法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยแนวทางในการปฏิบัติต่อพยาน พ.ศ. 2548

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
25
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยแนวทางในการปฏิบัติต่อพยาน

พ.ศ.

๒๕๔๘

โดยที่การพิจารณาพิพากษาอรรถคดี

จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ที่จะมาเป็นพยานเพื่อให้การแสวงหาข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ มาตรา ๒๔๔

บัญญัติให้บุคคลซึ่งเป็นพยานในคดีอาญามีสิทธิได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสมจากรัฐ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕

แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ประธานศาลฎีกาจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยแนวทางในการปฏิบัติต่อพยาน พ.ศ. ๒๕๔๘”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

หมวด

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในการดำเนินการต่างๆ ของศาล

ผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ศาลพึงให้เกียรติแก่พยาน เช่น ตรงต่อเวลา ใช้วาจาสุภาพ

และปฏิบัติต่อพยานอย่างมีอัธยาศัยไมตรี

ไม่เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมและคำนึงถึงวัฒนธรรมและประเพณีในท้องถิ่นประกอบด้วย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ศาลชั้นต้นประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานอัยการ

และสถานีตำรวจ ที่อยู่ในเขตอำนาจ เพื่อให้หน่วยงานเหล่านั้นจัดให้มีผู้รับผิดชอบโดยตรงในการจัดส่งหมายเรียกพยาน

แจ้งผลการส่งหมาย และติดตามพยานมาศาล รวมทั้งการประสานงานแก้ไขเหตุขัดข้องต่างๆ

เพื่อให้พยานมาเบิกความต่อศาลตามกำหนดนัด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ศาลชั้นต้นพึงขอความร่วมมือให้พนักงานสอบสวนที่อยู่ในเขตอำนาจแจ้งให้พยานในชั้นสอบสวนทราบถึงสิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองความปลอดภัยและค่าตอบแทนเมื่อมาเบิกความต่อศาล

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในคดีอาญา

เมื่อพยานหรือผู้ที่จะให้ข้อเท็จจริงในฐานะพยานคัดค้านการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย

ด้วยเกรงว่าจะได้รับภัยอันตรายหรือความเสียหายอันเนื่องมาแต่การปล่อยชั่วคราวนั้น

ศาลต้องพิจารณาข้อคัดค้านดังกล่าวประกอบด้วย และไม่ว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นประการใด

ให้แจ้งคำสั่งดังกล่าวให้พยานทราบโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ก่อนหรือหลังจากที่พยานเบิกความต่อศาล

ถ้าพยานได้แจ้งขอความช่วยเหลือหรือขอทราบข้อมูลเกี่ยวกับการมาเบิกความเป็นพยาน

ให้เจ้าหน้าที่ศาลรีบดำเนินการให้ตามสมควรแก่กรณี

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ศาลชั้นต้นควรจัดให้มีที่พักสำหรับพยานในระหว่างรอเข้าเบิกความต่อศาลตลอดจนการอำนวยความสะดวกประการอื่นตามสมควร

เช่น จัดสถานที่จอดรถให้ เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่อพยานมาถึงศาลในวันนัดสืบพยาน

ให้เจ้าหน้าที่ศาลแจ้งให้พยานทราบถึงหมายเลขห้องพิจารณาคดีและที่พักสำหรับพยาน

ถ้าพยานมีผู้ติดตามและขอให้บุคคลดังกล่าวอยู่ด้วยในระหว่างนั้นหรือขณะเบิกความ

ก็ให้อำนวยความสะดวกแก่ผู้ติดตามนั้นตามควรแก่กรณี

ก่อนเข้าเบิกความต่อศาล

ให้เจ้าหน้าที่ศาลแจ้งให้พยานทราบถึงสิทธิและหน้าที่ต่าง ๆ ของพยานตลอดจนให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติตนในการเบิกความต่อศาลและวิธีการขอรับค่าตอบแทนภายหลังเบิกความเสร็จ

หมวด

การรวบรวมข้อมูล

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ให้ศาลชั้นต้นจัดตั้งศูนย์ประสานงานพยานเพื่อทำหน้าที่ในการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับพยาน

การให้ข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งการประสานงานอย่างอื่นที่จำเป็น

เพื่อให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่พยานในการมาเบิกความต่อศาล

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ให้ศูนย์ประสานงานพยานรวบรวมข้อมูลพยานบุคคลที่ศาลได้ออกหมายเรียกโดยให้มีชื่อ

ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์หรือช่องทางอื่นที่สามารถติดต่อพยานได้โดยสะดวกเพื่อประโยชน์ในการติดต่อประสานงานกับคู่ความและพยาน

รวมทั้งรวบรวมข้อมูลของบุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี เช่น นักจิตวิทยา

นักสังคมสงเคราะห์ ผู้ชำนาญการพิเศษ และล่าม เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ให้ศูนย์ประสานงานพยานขอความร่วมมือไปยังพยานและบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีตามข้อ

๑๑ ขอให้แจ้งให้ศาลทราบทันทีที่ข้อมูลที่ให้ไว้ของบุคคลดังกล่าวได้เปลี่ยนแปลงไป

โดยอธิบายให้เห็นถึงความสำคัญที่ต้องขอความร่วมมือดังกล่าวให้ทราบด้วย

หมวด

การออกหมายเรียกพยาน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่มีการออกหมายเรียกพยานนั้น

ควรแจ้งเรื่องที่ประสงค์จะให้พยานเบิกความและถ้าศาลเห็นว่ามีความจำเป็น

ศาลอาจสั่งให้ระบุข้อที่พยานจะถูกซักถามไว้ด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ให้ศาลกำชับให้มีการขอและจัดส่งหมายเรียกให้แก่พยานโดยเร็วที่สุด

เพื่อให้พยานมีเวลาเพียงพอในการเตรียมตัวมาเบิกความต่อศาล

และให้ผู้ส่งรีบรายงานผลการส่งหมายให้ศาลทราบ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การกำหนดเวลานัดสืบพยานบุคคล

ควรกำหนดให้เหมาะสม

โดยคำนึงถึงความจำเป็นในการปฏิบัติงานหรือการดำรงสถานะของพยานนั้นประกอบด้วย เช่น

แพทย์โดยปกติจะต้องทำหน้าที่รักษาผู้ป่วยในช่วงเช้า หรือพระภิกษุจะต้องฉันภัตตาหารก่อนเที่ยงวัน

เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในการจัดส่งหมายเรียก

ให้แนบข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ตั้งของศาล

รวมทั้งคำแนะนำเกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ของพยานและหมายเลขโทรศัพท์หรือโทรสารของศูนย์ประสานงานพยาน

เพื่อประโยชน์แก่พยานในการติดต่อกับศาลหรือขอทราบข้อมูลเพิ่มเติม

พร้อมทั้งแจ้งขอบคุณไปยังพยานที่จะมาเบิกความต่อศาล

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ภายหลังจากที่ได้แจ้งวันนัดสืบพยานให้ทราบแล้ว

หากมีการเปลี่ยนแปลงวันนัดสืบพยานหรือพยานไม่จำต้องมาเบิกความต่อศาลอีกต่อไป

ให้รีบแจ้งให้พยานทราบถึงกำหนดนัดใหม่หรือการที่ไม่ต้องมาศาลนั้นโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ แม้พยานได้รับหมายเรียกของศาลแล้ว

ควรจัดให้มีการประสานงานกับพยานนั้นเป็นระยะๆ

เพื่อทราบถึงความพร้อมของพยานที่จะมาเบิกความและควรแจ้งยืนยันวันนัดสืบพยานให้พยานทราบอีกครั้งหนึ่งก่อนถึงกำหนดนัดสืบพยาน

การประสานงานตามวรรคหนึ่งอาจทำโดยทางไปรษณีย์

โทรศัพท์ โทรสาร หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่น

หมวด

การสืบพยาน

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในการกำหนดวันนัดสืบพยาน

ศาลควรสอบถามคู่ความถึงช่วงเวลาที่พยานสะดวกจะมาเบิกความ รวมทั้งปัญหาต่าง ๆ

ที่อาจเป็นอุปสรรคแก่พยานในการมาเบิกความต่อศาล

ถ้ามีความจำเป็นต้องใช้ล่าม นักจิตวิทยา

หรือนักสังคมสงเคราะห์ช่วยเหลือในการสืบพยานก็ให้รีบดำเนินการเสียแต่เนิ่น ๆ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ว่าด้วยการสืบพยานไว้ล่วงหน้า พยานที่เป็นเด็กหรือเยาวชนอายุไม่เกิน ๑๔ ปี

หรือเป็นผู้เสียหายในคดีความผิดเกี่ยวกับเพศหรือเจ็บป่วยร้ายแรง หรือมีความบกพร่องทางจิตใจหรือในการจดจำ

หรือมีความรู้สึกหวาดกลัวผู้ต้องหาหรือจำเลย หรือไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง

หรือเป็นผู้ที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ซึ่งหากรอจนถึงวันนัดสืบพยาน

พยานอาจหลงลืมหรือยากแก่การติดตามให้มาศาล ศาลพึงใช้ดุลพินิจให้สืบพยานเหล่านี้ไว้ล่วงหน้าก่อนถึงวันนัดสืบพยาน

ในกรณีที่พยานเป็นเด็กหรือเยาวชนอายุไม่เกิน

๑๘ ปี ซึ่งการซักถามพยานจะต้องทำผ่านนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์

เจ้าหน้าที่ศาลควรจัดให้พยานเหล่านั้นพบกับบุคคลดังกล่าวก่อนเข้าเบิกความต่อศาล

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การจัดเวลาให้พยานเบิกความควรพิจารณาให้เหมาะสมแก่สุขภาพและวัยของพยานด้วยเพื่อไม่ให้เกิดการเหนื่อยล้าเกินสมควร

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ เว้นแต่จะมีกฎหมาย ระเบียบ

หรือข้อบังคับของศาลยุติธรรมกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

ห้ามมิให้คู่ความหรือบุคคลที่มิได้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดีทำการบันทึก

ถ่ายภาพ หรือถ่ายทอดภาพและเสียงของพยานในขณะเบิกความหรือภายในบริเวณศาล

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ถ้าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถามพยานด้วยคำถามที่อาจทำให้พยานต้องถูกดำเนินคดีอาญา

ให้ศาลเตือนพยานว่าพยานมีสิทธิไม่ตอบคำถามนั้น

หรือในกรณีที่คู่ความใช้คำถามที่มีลักษณะเป็นการข่มขู่ ดูหมิ่น หมิ่นประมาท

หรือเสียดสีพยาน ศาลควรมีคำสั่งให้ระงับการใช้คำถามเช่นว่านั้นเสีย

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ในกรณีที่พยานมีสิทธิได้รับค่าตอบแทน

ให้ศาลสั่งจ่ายค่าตอบแทนให้แก่พยานตามระเบียบทันทีที่พยานเบิกความเสร็จและให้เจ้าหน้าที่ศาลดำเนินการเบิกจ่ายค่าตอบแทนดังกล่าวให้แก่พยานโดยเร็ว

หมวด

งานด้านธุรการ

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ให้สำนักงานศาลยุติธรรมจัดสรรงบประมาณแก่ศาลชั้นต้นให้เพียงพอ

ต่อการดำเนินการตามระเบียบนี้

และในกรณีมีความจำเป็นต้องมีวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใดในทางธุรการเพื่อให้การปฏิบัติตามระเบียบนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ให้เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นผู้กำหนดวิธีการนั้น

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๘

ชาญชัย ลิขิตจิตถะ

ประธานศาลฎีกา

วิภา/ผู้จัดทำ

๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๓

พัสสน/ผู้ตรวจ

๑๑ มกราคม ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนที่ ๑๐๕ ก/หน้า ๑๓/๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๘

25 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยแนวทางในการปฏิบัติต่อพยาน พ.ศ. 2548 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c126fcde6613ffa5

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com