法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเป็นองค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหน่วยงาน ที่อธิบดีให้ความเห็นชอบในการจัดอบรมแก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (ฉบับที่ 3)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
7
มาตรา อารัมภบท

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเป็นองค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหน่วยงาน ที่อธิบดีให้ความเห็นชอบในการจัดอบรมแก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (ฉบับที่ 3)

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496 ประกอบกับข้อ 5 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับการตรวจสอบและรับรองบัญชี เรื่อง กําหนดระเบียบเกี่ยวกับการตรวจสอบและรับรองบัญชี ตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2544 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับการตรวจสอบและรับรองบัญชี (ฉบับที่ 2) เรื่อง กําหนดระเบียบเกี่ยวกับการตรวจสอบและรับรองบัญชี ตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 และข้อ 4 ของคําสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.98/2544 เรื่อง กําหนดคุณสมบัติ การทดสอบ การขอขึ้นทะเบียน การออกใบอนุญาต การอบรม การต่ออายุ และการขอออกใบแทนใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากร ตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2544 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคําสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.263/2559 เรื่อง กําหนดคุณสมบัติ การทดสอบ การขอขึ้นทะเบียน การออกใบอนุญาต การอบรม การต่ออายุ และการขอออกใบแทนใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากร ตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2559 อธิบดีกรมสรรพากรกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเป็นองค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหน่วยงานที่อธิบดีให้ความเห็นชอบในการจัดอบรมแก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเป็นองค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหน่วยงานที่อธิบดีให้ความเห็นชอบในการจัดอบรมแก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากร ลงวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2548 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเป็นองค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหน่วยงานที่อธิบดีให้ความเห็นชอบในการจัดอบรมแก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2559

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ องค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหน่วยงานที่ประสงค์จะขอเป็นองค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหน่วยงานที่อธิบดีให้ความเห็นชอบในการจัดอบรมแก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากร ต้องมีคุณสมบัติและดําเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังนี้

(1) องค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหน่วยงานนั้นต้องมีลักษณะ ดังนี้

(ก) เป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน

(ข) เป็นสถานฝึกอบรมวิชาชีพเอกชนที่มีฐานะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมูลนิธิหรือสมาคมซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อดําเนินการจัดฝึกอบรมสัมมนาปรากฏอยู่ในข้อหนึ่งข้อใดที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองนิติบุคคล หรือใบสําคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ (น.ม.3) ใบสําคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งสมาคม (ส.ค.4) แล้วแต่กรณี

(ค) เป็นหน่วยงานสวัสดิการภายในส่วนราชการที่มีวัตถุประสงค์หลักในการดําเนินงานเพื่อเผยแพร่ความรู้และจัดอบรมสัมมนาทางด้านกฎหมายภาษีอากรโดยเฉพาะให้แก่ข้าราชการและบุคคลทั่วไป

(2) องค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหน่วยงานตาม (1) ต้องยื่นหนังสือต่ออธิบดีผ่านผู้อํานวยการกองมาตรฐานการสอบบัญชีภาษีอากร แสดงความประสงค์เป็นองค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหน่วยงานที่อธิบดีให้ความเห็นชอบในการจัดอบรมแก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากร พร้อมแนบภาพถ่ายหนังสือรับรองนิติบุคคล ใบสําคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ (น.ม.3) ใบสําคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งสมาคม (ส.ค.4) หรือหลักฐานอื่นที่แสดงฐานะเป็นนิติบุคคลหรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพเอกชน หรือหลักฐานแสดงสถานภาพการเป็นหน่วยงานสวัสดิการภายในส่วนราชการ แล้วแต่กรณี โดยหลักฐานดังกล่าวต้องปรากฏวัตถุประสงค์เพื่อดําเนินการจัดฝึกอบรมสัมมนาด้วย

(3) องค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหน่วยงานตาม (2) ต้องขออนุมัติหลักสูตรการจัดอบรมแก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรต่ออธิบดีผ่านผู้อํานวยการกองมาตรฐานการสอบบัญชีภาษีอากร พร้อมแนบเอกสารดังต่อไปนี้

(ก) รายละเอียดวันเวลาในการเปิดรับสมัคร และระยะเวลาในการจัดอบรม

(ข) ชื่อหลักสูตรพร้อมรายละเอียดของหลักสูตร

(ค) เนื้อหา ขอบเขตวิชา และระยะเวลาในการจัดอบรม ตามที่กําหนดไว้ในข้อ 3

(ง) ชื่อ คุณวุฒิ และประสบการณ์ในการทํางานของวิทยากรผู้บรรยาย ซึ่งวิทยากรผู้บรรยายดังกล่าว ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

1) กรณีเป็นผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ต้องมีประสบการณ์ในการทํางานด้านภาษีอากร หรือด้านบัญชีภาษีอากรไม่น้อยกว่า 5 ปีภายหลังจบการศึกษา

2) กรณีเป็นผู้จบการศึกษาระดับปริญญาโท ต้องมีประสบการณ์ในการทํางานด้านภาษีอากร หรือด้านบัญชีภาษีอากรไม่น้อยกว่า 3 ปี ภายหลังจบการศึกษา

3) กรณีเป็นผู้จบการศึกษาระดับปริญญาเอก ต้องมีประสบการณ์ในการทํางานด้านภาษีอากร หรือด้านบัญชีภาษีอากรไม่น้อยกว่า 1 ปี ภายหลังจบการศึกษา

ทั้งนี้ ความใน (2) ไม่ใช้บังคับกับองค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหน่วยงานที่อธิบดีให้ความเห็นชอบในการจัดอบรมแก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ องค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหน่วยงานที่อธิบดีให้ความเห็นชอบในการจัดอบรมแก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรต้องจัดให้มีหลักสูตรการอบรมในแต่ละปี โดยให้มีเนื้อหาวิชาครอบคลุมกฎหมายภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรและกฎหมายภาษีอากรอื่นที่กรมสรรพากรจัดเก็บ มาตรฐานการปฏิบัติงานตรวจสอบและรับรองบัญชี มาตรฐานการบัญชี มาตรฐานการสอบบัญชีและจรรยาบรรณของผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีซึ่งมุ่งเน้นเนื้อหาที่เป็นปัจจุบันและต้องมีเนื้อหาวิชาตามระยะเวลาของแต่ละหลักสูตรที่จัดอบรมรวมกันไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปี ทั้งนี้ เนื้อหาหลักสูตรในการจัดอบรมดังกล่าว ต้องมีเนื้อหาวิชากฎหมายภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรและกฎหมายภาษีอากรอื่นที่กรมสรรพากรจัดเก็บไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง

การจัดอบรมตามวรรคหนึ่ง หากภายหลังองค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหน่วยงานที่อธิบดีให้ความเห็นชอบในการจัดอบรมแก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการอบรมหรือมีการเปลี่ยนแปลงวิทยากรจากที่อธิบดีให้ความเห็นชอบไว้ต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรหรือการเปลี่ยนแปลงวิทยากรดังกล่าวต่ออธิบดีผ่านผู้อํานวยการกองมาตรฐานการสอบบัญชีภาษีอากรและต้องได้รับการพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนการจัดให้มีการอบรมแก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรไม่น้อยกว่า 15 วัน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ องค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหน่วยงานที่อธิบดีให้ความเห็นชอบในการจัดอบรมแก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรต้องแสดงรายละเอียดของหลักสูตร เนื้อหา ขอบเขตวิชา และระยะเวลาในการจัดอบรมดังต่อไปนี้

(1) กรณีการจัดอบรมตามหลักสูตรในข้อ 3 แก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (Offline Training) ต้องดําเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการ ดังนี้

(ก) ในการจัดอบรมแต่ละหลักสูตร ต้องกําหนดให้มีเนื้อหา ขอบเขตวิชาตามที่กําหนดไว้ในข้อ 3 โดยให้นับระยะเวลาในการจัดอบรม 1 ชั่วโมงการอบรมเท่ากับ 60 นาที สําหรับระยะเวลาในช่วงพิธีเปิดการอบรม พิธีปิดการอบรมและเวลาพักไม่ให้นับเป็นชั่วโมงการอบรม และหากไม่มีการกําหนดระยะเวลาพักไว้ให้ถือเวลาพักรับประทานอาหารเป็น 1 ชั่วโมง และเวลาพักรับประทานอาหารว่างเป็นครั้งละ 15 นาที

(ข) ต้องจัดส่งหลักฐานการลงทะเบียนเข้ารับการอบรมต่ออธิบดีผ่านผู้อํานวยการกองมาตรฐานการสอบบัญชีภาษีอากรภายใน 7 วัน นับแต่วันที่การอบรมสิ้นสุดลง และจะต้องออกหนังสือรับรองการเข้ารับการอบรมในแต่ละครั้งให้แก่ผู้เข้ารับการอบรม โดยหนังสือรับรองดังกล่าวจะต้องมีรายการอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

1) ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจําตัวผู้เสียภาษีอากรขององค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหน่วยงานที่อธิบดีให้ความเห็นชอบในการจัดอบรมแก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากร

2) เลขที่หนังสือ และวันที่ที่ได้รับความเห็นชอบในการจัดอบรมจากอธิบดีกรมสรรพากร

3) ชื่อ - ชื่อสกุลของผู้เข้ารับการอบรม และเลขทะเบียนผู้สอบบัญชีภาษีอากร

4) หลักสูตรที่อบรม

5) วัน เวลา และจํานวนชั่วโมงที่เข้ารับการอบรม

6) วันที่ออกหนังสือรับรอง

(2) กรณีการจัดอบรมตามหลักสูตรในข้อ 3 แก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรผ่านช่องทางออนไลน์ (Online Training) ต้องดําเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการดังนี้

(ก) ในการจัดอบรมแต่ละหลักสูตร ต้องกําหนดให้มีเนื้อหา ขอบเขตวิชาตามที่กําหนดไว้ในข้อ 3 โดยให้นับระยะเวลาในการจัดอบรม 1 ชั่วโมงการอบรมเท่ากับ 60 นาที สําหรับระยะเวลาในช่วงพิธีเปิดการอบรม พิธีปิดการอบรมและเวลาพักไม่ให้นับเป็นชั่วโมงการอบรมและหากไม่มีการกําหนดระยะเวลาพักไว้ให้ถือเวลาพักรับประทานอาหารเป็น 1 ชั่วโมง และเวลาพักรับประทานอาหารว่างเป็นครั้งละ 15 นาที

(ข) กําหนดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เป็นโปรแกรมในการจัดการอบรมให้แก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมสามารถสื่อสารกับวิทยากรได้แบบ Real Time และแบบ Chat พร้อมกําหนดรูปแบบ Interactive media for intention ในระหว่างการจัดอบรม เพื่อควบคุมให้ผู้สอบบัญชีภาษีอากรที่เข้ารับการอบรมผ่านช่องทางออนไลน์มีปฏิสัมพันธ์กับวิทยากรตลอดระยะเวลาการอบรม โดยห้ามมิให้ใช้การบันทึกสื่อการสอนผ่านช่องทางออนไลน์ไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ ย้อนหลัง

(ค) กําหนด Account Admin ให้กรมสรรพากรเพื่อใช้สําหรับการตรวจสอบการจัดอบรมแบบ Real Time

(ง) ต้องจัดส่งหลักฐานการลงทะเบียนชื่อ - ชื่อสกุล เลขทะเบียนของผู้สอบบัญชีภาษีอากรและหลักฐานการยืนยันตัวตนของผู้เข้ารับการอบรมผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งปรากฏใบหน้าพร้อมบัตรประจําตัวประชาชนของผู้เข้ารับการอบรมพร้อมออกหนังสือรับรองการเข้ารับการอบรมในแต่ละครั้งให้แก่ผู้เข้ารับการอบรมโดยหนังสือรับรองดังกล่าวจะต้องมีรายการอย่างน้อยตาม (1) (ข) ต่ออธิบดีผ่านผู้อํานวยการกองมาตรฐานการสอบบัญชีภาษีอากรภายใน 7 วัน นับแต่วันที่การอบรมผ่านช่องทางออนไลน์สิ้นสุดลง

(จ) จัดให้มีคู่มือการใช้งานระบบสําหรับผู้เข้ารับการอบรม ซึ่งแสดงขั้นตอนวิธีการใช้งานระบบการเรียนการสอนผ่านช่องทางออนไลน์ และวิธีการในการแก้ไขปัญหาอันเนื่องมาจากการใช้โปรแกรม หรือจากสัญญาณการสื่อสารขัดข้องในระหว่างการอบรมผ่านช่องทางออนไลน์

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ องค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหน่วยงานที่อธิบดีให้ความเห็นชอบในการจัดอบรมแก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรใดเลิกกิจการ หรือถูกนายทะเบียนขีดชื่อออกจากทะเบียนนิติบุคคลหรือพ้นจากการเป็นหน่วยงานสวัสดิการภายในส่วนราชการนั้น แล้วแต่กรณี ให้องค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหน่วยงานดังกล่าวสิ้นสภาพจากการเป็นองค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหน่วยงานที่อธิบดีให้ความเห็นชอบในการจัดอบรมแก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากร นับแต่วันที่เลิกกิจการ หรือถูกนายทะเบียนขีดชื่อออกจากทะเบียนนิติบุคคลหรือพ้นจากการเป็นหน่วยงานสวัสดิการภายในส่วนราชการนั้น แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ องค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหน่วยงานที่อธิบดีให้ความเห็นชอบในการจัดอบรมแก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรใดขาดคุณสมบัติ ฝ่าฝืน หรือละเลยไม่ปฏิบัติตามข้อกําหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีกําหนดในประกาศนี้อธิบดีอาจพิจารณาสั่งเพิกถอนการเป็นองค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหน่วยงานที่อธิบดีให้ความเห็นชอบในการจัดอบรมแก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรก็ได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ที่ลงในประกาศนี้เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

(นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ)

อธิบดีกรมสรรพากร

7 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเป็นองค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหน่วยงาน ที่อธิบดีให้ความเห็นชอบในการจัดอบรมแก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (ฉบับที่ 3) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c089562b28a4f0db

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com