法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ.2518

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
63
มาตรา อารัมภบท

ตราพระบรมราชโองการ

ตราพระบรมราชโองการ

พระราชกฤษฎีกา

ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ

พ.ศ.2518

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ 21 กันยายน พ.ศ.2518

เป็นปีที่ 30 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 192 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 3

แห่งพระราชบัญญัติการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจ่ายเงินบางประเภทตามงบประมาณรายจ่าย พ.ศ.

2518 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา 1

มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า `พระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ

พ.ศ.2518'

มาตรา 2

มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา 3

มาตรา 3 ให้ยกเลิก

(1) พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ.2504

(2) พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2506

(3) พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2508

(4) พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2511

(5) พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2516

(6) พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2516

บรรดากฎ ข้อบังคับและระเบียบอื่นในส่วนที่บัญญัติไว้แล้วในพระราชกฤษฎีกานี้ หรือซึ่งขัดหรือ

แย้งกับบทแห่งพระราชกฤษฎีกานี้ ให้ใช้พระราชกฤษฎีกานี้แทน

มาตรา 4

มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

บททั่วไป

มาตรา 5

มาตรา 5 การจ่ายเงินตามงบประมาณรายจ่ายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการให้

เป็นไปตามหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายตามพระราชกฤษฎีกานี้ ส่วนวิธีการเบิกจ่ายนั้นให้ปฏิบัติตาม

ระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลังซึ่งออกตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

มาตรา 6

มาตรา 6 ผู้เดินทางไปราชการซึ่งเป็นข้าราชการหรือลูกจ้างซึ่งรับเงินเดือนหรือค่าจ้าง

จากงบประมาณรายจ่าย ให้เบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ได้ตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้เดินทางไปราชการซึ่งเป็นข้าราชการหรือลูกจ้างหรือมิได้เป็นข้าราชการหรือลูกจ้าง และที่มี

สัญญากับรัฐบาลกำหนดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการเป็นอย่างอื่น ให้เบิกค่าใช้จ่ายในการเดิน

ทางไปราชการได้ตามที่กำหนดไว้ในสัญญา

ผู้เดินทางซึ่งเป็นข้าราชการการเมืองและไม่มีกฎหมายกำหนดแต่งตั้งของผู้นั้นเทียบตำแหน่งไว้

กับตำแหน่งข้าราชการพลเรือน ให้กระทรวงการคลังมีอำนาจกำหนดเทียบตำแหน่งข้าราชการการเมืองกับ

ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนเพื่อให้ข้าราชการการเมืองเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการได้เท่า

กับตำแหน่งข้าราชการพลเรือนตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้เดินทางไปราชการตามคำสั่งของทางราชการซึ่งเป็นลูกจ้างหรือมิได้เป็นข้าราชการหรือ

ลูกจ้าง ให้กระทรวงการคลังมีอำนาจกำหนดเทียบกับตำแหน่งข้าราชการพลเรือนเพื่อให้ผู้นั้นเบิกค่าใช้

จ่ายในการเดินทางไปราชการได้เท่ากับตำแหน่งข้าราชการพลเรือนตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา 7

มาตรา 7 การเดินทางไปราชการ ถ้าผู้เดินทางไปราชการหยุดอยู่ที่ใดโดยไม่มีความจำเป็นใน

ทางราชการ จะเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการสำหรับวันที่หยุดโดยไม่จำเป็นนั้นไม่ได้

ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการในราชอาณาจักร

มาตรา 8

มาตรา 8 การเดินทางไปราชการในราชอาณาจักร ได้แก่

(1) การเดินทางไปปฏิบัติราชการชั่วคราวนอกที่ตั้งสำนักงานซึ่งปฏิบัติราชการปกติตามคำสั่ง

ผู้บังคับบัญชา หรือตามหน้าที่ที่ปฏิบัติราชการโดยปกติ

(2) การเดินทางไปช่วยราชการหรือการเดินทางไปรักษาราชการแทน

(3) การเดินทางไปประจำต่างสำนักงาน เพื่อไปดำรงตำแหน่งใหม่หรือรักษาการในตำแหน่ง

ใหม่ ณ สำนักงานแห่งใหม่ในราชอาณาจักร

(4) การเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิมเนื่องจากข้าราชการหรือลูกจ้างออกจากราชการ ถูกสั่ง

พักราชการ หรือถึงแก่ความตาย

(5) การเดินทางของผู้ซึ่งรับราชการประจำในต่างประเทศเดินทางมาราชการชั่วคราวใน

ราชอาณาจักรเฉพาะระหว่างเวลาอยู่ในราชอาณาจักร

(6) การเดินทางข้ามแดนชั่วคราวเพื่อไปปฏิบัติราชการในดินแดนต่างประเทศตามข้อ

ตกลงระหว่างประเทศ

มาตรา 9

มาตรา 9 ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการในราชอาณาจักร ได้แก่

(1) ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทาง

(2) ค่าเช่าที่พัก

(3) ค่าพาหนะ ซึ่งรวมถึงค่าเช่ายานพาหนะ ค่าระวางบรรทุก ค่าจ้างคนหาบหาม ค่าน้ำมัน

สำหรับรถยนต์เพื่อเดินทางและอื่น ๆ ทำนองเดียวกันด้วย

(4) ค่าขนย้ายสิ่งของส่วนตัว

(5) ค่าใช้จ่ายอื่นที่ซึ่งจำเป็นต้องจ่ายเนื่องในการเดินทางไปราชการ

มาตรา 10

มาตรา 10 ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทาง ให้เบิกได้ตามอัตราในบัญชี 1 ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา 11

มาตรา 11 การนับเวลาเดินทางไปราชการเพื่อคำนวณเบี้ยเลี้ยงเดินทางให้นับตั้งแต่

เวลาออกจากสถานที่อยู่ หรือสถานที่ปฏิบัติราชการตามปกติ จนกลับถึงสถานที่อยู่หรือสถานที่ปฏิบัติ

ราชการตามปกติ หรือจนถึงสถานที่ที่ไปรับราชการใหม่แล้วแต่กรณี

เวลาเดินทางไปราชการให้นับยี่สิบสี่ชั่วโมงเป็นหนึ่งวัน เศษของวันถ้าเกินกว่าสิบสองชั่วโมงให้

นับเป็นหนึ่งวัน

มาตรา 12

มาตรา 12 ผู้เดินทางไปราชการซึ่งเป็นผู้ได้รับเบี้ยเลี้ยงประจำอยู่แล้ว จะเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงเดิน

ทางตามพระราชกฤษฎีกานี้ได้เมื่องดเบิกเบี้ยเลี้ยงประจำ

มาตรา 13

มาตรา 13 การเดินทางไปราชการวันใดที่จำเป็นต้องพักแรม ยกเว้นการพักแรมในยานพาหนะ

ที่เสียค่าโดยสารหรือในที่พักซึ่งทางราชการได้จัดให้ ให้เบิกค่าเช่าที่พักเหมาจ่ายได้ตามอัตราดังนี้

(1) ในกรณีเดินทางไปราชการในเขตเทศบาลหรือเขตสุขาภิบาล ให้เบิกได้ตามอัตราประเภท

ก. แห่งบัญชี 2 ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจกำหนดอัตราค่าเช่าที่พักสำหรับการเดินทาง

ไปราชการในเขตเทศบาลเพิ่มขึ้นจากอัตราประเภท ก.แห่งบัญชี 2 ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ได้

ตามความเหมาะสมแก่สภาพท้องที่ แต่อย่างสูงจะต้องไม่เกินกึ่งหนึ่งของอัตราประเภท ก. แห่งบัญชี 2

ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้

(2) ในกรณีเดินทางไปราชการนอกเขตเทศบาลหรือเขตสุขาภิบาล ให้เบิกได้ตามอัตรา

ประเภท ข.แห่งบัญชี 2 ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้

การเดินทางไปราชการนอกเขตเทศบาลหรือเขตสุขาภิบาลหากผู้เดินทางมีความจำเป็นตามหลัก

เกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด ให้ใช้สิทธิเบิกค่าเช่าที่พักตามอัตราประเภท ก. แห่งบัญชี 2 ท้าย

พระราชกฤษฎีกานี้ได้

มาตรา 14

มาตรา 14 การเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางและหรือค่าเช่าที่พักสำหรับการเดินทางไปราชการ

เรื่องหนึ่งเรื่องใดในสถานที่ไปปฏิบัติราชการแห่งเดียวกัน ให้เบิกได้เพียงระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปีนับ

แต่วันที่ออกเดินทาง เว้นแต่ผู้เดินทางไปราชการตามคำสั่งของทางราชการซึ่งสั่งให้ไปปฏิบัติราชการ

เพื่อป้องกันและปราบปรามนอกที่ตั้งปกติและจำเป็นต้องเบิกเกินกำหนดดังกล่าวจะต้องได้รับ

ความตกลงจากกระทรวงการคลังก่อน

มาตรา 15

มาตรา 15 ในกรณีที่ผู้เดินทางไปราชการเจ็บป่วยในระหว่างการเดินทาง และจำเป็นต้องหยุด

พักเพื่อรักษาพยาบาลให้เบิกค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางและค่าเช่าที่พักสำหรับวันหยุดพักนั้นได้ไม่เกินสิบวัน

การเจ็บป่วยตามวรรคหนึ่งต้องมีใบรับรองแพทย์ ในกรณีที่ไม่มีแพทย์ที่ทางราชการรับรองอยู่ใน

ท้องที่ที่เกิดการเจ็บป่วย ผู้เดินทางไปราชการต้องชี้แจงประกอบ

มาตรา 16

มาตรา 16 ผู้เดินทางไปช่วยราชการหรือรักษาราชการแทน ณ สถานที่ปฏิบัติราชการใด ซึ่งอยู่

ในลักษณะที่ไม่อาจเดินทางไปกลับระหว่างสถานที่ปฏิบัติราชการนั้นกับสถานที่อยู่ได้ ให้เบิกค่าเบี้ยเลี้ยง

เดินทางระหว่างที่ไปช่วยราชการหรือรักษาราชการแทนได้เพียงระยะเวลาไม่เกินสี่เดือนนับแต่วันที่

ออกเดินทางหากมีความจำเป็นต้องเบิกเกินกำหนดดังกล่าว จะต้องได้รับความตกลงจากกระทรวง

การคลังก่อน แต่ทั้งนี้ระยะเวลาทั้งสิ้นต้องไม่เกินหนึ่งปี

ผู้เดินทางตามวรรคหนึ่ง ให้เบิกค่าเช่าที่พักตามมาตรา 13 ได้ไม่เกินหนึ่งเดือน ส่วนที่เกินให้

เบิกได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ต้องไม่เกินอัตราค่าเช่าบ้านที่ผู้นั้นจะพึงได้รับตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วย

ระเบียบค่าเช่าบ้านข้าราชการ ในกรณีเบิกจ่ายไม่เต็มเดือนให้ได้รับตามส่วนจำนวนวันของเดือนนั้น

หากมีความจำเป็นต้องเบิกค่าเช่าที่พักเกินอัตราค่าเช่าบ้าน จะต้องได้รับความตกลงจากกระทรวงการคลัง

ก่อน

มาตรา 17

มาตรา 17 การเดินทางไปราชการโดยปกติ ให้ใช้ยานพาหนะประจำทางและให้เบิกค่าพาหนะ

ได้เท่าที่จ่ายจริงและโดยประหยัด

ในกรณีที่ไม่มียานพาหนะประจำทาง หรือมีแต่ต้องการความรวดเร็วเพื่อประโยชน์แก่ทาง

ราชการ ก็ให้ใช้ยานพาหนะอื่นได้ แต่ผู้เดินทางจะต้องชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นไว้ในรายงานการเดิน

ทางหรือหลักฐานการขอเบิกเงินค่าพาหนะนั้น

ผู้ที่ดำรงตำแหน่งระดับ 3 ขึ้นไป หรือตำแหน่งที่เทียบเท่าข้าราชการตุลาการ ดะโต๊ะยุติธรรม

ข้าราชการอัยการ หรือผู้มียศพันตรี นาวาตรี นาวาอากาศตรี หรือพันตำรวจตรี ขึ้นไป หรือผู้ที่มี

ตำแหน่งต่ำกว่าแต่มีสัมภาระในการเดินทาง หรือต้องนำสิ่งของเครื่องใช้ของทางราชการไปด้วย

ให้เบิกค่ารถนั่งรับจ้างได้ สำหรับกรณีดังต่อไปนี้

(1) การเดินทางไปกลับจากสถานีจอดยานพาหนะประจำทางที่อยู่ ที่พัก หรือสถานที่ไป

ปฏิบัติราชการ แล้วแต่กรณี

(2) การเดินทางไปกลับระหว่างที่อยู่ ที่พัก กับสถานที่ไปปฏิบัติราชการ แล้วแต่กรณี วันละ

ไม่เกินสองเที่ยว

มาตรา 18

มาตรา 18 ในกรณีที่ยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทางมีอัตราหลายชั้น ให้เบิกค่าพาหนะได้ดังต่อไปนี้

(1) ชั้นหนึ่ง สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 3 ขึ้นไป หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า

ข้าราชการตุลาการ ดะโต๊ะยุติธรรม ข้าราชการอัยการ หรือผู้มียศพันตรี นาวาตรี นาวาอากาศตรี หรือ

พันตำรวจตรี ขึ้นไป

(2) ชั้นสอง สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 2 หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า หรือผู้มียศร้อยตรี

เรือตรี เรืออากาศตรี หรือร้อยตำรวจตรี ขึ้นไป แต่ถ้ายานพาหนะในเที่ยวเดินทางนั้นมีชั้นสองเป็นชั้น

ต่ำสุด ก็ให้โดยสารชั้นหนึ่งได้

(3) ชั้นสาม หรือชั้นต่ำสุด สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 1 หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า หรือผู้

มียศนายทหารชั้นประทวน หรือนายตำรวจชั้นประทวน พลทหาร พลตำรวจ

การเบิกค่าพาหนะในชั้นที่สูงกว่าหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ข้างต้น จะต้องได้รับความตกลงจาก

กระทรวงการคลังก่อน

มาตรา 19

มาตรา 19 การเดินทางไปราชการโดยรถไฟ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) ผู้เดินทางไปราชการจะเดินทางโดยรถธรรมดาหรือรถเร็วได้ทุกกรณี

(2) ผู้เดินทางไปราชการจะเดินทางโดยรถด่วนได้ในกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้

(ก) ต้องเดินทางไปปฏิบัติราชการโดยเร่งด่วน

(ข) เป็นผู้ซึ่งมีสิทธิใช้ยานพาหนะชั้นหนึ่งตาม มาตรา 18

(ค) ผู้เดินทางไปราชการนอกจาก (ข) ซึ่งต้องอยู่ในรถไฟเวลาหนึ่งเวลาใดระหว่าง

21.00 นาฬิกา ถึง 7.00 นาฬิกา ของวันรุ่งขึ้นหรือร่วมเดินทางไปกับผู้เดินทางไปราชการตาม (ข)

(ง) เดินทางโดยรถไฟสายแม่กลอง

(3) ผู้เดินทางไปราชการโดยรถเร็ว ถ้าในขบวนรถที่เดินทางนั้นไม่มีรถชั้นหนึ่งธรรมดา

แต่มีรถนั่งชั้นหนึ่งปรับอากาศ ให้ผู้มีสิทธิใช้ยานพาหนะชั้นหนึ่งตามมาตรา 18 (1) เดินทางในรถนั่งชั้น

หนึ่งปรับอากาศได้

(4) ผู้เดินทางไปราชการโดยรถด่วน จะเดินทางโดยรถนั่งชั้นหนึ่งปรับอากาศ หรือรถนั่ง

นอน ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ ก็ได้

(ก) รถนั่งนอนชั้นสอง สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 2 หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า หรือผู้

มียศร้อยตรี เรือตรี เรืออากาศตรี หรือร้อยตำรวจตรี ขึ้นไป

(ข) รถนั่งนอนชั้นหนึ่ง สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 3 ขึ้นไป หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า

หรือข้าราชการตุลาการ ดะโต๊ะยุติธรรม ข้าราชการอัยการ หรือผู้มียศพันตรี นาวาตรี นาวาอากาศตรี

หรือพันตำรวจตรี ขึ้นไป

(ค) รถนั่งนอนชั้นหนึ่งปรับอากาศ สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 7 ขึ้นไป หรือตำแหน่งที่

เทียบเท่าผู้พิพากษาศาลแพ่ง ผู้พิพากษาศาลอาญา ผู้พิพากษาศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง ผู้พิพากษา

หัวหน้าศาลขึ้นไป หรืออัยการประจำกรม อัยการจังหวัดขึ้นไป หรือผู้มียศพันเอก นาวาเอก นาวาอากาศ

เอก พันตำรวจเอก ซึ่งได้รับเงินเดือนอัตราพันเอกพิเศษ นาวาเอกพิเศษ นาวาอากาศเอกพิเศษ หรือ

พันตำรวจเอกพิเศษ ขึ้นไป

มาตรา 20

มาตรา 20 ในท้องที่จังหวัดใดไม่มีอัตราค่าพาหนะประเภทใดกำหนดไว้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด

กำหนดอัตราค่าพาหนะประเภทนั้นขึ้นไว้เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาอนุมัติและการตรวจสอบ เมื่อ

กำหนดอัตราค่าพาหนะดังกล่าวแล้ว ให้แจ้งกระทรวงการคลังทราบ

มาตรา 21

มาตรา 21 การเดินทางไปราชการภายในเขตกรุงเทพมหานครสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 3

ขึ้นไป หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า ข้าราชการตุลาการ ดะโต๊ะยุติธรรม ข้าราชการอัยการ หรือผู้มียศ

พันตรี นาวาตรี นาวาอากาศตรี หรือพันตำรวจตรีขึ้นไป ให้เบิกค่ารถนั่งรับจ้างได้

มาตรา 22

มาตรา 22 การใช้ยานพาหนะส่วนตัวเดินทางไปราชการ ผู้เดินทางไปราชการจะต้องได้รับ

อนุญาตจากผู้บังคับบัญชาซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดีขึ้นไป หรือตำแหน่งที่เทียบเท่าสำหรับราชการบริหารส่วน

กลาง หรือผู้ว่าราชการจังหวัด สำหรับราชการบริหารส่วนภูมิภาค จึงจะมีสิทธิเบิกเงินชดเชยเป็นค่า

พาหนะที่เหมาจ่ายให้เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการใช้ยานพาหนะส่วนตัวเดินทางไปราชการนั้นได้

ในกรณีราชการบริหารส่วนกลางที่มีสำนักงานอยู่ในส่วนภูมิภาคหรือมีสำนักงานแยกต่างหาก

จากกระทรวงทบวงกรม ผู้บังคับบัญชาตามวรรคหนึ่งจะมอบอำนาจให้ข้าราชการ ซึ่งดำรงตำแหน่ง

ระดับ 3 ขึ้นไป หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า เป็นผู้พิจารณาอนุญาตก็ได้

เงินชดเชยนี้ ให้เบิกจ่ายในประเภทค่าพาหนะ

มาตรา 23

มาตรา 23 เงินชดเชยตามมาตรา 22 ให้เบิกได้ในอัตราต่อหนึ่งคัน ดังต่อไปนี้

(1) รถยนต์ส่วนบุคคล กิโลเมตรละ 50 สตางค์

(2) รถจักรยานยนต์ กิโลเมตรละ 30 สตางค์

การคำนวณระยะทางให้คำนวณตามระยะทางของกรมทางหลวงในทางสั้นและตรง ซึ่งสามารถ

เดินทางได้สะดวก

มาตรา 24

มาตรา 24 การเดินทางไปราชการโดยเครื่องบิน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 5 ขึ้นไป หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า หรือข้าราชการตุลาการ

ดะโต๊ะยุติธรรม ข้าราชการอัยการ หรือผู้มียศพันโท นาวาโท นาวาอากาศโท หรือพันตำรวจโท ขึ้นไป

ให้เดินทางโดยเครื่องบินได้ทุกกรณี

(2) ข้าราชการ หรือลูกจ้าง นอกจาก (1) จะโดยสารเครื่องบินได้เฉพาะกรณีที่จำเป็น

รีบด่วนเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ

(3) การเดินทางโดยเครื่องบินซึ่งไม่เข้าหลักเกณฑ์ตาม (1) หรือ (2) จะเบิกค่าใช้จ่าย

ได้ไม่เกินค่าใช้จ่ายในการเดินทางภาคพื้นดินในระยะเดียวกัน ตามสิทธิซึ่งผู้เดินทางจะพึงเบิกได้

ตามพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา 25

มาตรา 25 ผู้เดินทางไปราชการในหน้าที่เลขานุการกับผู้บังคับบัญชาซึ่งดำรงตำแหน่งระดับ 9

ขึ้นไป หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า หรือผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ขึ้นไป หรือผู้มียศพันตรี

พลเรือตรี พลอากาศตรี หรือพลตำรวจตรีขึ้นไป ให้เบิกค่าพาหนะได้เท่ากับที่ผู้บังคับบัญชามีสิทธิเบิกใน

การเดินทาง

ในกรณีที่ผู้เดินทางไปราชการหน้าที่เลขานุการกับผู้บังคับบัญชามีหลายคน ให้เบิกค่าพาหนะได้เท่า

กับที่ผู้บังคับบัญชามีสิทธิเบิกในการเดินทางเพียงหนึ่งคน ส่วนผู้เดินทางไปราชการในหน้าที่

เลขานุการคนอื่น ๆ ให้เบิกค่าพาหนะได้ตามสิทธิของตน

มาตรา 26

มาตรา 26 ผู้เดินทางไปราชการร่วมกับชาวต่างประเทศ เพื่อทำหน้าที่รับรองชาวต่างประเทศ

หรือปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ต่างประเทศ จะเบิกค่าพาหนะในการเดินทางเท่ากับที่ต้องเบิกสำหรับ

ชาวต่างประเทศหรือเจ้าหน้าที่ต่างประเทศนั้นก็ได้

มาตรา 27

มาตรา 27 ผู้เดินทางไปราชการซึ่งต้องนำสิ่งของเครื่องใช้ของทางราชการไปด้วย ให้เบิกค่า

ระวางบรรทุกสิ่งของเครื่องใช้ของทางราชการได้เท่าทีจำเป็นและโดยประหยัด

มาตรา 28

มาตรา 28 ผู้เดินทางไปราชการซึ่งต้องจ่ายค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นต้องจ่าย เนื่องในการเดิน

ทางไปราชการก็ให้เบิกได้เท่าที่จำเป็นและโดยประหยัด

มาตรา 29

มาตรา 29 การเดินทางไปประจำต่างสำนักงานหรือการเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิมตามมาตรา

8 (3) หรือ (4) นั้น ข้าราชการหรือลูกจ้างซึ่งเดินทางไปประจำต่างสำนักงานหรือเดินทางกลับ

ภูมิลำเนาจะเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้ตามมาตรา 9

มาตรา 30

มาตรา 30 ผู้เดินทางตามมาตรา 29 จะเบิกค่าเช่าที่พักและค่าพาหนะสำหรับบุคคลในครอบครัว

ซึ่งอยู่ในอุปการะได้ดังต่อไปนี้

(1) คู่สมรส

(2) บุตร

(3) บิดามารดาของผู้เดินทาง

(4) บิดามารดาของคู่สมรส

(5) คนใช้ส่วนตัว ตามจำนวนที่กำหนดไว้ในบัญชี 3 ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา 31

มาตรา 31 ค่าเช่าที่พักในระหว่างการเดินทางสำหรับบุคคลในครอบครัวตามมาตรา 30 (1)

ถึง (4) ให้เบิกได้เท่ากับจำนวนที่ผู้เดินทางตามมาตรา 29 มีสิทธิเบิกสำหรับคนใช้ส่วนตัวให้เบิกใน

อัตราชั้นต่ำสุดของประเภท ก. หรือประเภท ข. แล้วแต่กรณีแห่งบัญชี 2 ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้

เมื่อเดินทางไปถึงท้องที่ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหม่ ถ้าไม่อาจหาที่พักได้ และผู้บังคับบัญชาดังต่อไปนี้

อนุญาตแล้ว ให้เบิกค่าเช่าที่พักสำหรับตนเองและบุคคลในครอบครัวต่อไปได้อีกไม่เกินเจ็ดวันนับแต่วันไป

ถึงท้องที่ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหม่

(1) ผู้บังคับบัญชาซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดีขึ้นไป หรือตำแหน่งที่เทียบเท่าสำหรับราชการ

บริหารส่วนกลาง

(2) ผู้บังคับบัญชาชั้นหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดซึ่งเป็นผู้เบิกเงินหรือนายอำเภอท้องที่

แล้วแต่กรณี สำหรับราชการบริหารส่วนภูมิภาค

ถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องเบิกค่าเช่าที่พักต่อไปอีก จะต้องได้รับความตกลงจากกระทรวงการคลัง

ก่อน

มาตรา 32

มาตรา 32 ค่าพาหนะสำหรับบุคคลในครอบครัวตามมาตรา 30 (1) ถึง (4) ให้เบิกได้เท่า

กับจำนวนที่ผู้เดินทางตามมาตรา 29 มีสิทธิเบิก สำหรับคนใช้ส่วนตัวให้เบิกในอัตราชั้นต่ำสุดของ

อัตราตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 18 (3)

มาตรา 33

มาตรา 33 ค่าขนย้ายสิ่งของส่วนตัวให้เบิกได้เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินอัตราน้ำหนักและปริมาตร

ตามเกณฑ์คำนวณที่กำหนดไว้ในบัญชี 4 ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้

การใช้รถยนต์เป็นพาหนะบรรทุก ถ้านำหนักและปริมาตรบรรทุกต่ำกว่าหนึ่งคัน หรือเกินหนึ่งคัน

โดยมีเศษ ก็ให้มีสิทธิเบิกได้เต็มคัน ถ้าเศษเกินหนึ่งคัน ให้เบิกได้อีกหนึ่งคัน

มาตรา 34

มาตรา 34 การขนย้ายสิ่งของส่วนตัว ให้ขนย้ายโดยทางรถไฟ หรือจ้างบริการของรัฐวิสาหกิจ

แต่ถ้าการขนย้ายโดยทางรถไฟหรือการจ้างบริการของรัฐวิสาหกิจไม่สะดวกหรือไม่อาจทำได้ ให้ใช้

ยานพาหนะอื่นได้

การใช้ยานพาหนะอื่นที่ค่าใช้จ่ายต่ำกว่าค่าใช้จ่ายสำหรับการขนย้ายโดยทางรถไฟ หรือ

การจ้างบริการของรัฐวิสาหกิจ ให้ทำได้โดยไม่ต้องขออนุมัติก่อนใช้

การใช้ยานพาหนะอื่นที่ค่าใช้จ่ายสูงกว่าค่าใช้จ่ายสำหรับการขนย้ายโดยทางรถไฟ หรือ

การจ้างบริการของรัฐวิสาหกิจ จะทำได้เมื่อได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดีขึ้นไป

หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า สำหรับราชการบริหารส่วนกลาง หรือเมื่อได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด

หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัด สำหรับราชการบริหารส่วนภูมิภาค

มาตรา 35

มาตรา 35 ในกรณีที่ผู้เดินทางไปราชการต่างสำนักงานซึ่งเป็นข้าราชการหรือลูกจ้างต้องเดิน

ทางโดยเครื่องบินตามมาตรา 24 ให้บุคคลในครอบครัวตามมาตรา 30 เดินทางโดยเครื่องบินได้ด้วย

มาตรา 36

มาตรา 36 ในกรณีจำเป็นซึ่งไม่อาจนำบุคคลในครอบครัวหรือสิ่งของส่วนตัวไปพร้อมกับผู้เดิน

ทางได้ ให้ผู้เดินทางรายงานชี้แจงเหตุผลความจำเป็น และกำหนดเวลาที่จะเลื่อนการเดินทาง ต่อ

ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น จนถึงผู้ดำรงตำแหน่งอธิบดีหรือปลัดกระทรวงหรือตำแหน่งที่เทียบเท่า แล้ว

แต่กรณี สำหรับราชการบริหารส่วนกลาง หรือผู้ว่าราชการจังหวัด สำหรับราชการบริหารส่วนภูมิภาค

แต่ถ้าผู้เดินทางดำรงตำแหน่งอธิบดี หรือผู้ว่าราชการจังหวัดให้เสนอผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง

การเลื่อนเดินทางตามวรรคหนึ่ง ให้ทำก่อนที่จะเดินทาง

ให้ผู้บังคับบัญชาตามวรรคหนึ่ง มีอำนาจอนุญาตให้เลื่อนการเดินทางต่อไปได้ภายในเวลาอันสมควร

แต่ต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ปรากฏในคำสั่ง หรือวันที่ได้รับคำสั่งให้ออกจากราชการ แล้วแต่กรณี

มาตรา 37

มาตรา 37 ผู้ต้องเดินทางตามมาตรา 29 ซึ่งได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทางล่วงหน้าไปแล้ว

ต้องออกเดินทางภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับเงินค่าใช้จ่าย ถ้าไม่ได้เดินทางภายในกำหนดดังกล่าว

ให้นำเงินค่าใช้จ่ายที่ได้รับแล้วส่งคืนทันที

มาตรา 38

มาตรา 38 ข้าราชการหรือลูกจ้างซึ่งออกจากราชการจะเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางสำหรับ

ตนเองและบุคคลในครอบครัวตามมาตรา 30 ได้ เฉพาะค่าเช่าที่พัก ค่าพาหนะและค่าขนย้ายสิ่งของ

ส่วนตัวเพื่อกลับภูมิลำเนาเดิมในตำบล อำเภอ หรือจังหวัดที่เป็นที่อยู่ของข้าราชการหรือลูกจ้างซึ่ง

ทางราชการรับบรรจุ ผู้นั้นเข้าเป็นข้าราชการหรือลูกจ้างครั้งแรก หรือกลับเข้ารับราชการใหม่ ตาม

ตำแหน่งหรือชั้นยศซึ่งได้รับครั้งสุดท้ายก่อนออกจากราชการ เว้นแต่กรณีที่ข้าราชการหรือลูกจ้างต้องออก

จากราชการเพราะถูกลงโทษทางวินัย ให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก หรือกรณีถูกสั่งให้ออกจาก

ราชการก่อนพิจารณาหรือสอบสวน ให้ผู้นั้นเบิกได้ในอัตราชั้นต่ำสุดของค่าใช้จ่ายดังกล่าวข้างต้น

มาตรา 39

มาตรา 39 ข้าราชการหรือลูกจ้างซึ่งถูกสั่งพักราชการ จะเบิกค่าใช้จ่ายในอัตราชั้นต่ำสุดสำหรับ

ตนเองและบุคคลในครอบครัวตามมาตรา 30 ได้ เฉพาะค่าเช่าที่พัก ค่าพาหนะและค่าขนย้ายสิ่งของ

ส่วนตัวเพื่อกลับภูมิลำเนาเดิมในตำบล อำเภอ หรือจังหวัดที่เป็นที่อยู่ของข้าราชการหรือลูกจ้างซึ่ง

ทางราชการรับบรรจุผู้นั้นเข้าเป็นข้าราชการหรือลูกจ้างครั้งแรก หรือกลับเข้ารับราชการใหม่ โดยจะ

ไม่รอผลการสอบสวนถึงที่สุดก็ได้ แต่ถ้าหากผลการสอบสวนปรากฏว่า ข้าราชการหรือลูกจ้างผู้นั้นไม่มี

ความผิด จะขอเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางสำหรับตนเองและบุคคลในครอบครัวดังกล่าวเพิ่มขึ้นหรือจะ

ขอเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางสำหรับตนเองและบุคคลในครอบครัวดังกล่าว เพื่อมายังท้องที่ซึ่งข้า

ราชการหรือลูกจ้างผู้นั้นรับราชการอยู่เดิมไม่ได้

มาตรา 40

มาตรา 40 ในกรณีที่ข้าราชการหรือลูกจ้างซึ่งประจำต่างสำนักงาน หรือรักษาราชการใน

ตำแหน่งที่ประจำอยู่ต่างสำนักงานถึงแก่ความตาย ให้ทายาทใช้สิทธิของผู้ถึงแก่ความตายเบิกค่าใช้จ่ายใน

การเดินทางได้ตามสิทธิของผู้ถึงแก่ความตาย เฉพาะค่าเช่าที่พัก ค่าพาหนะ และค่าขนย้ายสิ่งของส่วน

ตัวเพื่อกลับภูมิลำเนาเดิมในตำบล อำเภอ หรือจังหวัดที่เป็นที่อยู่ของข้าราชการหรือลูกจ้างซึ่งทาง

ราชการรับบรรจุผู้นั้นเข้าเป็นข้าราชการหรือลูกจ้างครั้งแรกหรือกลับเข้ารับราชการใหม่ แต่ถ้าความ

ตายนั้นเกิดขึ้นเนื่องจากความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงให้เบิกได้ในอัตราชั้นต่ำสุด

การใช้สิทธิตามมาตรานี้ ให้กระทำภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ข้าราชการหรือลูกจ้างถึงแก่ความตาย

มาตรา 41

มาตรา 41 ในกรณีจำเป็นผู้มีสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิม ตามมาตรา

38 มาตรา 39 และมาตรา 40 จะของเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปยังท้องที่อื่นซึ่งมิใช่ภูมิลำเนาดัง

กล่าว โดยเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไม่สูงกว่าการเดินทางกลับภูมิลำเนานั้น ก็ให้กระทำได้เมื่อได้

รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดีขึ้นไป หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า สำหรับราชการ

บริหารส่วนกลาง หรือผู้ว่าราชการจังหวัด สำหรับราชการบริหารส่วนภูมิภาค

ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศ

มาตรา 42

มาตรา 42 การเดินทางไปราชการต่างประเทศ แบ่งเป็น

(1) การเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราว

(2) การเดินทางไปราชการประจำในต่างประเทศ

การเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราว ให้หมายความรวมถึงการเดินทางของ

ผู้รับราชการประจำในต่างประเทศไปราชการชั่วคราว ณ ที่ใด ๆ ในต่างประเทศ และการเดินทางมา

ราชการชั่วคราวในราชอาณาจักร เฉพาะเวลาที่เดินทางอยู่นอกราชอาณาจักร

มาตรา 43

มาตรา 43 การเดินทางไปราชการต่างประเทศ เมื่อผู้เดินทางได้รับเงินค่าใช้จ่ายในการเดิน

ทางไปแล้ว ถ้าไม่ได้เดินทางภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันรับเงิน ให้นำเงินส่งคืนผู้จ่ายเงินทันที

สำหรับค่าเครื่องแต่งตัว ในกรณีที่ทางราชการสั่งงดการเดินทางโดยมิใช่ความผิดของผู้เดินทาง

ถ้าผู้เดินทางได้จ่ายไปแล้วหรือมีข้อผูกพันที่จะต้องจ่ายโดยสุจริต โดยมีหลักฐานก็ไม่ต้องส่งคืน

มาตรา 44

มาตรา 44 ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราว ได้แก่

(1) ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทาง และค่าเช่าที่พัก

(2) ค่าเครื่องแต่งตัว

(3) ค่าพาหนะ

(4) ค่ารับรอง

(5) ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด

มาตรา 45

มาตรา 45 ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางและค่าเช่าที่พัก ให้เบิกในลักษณะเหมาจ่ายตามอัตราในบัญชี

5 ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้

การเดินทางในวันใดไม่จำเป็นต้องเช่าที่พักแรม หรือโดยปกติต้องพักแรมในยานพาหนะ ให้เบิก

ได้เฉพาะค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทาง

ภายใต้บังคับวรรคหนึ่ง ลูกจ้างซึ่งส่วนราชการในต่างประเทศจ้างให้ปฏิบัติราชการใน

ต่างประเทศ เดินทางไปราชการ ให้เบิกค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางและค่าเช่าที่พักได้ตามอัตราประเพณีและสภาพ

แห่งท้องถิ่นที่หัวหน้าส่วนราชการในต่างประเทศ สังกัดกระทรวงต่างประเทศกำหนด ตามสมควรแก่

ฐานะของลูกจ้าง แต่ต้องไม่เกินอัตราต่ำสุดของบัญชี 5 ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ หรืออัตราที่สูงกว่านั้น

ตามที่ได้รับความตกลงจากกระทรวงการคลัง

มาตรา 46

มาตรา 46 การนับเวลาเดินทางไปราชการเพื่อคำนวณเบี้ยเลี้ยงเดินทางให้นับตั้งแต่วันที่ออก

เดินทางจากประเทศไทยหรือที่พักประจำในต่างประเทศ จนกลับถึงประเทศไทยหรือที่พักประจำในต่าง

ประเทศ แล้วแต่กรณี เวลาไปราชการ ให้นับยี่สิบสี่ชั่วโมงเป็นหนึ่งวัน เศษของวัน ถ้าเกินสิบสอง

ชั่วโมงให้นับเป็นหนึ่งวัน

ในกรณีที่ผู้เดินทางไปราชการเจ็บป่วยในระหว่างเดินทางและมีความจำเป็นต้องหยุดพัก ให้นำ

ความในมาตรา 15 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา 47

มาตรา 47 ข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งอธิบดีขึ้นไป หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า หรือข้าราชการหรือ

ลูกจ้างซึ่งเดินทางไปราชการในฐานะผู้แทนส่วนราชการเพื่อเข้าร่วมการประชุมในระดับรัฐมนตรีขึ้นไป

จะเลือกเบิกค่าเช่าที่พักเท่าที่จ่ายจริงโดยมีใบสำคัญคู่จ่ายก็ได้

มาตรา 48

มาตรา 48 ภายใต้บังคับมาตรา 49 ข้าราชการหรือลูกจ้างซึ่งเดินทางไปราชการในต่าง

ประเทศชั่วคราว ให้เบิกค่าเครื่องแต่งตัวได้ตามอัตราในบัญชี 6 ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ ทั้งนี้เว้นแต่การ

เดินทางออกจากประเทศไทยไปราชการในประเทศสหภาพพม่า ราชอาณาจักรลาว กัมพูชา สาธารณรัฐ

ประชาธิปไตยเวียดนาม สาธารณรัฐเวียดนามใต้ สหพันธ์มาเลเซีย และสิงคโปร์ เป็นเวลาไม่เกินเจ็ดวัน

ผู้ซึ่งกำลังรับราชการประจำอยู่ในต่างประเทศเดินทางไปราชการชั่วคราวที่ใดก็ตาม จะเบิกค่า

เครื่องแต่งตัวไม่ได้

มาตรา 49

มาตรา 49 ผู้ซึ่งเคยได้รับค่าเครื่องแต่งตัวในการเดินทางไปราชการต่างประเทศมาแล้ว ถ้า

ต้องเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราวอีก ให้เบิกค่าเครื่องแต่งตัวได้ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) การเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราวครั้งใหม่ ต้องใช้เครื่องแต่งตัวต่าง

ประเภทกับเครื่องแต่งตัวที่ใช้ในการเดินทางครั้งก่อน

(2) การเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราวครั้งใหม่มีระยะเวลาห่างจากการเดิน

ทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราวครั้งสุดท้ายเกินสองปี นับแต่วันที่เดินทางออกจากประเทศไทยหรือ

มีระยะเวลาห่างจากการเดินทางไปรับราชการประจำในต่างประเทศครั้งสุดท้ายเกินสองปีนับแต่วันที่

เดินทางกลับถึงประเทศไทย

(3) การเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราวครั้งใหม่ของนายทหารประทวนในกองทัพ

เรือซึ่งมียศเป็นจ่าเอกและได้รับเลื่อนยศเป็นพันจ่าที่ระยะเวลาไม่เข้าลักษณะตาม (2)

63 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ.2518 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c20a0c33bb10a5d1

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com