศด้วยภาพ รูปถ่าย หรืออื่น ๆ นอกจากเรื่องภาพยนตร์อันอยู่ในวงการของการจัดฉายภาพยนตร์ซึ่งต้องรับอนุญาตตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓ ตามที่ได้แก้ไขโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์ (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๗๙ ให้ยื่นคำขอตามแบบ ภ.ย. ๒ ท้ายกฎนี้ต่อเจ้าพนักงานดังจะกล่าวต่อไปนี้
(๑) เจ้าพนักงานผู้พิจารณาเฉพาะในจังหวัดพระนครและธนบุรี
(๒) นายตรวจเฉพาะในจังหวัดอื่น นอกจากจังหวัดพระนครและธนบุรี
เมื่อเจ้าพนักงานเห็นว่าประกาศที่ขออนุญาตนั้นไม่มีลักษณะฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติภาพยนตร์หรือกฎหมายอื่นแล้ว ให้ลงลายมือชื่อและประทับตราอนุญาตให้ตามแบบ ภ.ย. ๑๔ หรือ ภ.ย. ๑๗ ท้ายกฎนี้ และเก็บต้นขั้วประจำต่อไว้ แล้วมอบคู่ฉีกประจำต่อให้ผู้ขออนุญาตไป และให้เจ้าพนักงานผู้อนุญาตประทับตราที่ประกาศนั้น ๆ แผ่นละ ๑ ดวง
ข้อ ๓[๔] ผู้ใดประสงค์จะประกาศด้วยลายลักษณ์อักษรภาพ หรือรูปถ่ายแสดงเรื่องของภาพยนตร์ซึ่งต้องรับอนุญาตตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์ (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๗๙ ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานผู้พิจารณาตามแบบ ภ.ย. ๒ ท้ายกฎนี้
ถ้าผู้ขออนุญาตประสงค์จะทำเป็นหนังสือเล่มหรือฉบับต้อง
(๑) แจ้งจำนวนหนังสือที่จัดทำขึ้นในคราวนั้นทั้งหมดมีเท่าใด
(๒) ส่งหนังสือนั้นไปให้เจ้าพนักงานผู้พิจารณาตรวจพิจารณาก่อนพิมพ์ออกจำหน่ายจ่ายแจกหรือสำแดงด้วยวิธีใด ๆ อย่างน้อยสามวัน
(๓) มีเลขหมายประจำฉบับเรียงตามลำดับไม่ซ้ำกันไปจนครบจำนวนตามที่ได้แจ้งไว้ต่อเจ้าพนักงานผู้พิจารณา
(๔) ส่งหนังสือนั้นตั้งแต่ฉบับที่ ๑ ถึง ๕ และตั้งแต่ฉบับสุดท้ายถอยหลังขึ้นมา ๕ ฉบับ ให้เจ้าพนักงานผู้พิจารณาเก็บไว้เป็นหลักฐาน
เมื่อเจ้าพนักงานผู้พิจารณาเห็นว่าประกาศที่ขออนุญาตนั้นไม่มีลักษณะฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติภาพยนตร์ ให้ลงลายมือชื่อและประทับตราอนุญาตให้ตามแบบ ภ.ย. ๑๓ ท้ายกฎนี้ และเก็บต้นขั้วประจำต่อไว้ แล้วมอบคู่ฉีกประจำต่อให้ผู้ขออนุญาตไป และให้เจ้าพนักงานผู้พิจารณาประทับตราที่ประกาศนั้น ๆ แผ่นละ ๑ ดวง
ข้อ ๔[๕] ดวงตราของเจ้าพนักงานผู้พิจารณาภาพยนตร์ให้มีลักษณะเป็นรูปไข่ภายในดวงตรามีอักษรว่า "เจ้าพนักงานผู้พิจารณาภาพยนตร์" และชื่อจังหวัดที่เจ้าพนักงานผู้พิจารณาภาพยนตร์ประจำอยู่ โดยมีชนิดและการใช้ดั่งนี้
ดวงตราชนิดที่หนึ่งขนาดส่วนกว้าง ๑ เซนติเมตร ส่วนยาว ๒ เซนติเมตร ใช้ประทับฟิล์มภาพยนตร์ทุกชนิด และประกาศที่มีขนาดส่วนกว้าง หรือส่วนยาว หรือส่วนสูงส่วนใดส่วนหนึ่งไม่เกิน ๕ เซนติเมตรทุกชนิด
ดวงตราชนิดที่สองขนาดส่วนกว้าง ๒.๓ เซนติเมตร ส่วนยาว ๓.๔ เซนติเมตรใช้ประทับประกาศที่มีขนาดส่วนกว้างหรือส่วนยาว หรือส่วนสูง ส่วนใดส่วนหนึ่งเกินกว่า ๕ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๑ เมตรทุกชนิด
ดวงตราชนิดที่สามขนาดส่วนกว้าง ๑๐ เซนติเมตร ส่วนยาว ๑๖ เซนติเมตร ใช้ประทับประกาศทีมีส่วนกว้าง หรือส่วนยาว หรือส่วนสูง ส่วนใดส่วนหนึ่งเกินกว่า ๑ เมตรขึ้นไปทุกชนิด
ข้อ ๕[๖] ค่าธรรมเนียมให้เรียกเก็บดังนี้
(๑) การออกใบอนุญาตและการประทับตราสำหรับการฉายภาพยนตร์หรือการนำหรือส่งภาพยนตร์ซึ่งทำในราชอาณาจักรออกนอกราชอาณาจักร ๑๐๐ บาท ต่อภาพยนตร์ ๑๐๐ เมตร หรือเศษของ ๑๐๐ เมตร แต่ในกรณีที่เป็นสำเนาภาพยนตร์ไทยซึ่งทำในราชอาณาจักร ให้เรียกเก็บ ๔๐ บาท ต่อสำเนาภาพยนตร์ ๑๐๐ เมตร หรือเศษของ ๑๐๐ เมตร
(๒) การออกใบอนุญาตและการประทับตรา สำหรับประกาศโฆษณาเรื่องของภาพยนตร์หรือประกาศโฆษณาอื่น ๆ เกี่ยวกับการฉายภาพยนตร์ ๒,๐๐๐ บาท ต่อ ๑ เรื่อง
(๓) การออกใบแทนใบอนุญาตทุกชนิด ฉบับละ ๒๐๐ บาท
ข้อ ๖[๗] การยื่นอุทธรณ์ต่อสภาพิจารณาภาพยนตร์ตามความในมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓ ให้ผู้อุทธรณ์ยื่นคำร้องตามแบบ ภ.ย. ๑๕ ท้ายกฎนี้
เมื่อสภาพิจารณาภาพยนตร์ได้ลงมติประการใด ให้แจ้งแก่ผู้อุทธรณ์ทราบตามแบบ ภ.ย. ๑๖ ท้ายกฎนี้
กฎให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๗๔
จอมพล บริพัตร
เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
[เอกสารแนบท้าย]
๑. ภ.ย. ๑ เรื่องราวขออนุญาตฉายภาพยนตร์ ณ สถานที่มหรสพหรือนำส่งภาพยนตร์
๒. ภ.ย. ๒ เรื่องราวขออนุญาตประกาศโฆษณาแสดงเรื่องภาพยนตร์หรืออื่น ๆ
๓. ภ.ย. ๓ เรื่องราวขออนุญาตคัดสำเนาใบอนุญาตภาพยนตร์
๔. ภ.ย. ๑๑ ใบอนุญาตฉายภาพยนตร์ ณ สถานที่มหรสพหรือนำส่งภาพยนตร์
๕. ภ.ย. ๑๒ สำเนา ใบอนุญาตฉายภาพยนตร์ ณ สถานที่มหรสพหรือนำส่งภาพยนตร์
๖. ภ.ย. ๑๓ ใบอนุญาตประกาศโฆษณาแสดงเรื่องภาพยนตร์
๗. ภ.ย.๑๔ ใบอนุญาตประกาศโฆษณาต่าง ๆ บนจอภาพยนตร์ (แบบนี้ใช้เฉพาะ จ.ว. พระนคร
และธนบุรี)
๘. ภ.ย. ๑๕ เรื่องราวคำร้องอุทธรณ์คำสั่งคัดค้านคำสั่งเจ้าพนักงานผู้พิจารณา
๙. ภ.ย. ๑๖ สภาพิจารณาภาพยนตร์ กระทรวงมหาดไทย
๑๐. ภ.ย.๑๗ ใบอนุญาตประกาศโฆษณาต่าง ๆ บนจอภาพยนตร์ (แบบนี้ ใช้ต่างจังหวัด
นอกจากจังหวัดพระนครและธนบุรี)[๘]
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
กฎกระทรวงมหาดไทย ออกตามความในมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓ (ฉบับที่ ๒)[๙]
กฎกระทรวงมหาดไทย ออกตามความในพระราชบัญญัติภาพยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓ (ฉบับที่ ๓)[๑๐]
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติภาพยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓[๑๑]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
๑. เนื่องด้วยฟิล์มภาพยนตร์ขนาดต่ำกว่า ๓๕ ม.ม. ในปัจจุบันนี้ยังไม่มีดวงตราเจ้าพนักงานผู้พิจารณาภาพยนตร์ใช้ประทับ แต่ได้อาศัยใช้ดวงตราสำหรับประทับบนฟิล์มภาพยนตร์ขนาด ๓๕ ม.ม. ซึ่งไม่สะดวกแก่การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ จึงเป็นการสมควรกำหนดดวงตราเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะอีก ๑ ชนิด
๒. เนื่องด้วยจำนวนค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บอยู่แต่เดิม เมื่อเทียบกับค่าของเงินในปัจจุบันนี้ไม่เป็นที่สมดุลย์กัน จึงควรเพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมขึ้นตามสมควร
๓. เมื่อได้เพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมดังกล่าวในข้อ ๒ แล้ว อัตราค่าธรรมเนียมสำหรับประกาศโฆษณาก็ควรจะยกเลิกไปเพื่อความเหมาะสม
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติภาพยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓[๑๒]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาตและการประทับตราสำหรับการฉายภาพยนตร์หรือการนำหรือส่งภาพยนตร์ไทยซึ่งทำในราชอาณาจักรออกนอกราชอาณาจักรขึ้นไว้โดยเฉพาะ เพื่อกรณีที่เป็นสำเนาภาพยนตร์ไทยซึ่งทำในราชอาณาจักร" โดยให้มีอัตราค่าธรรมเนียมต่ำกว่ากรณีอื่นอันจะเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมการทำภาพยนตร์ไทยภายในประเทศ และสมควรแก้ไขอัตราค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาตและการประทับตราสำหรับประกาศโฆษณาเรื่องของภาพยนตร์หรือประกาศโฆษณาอื่น ๆ เกี่ยวกับการฉายภาพยนตร์ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
จำนงค์/จัดทำ/ปรับปรุง
๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๐
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา.เล่ม ๔๘/-/หน้า ๑๑๐/๓๑ พฤษภาคม ๒๔๗๔
[๒] ข้อ ๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงมหาดไทย ออกตามความในพระราชบัญญัติภาพยนตร์พุทธศักราช ๒๔๗๓ (ฉบับที่ ๓)
[๓] ข้อ ๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงมหาดไทย ออกตามความในพระราชบัญญัติภาพยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓ (ฉบับที่ ๓)
[๔] ข้อ ๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงมหาดไทย ออกตามความในมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓ (ฉบับที่ ๒)
[๕] ข้อ ๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติภาพยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓
[๖] ข้อ ๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติภาพยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓
[๗] ข้อ ๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดย)กฎกระทรวงมหาดไทย ออกตามความในพระราชบัญญัติภาพยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓ (ฉบับที่ ๓)
[๘]แบบ ภ.ย. ๑ - ภ.ย. ๑๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงมหาดไทย ออกตามความในพระราชบัญญัติภาพยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓ (ฉบับที่ ๓)
[๙] ราชกิจจานุเบกษา /-/๙๙๕/๑๘ พฤศจิกายน ๒๔๗๗
[๑๐] ราชกิจจานุเบกษา /-/๕๔/๗๑๓/๒๑ สิงหาคม ๒๔๘๐
[๑๑] ราชกิจจานุเบกษา /-/๕๓/๘๕๒/๑๑ สิงหาคม ๒๔๙๖
[๑๒] ราชกิจจานุเบกษา /๑๗๘/๓๙พ/๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๒๘
กฎเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ออกตามความในมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์ พุทธศักราช 2473 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c052932f6517e072
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名
本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com