法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการตรวจสอบ ว่าด้วยการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ พ.ศ. 2549

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
33
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการตรวจสอบ

ระเบียบคณะกรรมการตรวจสอบ

ว่าด้วยการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ

พ.ศ.

๒๕๔๙

เพื่อให้การดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ ๓๐ ลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๙

เป็นไปโดยมีประสิทธิภาพและเที่ยงธรรม จึงสมควรกำหนดระเบียบว่าด้วยขั้นตอน

หลักเกณฑ์ และวิธีการ ในการพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริง

รวบรวมพยานหลักฐานและสรุปสำนวนเสนอคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ

อาศัยอำนาจตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ ๓๐ ลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๙ ข้อ ๕

ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ฉบับที่ ๓๑ ลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๙ ข้อ ๕ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

พ.ศ. ๒๕๔๒ คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ

จึงกำหนดระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการตรวจสอบว่าด้วยการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ

พ.ศ. ๒๕๔๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ในระเบียบนี้

“ประกาศตรวจสอบ” หมายความว่า

ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ฉบับที่ ๓๐ ลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๙

“การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ” หมายความว่า

การกระทำที่คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบตามประกาศตรวจสอบข้อ ๕

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการตรวจสอบที่ได้รับแต่งตั้งตามประกาศตรวจสอบ

“ประธานกรรมการ” หมายความว่า

ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ

“กรรมการ” หมายความว่า

กรรมการตรวจสอบที่ได้รับการแต่งตั้งตามประกาศตรวจสอบ

“เลขานุการ” หมายความว่า

กรรมการที่คณะกรรมการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่เลขานุการ

“พนักงาน” หมายความว่า

เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ

ซึ่งมาช่วยปฏิบัติงานอีกตำแหน่งหนึ่งและผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะกรรมการมีมติให้มาช่วยงานตามที่คณะกรรมการกำหนด

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า

พนักงานที่คณะกรรมการมีมติแต่งตั้งให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบหรือในการไต่สวนตามระเบียบนี้เป็นเฉพาะกรณีไป

โดยให้ถือว่าเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

พ.ศ. ๒๕๔๒ ด้วย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ประธานกรรมการรักษาการตามระเบียบนี้

ในกรณีมีเหตุอันควร

คณะกรรมการอาจพิจารณายกเว้นหรือผ่อนผันการปฏิบัติตามความในระเบียบนี้ได้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

เมื่อปรากฏพฤติการณ์ว่าได้มีการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ

คณะกรรมการอาจมีมติให้ตรวจสอบมูลคดีก่อน

หรือให้ไต่สวนผู้ถูกกล่าวหาแล้ววินิจฉัยมูลความผิดโดยไม่ต้องตรวจสอบก็ได้

การตรวจสอบ หมายความว่า

กระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานในเรื่องใดเพื่อวินิจฉัยว่ามีมูลคดีที่น่าเชื่อถือหรือไม่

และมีข้อกล่าวหาบุคคลใดบ้าง

การไต่สวน หมายความว่า

กระบวนการรับฟังคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของผู้ถูกกล่าวหา

และการรวบรวมพยานหลักฐานอันจำเป็นเพื่อพิสูจน์ข้อกล่าวหา

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

การไต่สวนโดยไม่มีการตรวจสอบมาก่อน ให้กระทำได้เมื่อปรากฏพยานหลักฐานในสำนวนการสอบสวนอื่นเพียงพอที่จะกล่าวหาบุคคลใดได้โดยไม่ต้องอาศัยการตรวจสอบตามระเบียบนี้

สำนวนการสอบสวนอื่นตามวรรคแรก ได้แก่

(๑) สำนวนหรือรายงานการสอบสวนของหน่วยงานของรัฐ

(๒)

สำนวนการสอบสวนหรือการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ในการตรวจสอบ คณะกรรมการอาจดำเนินการได้ดังนี้

(๑) คณะกรรมการดำเนินการเอง

โดยคณะกรรมการอาจมอบหมายให้กรรมการคนเดียวหรือหลายคนดำเนินการปฏิบัติหน้าที่อย่างหนึ่งอย่างใดตามที่มอบหมายก็ได้

ในการนี้จะให้พนักงานเจ้าหน้าที่ช่วยปฏิบัติงานด้วยก็ได้

(๒) มอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง

หรือคณะอนุกรรมการดำเนินการตรวจสอบตามหมวด ๒

แล้วรายงานคณะกรรมการเพื่อวินิจฉัยมูลคดีต่อไป

ในกรณีจำเป็นอาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งเป็นผู้ช่วยคณะอนุกรรมการตรวจสอบด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

เมื่อมีหลักฐานอันน่าเชื่อได้ว่า มีการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ

โดยผู้ถูกกล่าวหาได้มีส่วนเกี่ยวข้องและอาจต้องรับผิดตามกฎหมาย

ให้คณะกรรมการมีมติให้ไต่สวนโดยจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนดำเนินการไต่สวนแทนก็ได้แล้วสรุปสำนวนเสนอคณะกรรมการเพื่อวินิจฉัยต่อไปในกรณีจำเป็นอาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งเป็นผู้ช่วยคณะอนุกรรมการไต่สวนด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

เมื่อคณะอนุกรรมการไต่สวนดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จแล้ว

ให้จัดทำสำนวนเสนอต่อประธานกรรมการโดยผ่านเลขานุการ

ประกอบด้วยสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) ชื่อและตำแหน่งของผู้ถูกกล่าวหา

(๒) เรื่องที่ถูกกล่าวหา

(๓) ข้อกล่าวหาและสรุปข้อเท็จจริงที่ได้จากการตรวจสอบหรือไต่สวน

(๔) เหตุผลในการพิจารณาวินิจฉัย

ทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย

(๕) บทบัญญัติของกฎหมายที่ยกขึ้นอ้างอิง

(๖) สรุปความเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่กล่าวหา

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

เมื่อประธานกรรมการได้รับสำนวนไต่สวนแล้ว ให้จัดให้มีการประชุมเพื่อพิจารณาโดยด่วน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ให้คณะกรรมการพิจารณาข้อกล่าวหาจากสำนวนแล้วมีมติว่ามีมูลหรือไม่

ในกรณีมีมติว่าข้อกล่าวหาใดไม่มีมูลให้ข้อกล่าวหานั้นเป็นอันตกไป

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

การพิจารณาตามข้อ ๑๑

หากคณะกรรมการมีมติว่าข้อกล่าวหาใดมีมูลความผิดให้ดำเนินการต่อไปตามประกาศตรวจสอบ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

หลักเกณฑ์และขั้นตอนการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจสอบตามข้อ ๗ (๒)

ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหมวด ๒

หลักเกณฑ์ ขั้นตอน การปฏิบัติหน้าที่

และการพิจารณาสรุปสำนวนไต่สวนของคณะอนุกรรมการไต่สวนตามข้อ ๘

ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหมวด ๓

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ในการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อ ๑๓ ให้ผู้ตรวจสอบและคณะอนุกรรมการไต่สวน

มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

(๑)

เสนอคณะกรรมการเพื่อมีมติเกี่ยวกับความร่วมมือของหน่วยงานตามประกาศตรวจสอบข้อ ๓

วรรคสอง

(๒)

เสนอคณะกรรมการเพื่อมีมติเกี่ยวกับการยึดหรืออายัดทรัพย์ตามประกาศตรวจสอบข้อ ๕

วรรคสอง

(๓)

เสนอคณะกรรมการเพื่อมีมติเกี่ยวกับการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

พ.ศ. ๒๕๔๒ ตามประกาศตรวจสอบข้อ ๕ วรรคสาม (๑)

(๔) เสนอคณะกรรมการเพื่อมีมติตามประกาศตรวจสอบข้อ

๕ วรรคสี่ ให้เรียกสำนวนหรือเรื่องที่อยู่ในการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐ

หรือเรียกสำนวนการสอบสวนหรือสำนวนการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน

เพื่อประกอบเป็นส่วนหนึ่งของสำนวนตรวจสอบ

(๕)

เสนอคณะกรรมการใช้อำนาจเกี่ยวกับการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สิน

ภาษีอากรตลอดจนการทำธุรกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สิน ตามประกาศตรวจสอบข้อ ๖

(๖) เสนอคณะกรรมการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่มิได้กำหนดไว้ใน (๗)

(๗) อำนาจตามมาตรา ๒๕ (๑) (๒) (๓) หรือมาตรา ๒๖

แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.

๒๕๔๒

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ หลักเกณฑ์และวิธีการรวบรวมพยานหลักฐานในสำนวนตรวจสอบหรือไต่สวนตามข้อ

๑๔ (๗) ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหมวด ๔

การตรวจสอบ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ในกรณีที่คณะกรรมการมีมติตามข้อ ๗ (๒) มอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่

หรือคณะอนุกรรมการตรวจสอบเป็นผู้ตรวจสอบให้คณะกรรมการระบุแนวทางการตรวจสอบ

ความเร่งด่วนและกำหนดเวลารายงานความคืบหน้าต่อคณะกรรมการไว้โดยสังเขป

พร้อมทั้งระบุกรรมการผู้ทำหน้าที่กำกับดูแลไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

คณะอนุกรรมการตรวจสอบ อาจประกอบด้วย กรรมการ พนักงานเจ้าหน้าที่

และหรือผู้ทรงคุณวุฒิ ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควรกำหนด

โดยคำนึงถึงความซับซ้อนและความร้ายแรงของเรื่องที่ตรวจสอบเป็นสำคัญ

ผู้ตรวจสอบทั้งที่เป็นอนุกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่

จะต้องไม่มีส่วนรู้เห็นเหตุการณ์ หรือมีส่วนได้เสียในเรื่องที่ตรวจสอบ

การมีส่วนรู้เห็นเหตุการณ์ตามวรรคสองไม่หมายรวมถึงการที่ได้เคยสอบสวน

หรือตรวจสอบเรื่องนั้นมาก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจสอบตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

การประชุมคณะอนุกรรมการตรวจสอบ

ต้องมีอนุกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนอนุกรรมการทั้งหมด

จึงจะเป็นองค์ประชุม

การลงมติของที่ประชุมคณะอนุกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก

อนุกรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน

ในกรณีที่คะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ในกรณีจำเป็นต้องใช้อำนาจตามข้อ ๑๔ (๗) เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานตามมาตรา ๒๕

(๑) (๒) และ (๓) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้ผู้ตรวจสอบเสนอให้ประธานกรรมการหรือกรรมการกำกับดูแลลงนามในหนังสือ

หรือคำสั่งเพื่อใช้อำนาจดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ในระหว่างการตรวจสอบ หากจำเป็นต้องใช้อำนาจคณะกรรมการตามข้อ ๑๔ (๑) (๒) (๓)

(๔) (๕) หรือ (๖) ให้กรรมการกำกับดูแลเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณามีมติโดยพลัน

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ให้กรรมการกำกับดูแล

รายงานความคืบหน้าในการตรวจสอบต่อคณะกรรมการตามระยะเวลาที่กำหนดเมื่อเห็นว่าการตรวจสอบลุล่วงแล้วให้นำเสนอรายงานพร้อมสำนวนการตรวจสอบต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาว่าจะมีมติให้ไต่สวนต่อไปหรือไม่

รายงานการตรวจสอบ

จะต้องระบุกรอบและแนวทางการตรวจสอบ

การตรวจสอบที่ได้กระทำไปพร้อมความเห็นของผู้ตรวจสอบ ความเห็นของกรรมการกำกับดูแล

ในกรณีที่มีความเห็นให้ไต่สวนให้ระบุชัดเจนว่าเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐในข้อใด

และมีบุคคลใดสมควรตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา โดยมีพฤติการณ์และพยานหลักฐานเช่นใด

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

ในการดำเนินการตรวจสอบตามหมวดนี้

ประธานกรรมการหรือกรรมการจะเข้าร่วมดำเนินการด้วยก็ได้

การไต่สวน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

มติคณะกรรมการให้ไต่สวนในเรื่องใด ต้องระบุข้อกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหา

พร้อมมูลคดีโดยรวม และกรรมการผู้ทำหน้าที่กำกับดูแลด้วย

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

เพื่อให้การไต่สวนโดยคณะอนุกรรมการไต่สวนเป็นไปโดยครบถ้วน ถูกต้อง

รวดเร็วและเที่ยงธรรม มีข้อกำหนดให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาได้คัดค้านอนุกรรมการไต่สวน

และชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้ตามสมควร

อีกทั้งมีกรอบและขั้นตอนให้การไต่สวนและสรุปสำนวนเป็นไปโดยรัดกุมจึงให้นำระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของคณะอนุกรรมการไต่สวน

พ.ศ. ๒๕๔๗ มาใช้บังคับกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะอนุกรรมการไต่สวนโดยอนุโลม

เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อกำหนดในระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ในระหว่างการไต่สวน หากจำเป็นต้องใช้อำนาจคณะกรรมการตามข้อ ๑๔ (๑) (๒) (๓)

(๔) (๕) หรือ (๖) ให้กรรมการกำกับดูแลเสนอต่อคณะกรรมการ เพื่อพิจารณามีมติโดยพลัน

การรวบรวมพยานหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ข้อกำหนดในหมวดนี้

ให้ใช้บังคับกับการรวบรวมพยานหลักฐานในชั้นตรวจสอบและชั้นไต่สวนตามหมวด ๒ และหมวด

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

การนำเอกสารหรือวัตถุมาใช้เป็นพยานหลักฐานในสำนวน

ให้ผู้รับผิดชอบบันทึกไว้ด้วยว่าได้มาอย่างใด จากผู้ใดและเมื่อใด

เอกสารที่ใช้เป็นพยานหลักฐานให้ใช้ต้นฉบับ

แต่ถ้าไม่อาจนำต้นฉบับมาได้

จะใช้สำเนาที่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบรับรองว่าเป็นสำเนาที่ถูกต้องก็ได้

ถ้าหาต้นฉบับเอกสารไม่ได้เพราะสูญหาย

หรือน่าเชื่อว่าถูกทำลาย หรือโดยเหตุประการอื่นจะนำสำเนาหรือพยานบุคคลมาสืบแทนก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

ในกรณีที่ผู้รับผิดชอบเรียกบุคคลใดมาเป็นพยาน

ให้บุคคลนั้นมาชี้แจงหรือให้ถ้อยคำตามกำหนดวัน เวลา และสถานที่

ที่ผู้รับผิดชอบกำหนด

ในกรณีที่พยานมาแต่ไม่ให้ถ้อยคำหรือไม่มาให้ถ้อยคำ

หรือเรียกพยานไม่ได้ภายในเวลาอันสมควรผู้รับผิดชอบจะไม่สอบปากคำพยานนั้นก็ได้

แต่ต้องบันทึกเหตุนั้นไว้ในสำนวน

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

การสอบปากคำพยาน หากผู้รับผิดชอบเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่

ให้มีพนักงานเจ้าหน้าที่ร่วมสอบปากคำไม่น้อยกว่าสองคนในการสอบปากคำของผู้รับผิดชอบ

ห้ามมิให้บุคคลอื่นอยู่ในที่นั้นด้วย เว้นแต่บุคคลซึ่งผู้รับผิดชอบอนุญาตเพื่อประโยชน์แห่งการไต่สวนข้อเท็จจริง

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

ก่อนเริ่มสอบปากคำพยาน

ให้แจ้งให้พยานทราบว่าผู้รับผิดชอบมีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

การให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จอาจเป็นความผิดตามกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

การสอบปากคำพยาน ให้บันทึกถ้อยคำมีสาระสำคัญตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด

เมื่อได้บันทึกถ้อยคำเสร็จแล้วให้อ่านให้ผู้ให้ถ้อยคำฟัง

หรือจะให้ผู้ให้ถ้อยคำอ่านเองก็ได้แล้วให้ผู้ให้ถ้อยคำและผู้บันทึกถ้อยคำลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน

และให้ผู้รับผิดชอบซึ่งร่วมในการสอบปากคำลงลายมือชื่อรับรองไว้ในบันทึกถ้อยคำนั้นด้วย

ถ้าบันทึกถ้อยคำมีหลายหน้าให้ผู้รับผิดชอบอย่างน้อยหนึ่งคนกับผู้ให้ถ้อยคำลงลายมือชื่อกำกับไว้ทุกหน้า

ในบันทึกถ้อยคำ ห้ามมิให้ขูด ลบ

หรือบันทึกข้อความทับ

ถ้าจะต้องแก้ไขข้อความที่ได้บันทึกไว้แล้วให้ใช้วิธีขีดฆ่าหรือตกเติม

และให้ผู้รับผิดชอบอย่างน้อยหนึ่งคนกับผู้ให้ถ้อยคำลงลายมือชื่อกำกับไว้ทุกแห่งที่ขีดฆ่าหรือตกเติม

ในกรณีที่ผู้ให้ถ้อยคำไม่ยอมลงลายมือชื่อ

ให้บันทึกเหตุแห่งการไม่ลงลายมือชื่อไว้ในบันทึกถ้อยคำนั้น

ในกรณีที่ผู้ให้ถ้อยคำไม่สามารถลงลายมือชื่อได้

ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

ในกรณีที่ใช้สำนวนสอบสวนอื่นตามข้อ ๖ วรรคสอง

ประกอบการตรวจสอบหรือไต่สวนตามระเบียบนี้แล้วแต่กรณีให้ถือพยานหลักฐานตามสำนวนที่ใช้เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนนั้นด้วย

ในกรณีที่ได้ใช้ระเบียบนี้ตรวจสอบและไต่สวนในเรื่องใด

ให้ถือพยานหลักฐานตามสำนวนตรวจสอบเป็นส่วนหนึ่งของสำนวนไต่สวนด้วย

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

หรือที่ระเบียบนี้มิได้กำหนดไว้ให้คณะกรรมการมีอำนาจพิจารณาวินิจฉัย

เมื่อคณะกรรมการมีมติเป็นประการใดแล้วเป็นที่สุด

ให้ดำเนินการให้เป็นไปตามมตินั้นต่อไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๙

นาม

ยิ้มแย้ม

ประธานกรรมการตรวจสอบ

วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ

๓๑

ตุลาคม ๒๕๔๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๑๐๘ ง/หน้า ๓๐๖/๑๗ ตุลาคม ๒๕๔๙

33 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการตรวจสอบ ว่าด้วยการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ พ.ศ. 2549 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c0c244f28b29aabb

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com