法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวงนครราชสีมา ฯ พ.ศ. 2520

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
16
มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎีกา

เปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวงนครราชสีมา

ศาลแขวงสุรินทร์

ศาลแขวงอุบลราชธานี ศาลแขวงอุดรธานี

ศาลแขวงขอนแก่น

ศาลแขวงเชียงใหม่ ศาลแขวงลำปาง

ศาลแขวงพิษณุโลก

ศาลแขวงนครสวรรค์

ศาลแขวงสุพรรณบุรี

ศาลแขวงนครศรีธรรมราช

ศาลแขวงสุราษฎร์ธานี

และศาลแขวงสงขลา

พ.ศ. ๒๕๒๐

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑

ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๐

เป็นปีที่ ๓๒

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวงนครราชสีมา

ศาลแขวงสุรินทร์ ศาลแขวงอุบลราชธานี ศาลแขวงอุดรธานี ศาลแขวงขอนแก่น

ศาลแขวงเชียงใหม่ ศาลแขวงลำปาง ศาลแขวงพิษณุโลก ศาลแขวงนครสวรรค์

ศาลแขวงสุพรรณบุรี ศาลแขวงนครศรีธรรมราช ศาลแขวงสุราษฎร์ธานี และศาลแขวงสงขลา

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๕

แห่งธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักรพุทธศักราช ๒๕๒๐ และมาตรา ๓

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวงนครราชสีมา

ศาลแขวงสุรินทร์ ศาลแขวงอุบลราชธานี ศาลแขวงอุดรธานี ศาลแขวงขอนแก่น

ศาลแขวงเชียงใหม่ ศาลแขวงลำปาง ศาลแขวงพิษณุโลก ศาลแขวงนครสวรรค์

ศาลแขวงสุพรรณบุรี ศาลแขวงนครศรีธรรมราช ศาลแขวงสุราษฎร์ธานี และศาลแขวงสงขลา พ.ศ.

๒๕๒๐”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑]

พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓

ให้ศาลแขวงนครราชสีมาในจังหวัดนครราชสีมา

ซึ่งมีเขตอำนาจในอำเภอเมืองนครราชสีมา อำเภอขามทะเลสอ อำเภอโชคชัย อำเภอโนนไทย

อำเภอโนนสูง อำเภอปักธงชัย และอำเภอสูงเนิน มีเขตอำนาจในอำเภอครบุรี อำเภอพิมาย

และอำเภอสีคิ้วด้วย

มาตรา ๔

มาตรา ๔

ให้ศาลแขวงสุรินทร์ในจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งมีเขตอำนาจในอำเภอเมืองสุรินทร์

อำเภอจอมพระ และอำเภอปราสาท มีเขตอำนาจในอำเภอท่าตูม อำเภอศีขรภูมิ

และอำเภอสำโรงทาบด้วย

มาตรา ๕

มาตรา ๕

ให้ศาลแขวงอุบลราชธานีในจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีเขตอำนาจในอำเภอเมืองอุบลราชธานี

และอำเภอวารินชำราบ มีเขตอำนาจในอำเภอเขื่องใน อำเภอเดชอุดมอำเภอตระการพืชผล

อำเภอพิบูลมังสาหาร อำเภอม่วงสามสิบ และอำเภออำนาจเจริญด้วย

แต่มิให้มีเขตอำนาจในกิ่งอำเภอกุดข้าวปุ้น อำเภอตระการพืชผล

และกิ่งอำเภอเสนางคนิคม อำเภออำนาจเจริญ

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้ศาลแขวงอุดรธานีในจังหวัดอุดรธานี

ซึ่งมีเขตอำนาจในอำเภอเมืองอุดรธานี อำเภอกุมภวาปี อำเภอหนองบัวลำภู

และอำเภอหนองหาน มีเขตอำนาจในอำเภอกุดจับอำเภอนากลาง อำเภอโนนสะอาด อำเภอบ้านดุง

อำเภอบ้านผือ และอำเภอหนองวัวซอด้วย แต่มิให้มีเขตอำนาจในกิ่งอำเภอสุวรรณคูหา อำเภอนากลาง

มาตรา ๗

มาตรา ๗

ให้ศาลแขวงขอนแก่นในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีเขตอำนาจในอำเภอเมืองขอนแก่น

อำเภอบ้านไผ่ และอำเภอหนองเรือ มีเขตอำนาจในอำเภอน้ำพองด้วย

แต่มิให้มีเขตอำนาจในกิ่งอำเภออุบลรัตน์ อำเภอน้ำพอง

มาตรา ๘

มาตรา ๘

ให้ศาลแขวงเชียงใหม่ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีเขตอำนาจในอำเภอเมืองเชียงใหม่

อำเภอสันกำแพง อำเภอสันทราย อำเภอสันป่าตอง อำเภอสารภี และอำเภอหางดง

มีเขตอำนาจในอำเภอจอมทอง อำเภอเชียงดาว อำเภอดอยสะเก็ด อำเภอแม่แตง อำเภอแม่ริม

และอำเภอฮอดด้วย แต่มิให้มีเขตอำนาจในกิ่งอำเภอดอยเต่า อำเภอฮอด

มาตรา ๙

มาตรา ๙

ให้ศาลแขวงลำปางในจังหวัดลำปาง ซึ่งมีเขตอำนาจในอำเภอเมืองลำปาง

อำเภอเกาะคา และอำเภอห้างฉัตร มีเขตอำนาจในอำเภองาว อำเภอแจ้ห่ม

อำเภอเถินอำเภอแม่ทะ อำเภอแม่พริก อำเภอสบปราบ และอำเภอเสริมงามด้วย

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

ให้ศาลแขวงพิษณุโลกในจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมีเขตอำนาจในอำเภอเมืองพิษณุโลก

อำเภอบางระกำ อำเภอพรหมพิราม และอำเภอวังทอง มีเขตอำนาจในอำเภอบางกระทุ่มด้วย

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑

ให้ศาลแขวงนครสวรรค์ในจังหวัดนครสวรรค์

ซึ่งมีเขตอำนาจในอำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอโกรกพระ อำเภอตาคลี อำเภอท่าตะโก

อำเภอพยุหะคีรี และอำเภอลาดยาว มีเขตอำนาจในอำเภอเก้าเลี้ยว อำเภอชุมแสง

อำเภอตากฟ้า อำเภอบรรพตพิสัยอำเภอไพศาลี และอำเภอหนองบัวด้วย

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒

ให้ศาลแขวงสุพรรณบุรีในจังหวัดสุพรรณบุรี

ซึ่งมีเขตอำนาจในอำเภอเมืองสุพรรณบุรี อำเภอดอนเจดีย์ อำเภอบางปลาม้า

และอำเภออู่ทอง มีเขตอำนาจในอำเภอศรีประจันต์ และอำเภอสามชุกด้วย

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓

ให้ศาลแขวงนครศรีธรรมราชในจังหวัดนครศรีธรรมราช

ซึ่งมีเขตอำนาจในอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช อำเภอท่าศาลา อำเภอทุ่งสง

อำเภอร่อนพิบูลย์ และอำเภอลานสะกา มีเขตอำนาจในอำเภอขนอม อำเภอชะอวด

และอำเภอสิชลด้วย

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔

ให้ศาลแขวงสุราษฎร์ธานีในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีเขตอำนาจในอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี

อำเภอกาญจนดิษฐ์ อำเภอบ้านนาสาร และอำเภอพุนพิน มีเขตอำนาจในอำเภอดอนสักด้วย

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕

ให้ศาลแขวงสงขลาในจังหวัดสงขลา ซึ่งมีเขตอำนาจในอำเภอเมืองสงขลา อำเภอสะเดา

และอำเภอหาดใหญ่ มีเขตอำนาจในอำเภอจะนะ อำเภอนาทวี อำเภอระโนดอำเภอรัตภูมิ

และอำเภอสทิงพระด้วย

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

โดยที่ขณะนี้การเดินทางติดต่อระหว่างอำเภอบางอำเภอ

กับอำเภอซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลแขวงดังกล่าว สะดวกและรวดเร็วขึ้นเป็นอันมาก

สมควรที่จะขยายเขตอำนาจศาลแขวงในจังหวัดดังกล่าวออกไปให้คลุมถึงท้องที่อำเภอเหล่านั้น

เพื่อที่จะช่วยให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปโดยรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้น

ศุภกรณ/ผู้จัดทำ

๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓

เอกฤทธิ์/ผู้ตรวจ

๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๙๔/ตอนที่ ๑๓๗/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๓/๓๑

ธันวาคม ๒๕๒๐

16 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวงนครราชสีมา ฯ พ.ศ. 2520 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c163670f8b2ef1b4

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com