ประกาศกระทรวงการคลัง
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
การกู้เงินเพื่อให้กู้ต่อ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ครั้งที่ ๘[๑]
เพื่อให้เป็นไปตามความในมาตรา ๑๖
แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘
กระทรวงการคลังขอประกาศให้ทราบทั่วกันว่า
กระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ตามมติเมื่อวันที่ ๒๗
มิถุนายน ๒๕๖๐ และเมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐ และอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗
ประกอบมาตรา ๒๐ (๔) และมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘
และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑
ได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อให้กู้ต่อ โดยมีรายละเอียดและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
๑. กระทรวงการคลังได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อให้กู้ต่อแก่การรถไฟแห่งประเทศไทย
สำหรับโครงการก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันออก
ช่วงฉะเชิงเทรา - คลองสิบเก้า แก่งคอย พร้อมทางคู่เลี่ยงเมือง
(Chord Line) จำนวน ๓ แห่ง วงเงิน ๒,๐๒๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สองพันยี่สิบสี่ล้านบาทถ้วน) งานปรับปรุงทางรถไฟที่ไม่ปลอดภัยต่อการเดินรถ
วงเงิน ๓๐๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท
(สามร้อยสองล้านบาทถ้วน)
และโครงการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาคช่วงกรุงเทพมหานคร -
หนองคาย (ระยะที่ ๑ ช่วงกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา) วงเงิน ๑,๓๔๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งพันสามร้อยสี่สิบแปดล้านบาทถ้วน)
โดยวิธีการทำสัญญากู้ยืมเงิน (Term Loan) จากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
และธนาคารออมสิน วงเงินกู้รวม ๓,๖๗๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สามพันหกร้อยเจ็ดสิบสี่ล้านบาทถ้วน)
๒. อายุเงินกู้ ๒ ปี
นับตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๐ ครบกำหนดชำระคืนต้นเงินกู้ทั้งจำนวน ในวันที่ ๑
กันยายน ๒๕๖๒
๓. อัตราดอกเบี้ย
เท่ากับอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง ลบส่วนต่างเฉลี่ยร้อยละ ๐.๑๒๔๓ (ศูนย์จุดหนึ่งสองสี่สาม) ต่อปี
อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง หมายความว่า
อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระยะสั้นตลาดกรุงเทพ (BIBOR) ระยะ ๖
(หก) เดือน ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
๔. การเบิกเงินกู้
กระทรวงการคลังจะทยอยเบิกเงินกู้ นับตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๐ จนถึงวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๑
โดยจะแจ้งผู้ให้กู้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๒ วันทำการ ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะเบิกเงินกู้เป็นงวดเรียงลำดับจากวงเงินกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดก่อน
และเมื่อเบิกเงินกู้ครบจำนวนของวงเงินดังกล่าวแล้วจึงจะเริ่มเบิกรับเงินกู้ในวงเงินลำดับถัดไป
๕. การชำระดอกเบี้ย
ตลอดเวลาที่สัญญายังมีอายุอยู่ให้แบ่งชำระดอกเบี้ยปีละสองงวด คือ วันที่
๑ มีนาคม และ ๑ กันยายน ของทุกปี โดยจะชำระดอกเบี้ยงวดแรก ในวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๑ และชำระดอกเบี้ยงวดสุดท้าย
ในวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๒ พร้อมต้นเงินกู้ ณ วันสิ้นสุดตามสัญญากู้ยืมเงิน หากวันครบกำหนดชำระดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดราชการหรือวันหยุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ให้เลื่อนไปชำระในวันทำการถัดไป
โดยไม่นับวันหยุดราชการหรือวันหยุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยดังกล่าว
เข้ารวมเพื่อคำนวณดอกเบี้ยที่ถึงกำหนดชำระ
ยกเว้นการชำระหนี้งวดสุดท้ายให้คำนวณดอกเบี้ยจนถึงวันก่อนวันชำระหนี้ ทั้งนี้
ในการคำนวณดอกเบี้ยให้ถือว่าหนึ่งปีมี ๓๖๕ (สามร้อยหกสิบห้า) วัน นับตามจำนวนวันที่เกิดขึ้นจริง
เศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง
๖. การชำระต้นเงินกู้
กระทรวงการคลังสามารถชำระหนี้คืนไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนก่อนครบกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ได้
โดยจะทยอยคืนต้นเงินกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงสุดก่อน ทั้งนี้
กระทรวงการคลังจะแจ้งให้สถาบันการเงิน (ผู้ให้กู้) ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๒
วันทำการ โดยกระทรวงการคลังจะชำระดอกเบี้ยคงค้างของต้นเงินกู้ที่ค้างชำระ
พร้อมกับการชำระต้นเงินก่อนกำหนดนั้น ทั้งนี้
ดอกเบี้ยคงค้างให้คำนวณนับตั้งแต่วันที่กระทรวงการคลังชำระคืนดอกเบี้ยครั้งล่าสุดจนถึงวันก่อนวันที่กระทรวงการคลังชำระคืนต้นเงินก่อนกำหนด
โดยหากวันครบกำหนดชำระคืนต้นเงินกู้คราวใดตรงกับวันหยุดราชการหรือวันหยุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ให้เลื่อนชำระคืนในวันทำการถัดไป
๗. ไม่มีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใด
ๆ
ประกาศ
ณ วันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๐
จุมพล ริมสาคร
รองปลัดกระทรวงการคลัง
หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน
ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
พัชรภรณ์/อัญชลี/จัดทำ
๕ ตุลาคม ๒๕๖๐
ปริญสินีย์/ตรวจ
๒๗ พฤศจิกายน
๒๕๖๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๒๔๔ ง/หน้า ๒๔/๓ ตุลาคม ๒๕๖๐