法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาประกาศกำหนดเป็นองค์การสาธารณกุศลตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
12
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงการคลัง

ประกาศกระทรวงการคลัง

เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาประกาศกำหนดเป็นองค์การสาธารณกุศล

ตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐[๑]

เพื่อให้การพิจารณาประกาศกำหนดเป็นองค์การสาธารณกุศล ตามความในมาตรา ๑๐๗ (๑) (๒) และมาตรา ๑๐๘ (๑) (๒) แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นไปด้วยความรวดเร็วและเป็นธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจึงออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาประกาศกำหนดเป็นองค์การสาธารณกุศลไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ มูลนิธิที่ประสงค์จะขอให้พิจารณาประกาศเป็นองค์การสาธารณกุศล จะต้องมีฐานะเป็นนิติบุคคล และให้ยื่นคำขอต่อกรมสรรพสามิต ตามแบบ ภส. ๐๕ - ๒๖ ท้ายประกาศนี้ เพื่อพิจารณาเสนอกระทรวงการคลัง

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ วัตถุประสงค์ของมูลนิธิ เพื่อการกุศลสาธารณะในประเทศไทยเท่านั้น และรายได้ของมูลนิธิจะต้องมิใช่เป็นการได้มาจากการซื้อขาย หรือการให้บริการโดยมีค่าตอบแทนเป็นปกติธุระ เว้นแต่การซื้อขายหรือการให้บริการนั้นเกี่ยวข้องกับการศาสนา การศึกษา การสถานพยาบาลหรือการสังคมสงเคราะห์ และไม่นำรายได้ดังกล่าวไปจ่ายในทางอื่น

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ชื่อมูลนิธิ จะต้องไม่เป็นชื่อและนามสกุลของบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่หรือชื่อการค้าหรือเครื่องหมายการค้า

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ กรมสรรพสามิตจะตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เกี่ยวกับการดำเนินงานของมูลนิธินั้นก่อน เช่น งบดุล บัญชีรายได้ รายจ่าย ซึ่งมีผู้สอบบัญชีรับรองแล้ว โดยจะตรวจสอบย้อนหลังไปไม่ต่ำกว่าสามปี ถ้าปรากฏดังต่อไปนี้จะไม่ประกาศให้

(๑) การดำเนินงานของมูลนิธิไม่ตรงตามวัตถุประสงค์หรือมีการใช้ชื่อมูลนิธิดำเนินงานเพื่อหาประโยชน์ส่วนตัว

(๒) รายได้ของมูลนิธิ ได้นำไปเป็นรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะ น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ของรายได้ทั้งสิ้นในสามรอบระยะเวลาบัญชีที่แล้วมา เว้นแต่

(๒.๑) ตราสารจัดตั้งระบุว่า ให้นำดอกผลมาเป็นรายได้เท่านั้น หรือให้นำดอกผลมาใช้จ่ายเท่านั้น

(๒.๒) กรณีมีเหตุจำเป็นต้องเก็บสะสมรายได้ เพื่อดำเนินการตามโครงการตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ

(๓) รายจ่ายของมูลนิธิเป็นรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะน้อยกว่าร้อยละ ๗๕ ของรายจ่ายทั้งสิ้นในสามรอบระยะเวลาบัญชีที่แล้วมา และรายจ่ายดังกล่าวได้นำไปเป็นรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะน้อยกว่าร้อยละ ๖๕ ของรายจ่ายทั้งสิ้นในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี

(๔) รายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะของมูลนิธิควรกระจายเป็นการทั่วไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้จดแจ้งไว้ และต้องมิใช่เพื่อวัตถุประสงค์ใดวัตถุประสงค์หนึ่งที่จะให้ประโยชน์เฉพาะแก่บุคคล คณะบุคคลหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งหรือเป็นส่วนใหญ่

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ มูลนิธิที่จัดตั้งขึ้นยังไม่ครบสามปี จะไม่พิจารณาประกาศให้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ องค์การ สถานสาธารณกุศล สถานพยาบาล หรือสถานศึกษาใด ที่มิได้มีฐานะเป็นมูลนิธิจะไม่พิจารณาประกาศให้ เว้นแต่จะมีวัตถุประสงค์และการดำเนินงานเช่นเดียวกับมูลนิธิ จะพิจารณาประกาศให้เป็นราย ๆ ไป ในหลักเกณฑ์เดียวกันหรือตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ มูลนิธิ องค์การ สถานสาธารณกุศล สถานพยาบาล หรือสถานศึกษาใดที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามข้อ ๑ ถึงข้อ ๖ จะไม่ประกาศให้ เว้นแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะพิจารณาเห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ มูลนิธิ องค์การ สถานสาธารณกุศล สถานพยาบาล หรือสถานศึกษา ที่ได้รับการประกาศให้เป็นองค์การสาธารณกุศลไปแล้ว เว้นแต่สภากาชาดไทย วัดวาอาราม และสถานพยาบาลหรือสถานศึกษาขององค์การของรัฐบาล จะต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้

(๑) ใบรับที่ออกให้แก่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่บริจาคสินค้าหรือผู้ประกอบกิจการสถานบริการที่บริจาครายรับให้ระบุลำดับที่ได้รับการประกาศด้วย

(๒) ส่งรายงานการประชุม งบดุล และบัญชีรายได้ รายจ่าย พร้อมทั้งรายงานการดำเนินงานของกิจการสำหรับรอบปีบัญชีที่ผ่านมาของผู้รับอนุมัติ ให้กรมสรรพสามิตทราบภายใน ๑๕๐ วัน นับแต่วันที่สิ้นรอบระยะเวลาบัญชี

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ มูลนิธิ องค์การ สถานสาธารณกุศล สถานพยาบาลหรือสถานศึกษาที่ประกาศไปแล้วนั้น ให้กรมสรรพสามิตดำเนินการตรวจสอบเอกสาร หลักฐานเกี่ยวกับผลการดำเนินงานหากปรากฏว่าผลการดำเนินงานไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือคุณสมบัติที่กำหนดข้างต้น หรือไม่ปฏิบัติตามข้อ ๘ โดยไม่มีเหตุอันสมควรก็ให้เพิกถอนการประกาศฯ ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่ปีถัดจากปีที่ประกาศเพิกถอนในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ มูลนิธิ องค์การ หรือสมาคม ที่ได้ประกาศกำหนดให้เป็นองค์การสาธารณกุศลตามมาตรา ๑๐๒ (๑) (๒) และมาตรา ๑๐๒ ทวิ (๑) (๒) แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ ก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าอยู่ในหลักเกณฑ์การประกาศกำหนดเป็นองค์การสาธารณกุศล ตามประกาศนี้ โดยไม่ต้องยื่นคำขอเป็นองค์การสาธารณกุศล

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ คำขอที่ได้ยื่นไว้ตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาประกาศกำหนดเป็นองค์การสาธารณกุศล ตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ก่อนวันที่ประกาศนี้บังคับใช้และยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ให้ถือว่าเป็นคำขอตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐

อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

[เอกสารแนบท้าย]

๑. คำขอเป็นองค์การสาธารณกุศล

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปวันวิทย์/ภวรรณตรี/จัดทำ

๒๗ กันยายน ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๒๒๗ ง/หน้า ๑๐/๑๖ กันยายน ๒๕๖๐

12 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาประกาศกำหนดเป็นองค์การสาธารณกุศลตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c06261e9b83f7b11

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com