法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน พ.ศ. ๒๕๖๑

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
29
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบ ก.บ.ศป.

ว่าด้วยรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน

พ.ศ. ๒๕๖๑

โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน เพื่อประโยชน์

ในการควบคุมการใช้งานและการดูแลรักษาให้มีประสิทธิภาพ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔๑/๘ (๑) และ (๖) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและ

วิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง

และวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๖๐ ก.บ.ศป. จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน พ.ศ. ๒๕๖๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือคําสั่งอื่นใดในส่วนที่กําหนดไว้ในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“รถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน” หมายความว่า รถส่วนกลางพร้อมอุปกรณ์ในการป้องกัน

ร่างกายหรือชีวิตบุคคล จากการประทุษร้ายโดยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง

และสิ่งเทียมอาวุธปืน ที่สํานักงานจัดไว้เพื่อกิจการอันเป็นส่วนรวมของศาลปกครองและสํานักงาน

หรือเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ทั้งนี้ ตามประกาศกระทรวงกลาโหม เรื่อง กําหนดยุทธภัณฑ์

ที่ต้องขออนุญาตตามพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๓๐

“สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานศาลปกครอง

“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสํานักงานศาลปกครอง

“ข้าราชการ” หมายความว่า ข้าราชการศาลปกครอง พนักงานราชการศาลปกครอง ลูกจ้างประจํา

และลูกจ้างชั่วคราว

“ผู้อนุญาต” หมายความว่า ประธานศาลปกครองสูงสุด หรืออธิบดีศาลปกครองชั้นต้น หรือเลขาธิการ

หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

“ผู้รับอนุญาต” หมายความว่า ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้รถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน

“นายทะเบียน” หมายความว่า ผู้อํานวยการสํานักบริหารทรัพย์สิน หรือผู้อํานวยการสํานักงาน

ศาลปกครองในภูมิภาค หรือข้าราชการฝ่ายศาลปกครองไม่ต่ํากว่าระดับชํานาญการพิเศษ

ซึ่งเลขาธิการ แต่งตั้งให้ทําหน้าที่เป็นนายทะเบียนรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน

“ผู้ควบคุม” หมายความว่า ข้าราชการฝ่ายศาลปกครองไม่ต่ํากว่าระดับชํานาญการ ซึ่งประธาน

ศาลปกครองสูงสุด หรืออธิบดีศาลปกครองชั้นต้น หรือเลขาธิการ แต่งตั้งให้ทําหน้าที่ควบคุมการใช้รถยนต์

หุ้มเกราะป้องกันกระสุน

“พนักงานขับรถยนต์” หมายความว่า ผู้ที่มีหน้าที่หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ขับรถยนต์หุ้มเกราะ

ป้องกันกระสุน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้เลขาธิการเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอํานาจตีความและวินิจฉัยปัญหา

กําหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้สํานักงานจัดให้มีรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนเพื่อใช้ในภารกิจการรักษาความปลอดภัย

ของข้าราชการและทรัพย์สินของทางราชการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ รถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนซึ่งมีอายุการใช้งานมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี ให้ถือเป็นเกณฑ์

ที่จะพิจารณาจัดหารถคันใหม่ทดแทนคันเก่า

สําหรับรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนที่ได้รับความเสียหายต้องเสียค่าซ่อมสูง หรือประโยชน์

ที่จะได้รับไม่คุ้มค่ากับค่าซ่อม หรือเมื่อซ่อมแล้วไม่อยู่ในสภาพที่ใช้การได้โดยปลอดภัยไม่อยู่ในบังคับ

ของระยะเวลาดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ พนักงานขับรถยนต์จะต้องเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตจากทางราชการให้ขับรถได้ตามกฎหมาย

และจะต้องเป็นผู้มีความสามารถและประสบการณ์ในการขับรถ โดยจะต้องผ่านการอบรมตามที่

สํานักงานกําหนด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ กรณีที่ไม่มีพนักงานขับรถยนต์ หรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ประธานศาลปกครองสูงสุด

หรืออธิบดีศาลปกครองชั้นต้น หรือเลขาธิการ อาจให้ข้าราชการของสํานักงานศาลปกครองนั้น ๆ

เป็นผู้ขับรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนได้

สําหรับสํานักงานศาลปกครองยะลา กรณีที่ไม่มีพนักงานขับรถยนต์หรือมีแต่ไม่สามารถ

ปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือเพื่อความปลอดภัยในร่างกาย ชีวิตของข้าราชการ และทรัพย์สินของทางราชการ

อธิบดีศาลปกครองยะลาอาจให้ข้าราชการหรือบุคคลอื่นที่เห็นว่าเหมาะสมเป็นผู้ขับรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนได้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ กรณีมีเหตุสมควรหรือตามรายงานความเห็นของนายทะเบียนตามข้อ ๒๑ (๕)

เลขาธิการอาจสั่งให้มีการจําหน่ายหรือทําลายรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนได้ตามกฎหมาย

และระเบียบที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้บุคคลต่อไปนี้มีอํานาจอนุญาตให้ใช้รถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน ดังนี้

๑) ประธานศาลปกครองสูงสุด หรืออธิบดีศาลปกครองชั้นต้น แล้วแต่กรณี ให้มีอํานาจอนุญาต

ให้ใช้รถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนที่อยู่ในความครอบครอง

(๒) เลขาธิการหรือรองเลขาธิการที่ได้รับมอบหมาย ให้มีอํานาจอนุญาตได้ทุกกรณี

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การให้ใช้รถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนต้องเป็นไปเพื่อภารกิจการรักษาความปลอดภัย

ของข้าราชการและทรัพย์สินของทางราชการตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

(๑) เพื่อกิจการอันเป็นส่วนรวมของศาลปกครองและสํานักงาน หรือ

(๒) เพื่อกิจการที่เป็นประโยชน์เกี่ยวเนื่องกับราชการ การกุศลสาธารณะ งานสาธารณประโยชน์

หรืองานสวัสดิการในกิจการเฉพาะคราวของข้าราชการในศาลปกครองและสํานักงาน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เมื่อผู้อนุญาตเห็นสมควรให้ใช้ ให้อนุญาตโดยอาจกําหนดระยะเวลาให้ใช้ พร้อมทั้ง

ออกหนังสืออนุญาตให้ใช้กํากับไว้

หนังสืออนุญาตให้ใช้ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เมื่อผู้อนุญาตเห็นสมควรหรือตามรายงานความเห็นของนายทะเบียนหรือผู้ควบคุม

ผู้อนุญาตอาจยกเลิกการอนุญาตได้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ผู้มีสิทธิขอใช้รถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน ได้แก่

(๑) ข้าราชการ

(๒) หน่วยงานในสังกัดสํานักงาน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การขอใช้รถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน ผู้มีสิทธิขอใช้จะต้องยื่นคําขอ โดยระบุเหตุผล

ความจําเป็นในการขอใช้ต่อผู้อนุญาต

กรณีผู้อนุญาตเป็นผู้ใช้รถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนเอง ให้ออกหนังสืออนุญาตให้ใช้กํากับไว้

คําขอตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ เมื่อมีการอนุญาตให้ใช้รถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนแล้ว ให้ผู้รับอนุญาตขอรับมอบ

รถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนจากนายทะเบียนหรือผู้ควบคุม แล้วแต่กรณี และให้นายทะเบียนหรือ

ผู้ควบคุมทําหลักฐานการรับมอบไว้

หลักฐานการรับมอบตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ผู้รับอนุญาตหรือพนักงานขับรถยนต์มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้

(๑) ดูแลรักษารถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนตามที่กําหนดไว้ในระเบียบนี้

(๒) รายงานเป็นหนังสือต่อผู้อนุญาตหรือนายทะเบียนหรือผู้ควบคุมในทันทีที่รถยนต์

หุ้มเกราะป้องกันกระสุนเกิดการชํารุด สูญหาย บุบสลาย หรือถูกทําลาย เว้นแต่มีเหตุจําเป็นไม่อาจรายงาน

เป็นหนังสือในทันทีได้ ก็ให้รายงานโดยวิธีอื่นไปพลางก่อน

กรณีรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนสูญหายให้แจ้งความที่สถานีตํารวจในท้องที่เกิดเหตุ

เพื่อเป็นหลักฐานโดยเร็วด้วย

(๓) นํารถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนส่งคืนนายทะเบียนหรือผู้ควบคุมทันทีที่เสร็จภารกิจ

หรือเมื่อถูกยกเลิกการอนุญาต

(๔) ชดใช้ความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นอันเกิดจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

(๕) เก็บรักษาหนังสืออนุญาตให้ใช้เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ตลอดระยะเวลาการใช้รถยนต์

หุ้มเกราะป้องกันกระสุน

(๖) ปฏิบัติการอื่นใดที่เกี่ยวข้องตามที่ผู้อนุญาตเห็นสมควร

การรายงานตามวรรคหนึ่ง (๒) และการส่งคืนตามวรรคหนึ่ง (๓) ให้เป็นไปตามแบบท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ห้ามผู้รับอนุญาตหรือผู้ใดทําการทดสอบหรือแก้ไขดัดแปลงรถยนต์หุ้มเกราะป้องกัน

กระสุนทุกกรณี เว้นแต่เป็นการดําเนินการเพื่อประโยชน์ในการบํารุงรักษา

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้ประธานศาลปกครองสูงสุด หรืออธิบดีศาลปกครองชั้นต้น และเลขาธิการมีหน้าที่

กํากับดูแลการใช้รถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้นายทะเบียนมีหน้าที่ ดังนี้

(๑) รายงานการตรวจสอบสภาพ ตรวจนับจํานวน การเก็บรักษา การใช้และการส่งคืนเสนอต่อ เลขาธิการ

ทุกเดือนหรือตามคําสั่งของเลขาธิการ

(๒) รายงานต่อเลขาธิการโดยเร็วเมื่อทราบว่ารถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนเกิดการชํารุด สูญหาย

บุบสลาย หรือถูกทําลาย

(๓) รายงานต่อเลขาธิการกรณีการติดตามการชดใช้ค่าเสียหายตามข้อ ๑๘ (๔)

(๔) รายงานผลการดําเนินการในการติดตามรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนที่อยู่ในความครอบครอง

กลับคืนต่อเลขาธิการ กรณีที่ผู้รับอนุญาต หรือทายาทของผู้รับอนุญาต หรือผู้ครอบครอง ไม่ส่งคืนรถยนต์

หุ้มเกราะป้องกันกระสุนตามกําหนด

(๕) เสนอให้มีการจําหน่ายหรือทําลายรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนที่เสื่อมสภาพ หรือหมดอายุ

ต่อเลขาธิการ โดยการจําหน่ายหรือทําลายนั้น ให้ดําเนินการตามประกาศกระทรวงกลาโหม

เรื่อง การกําหนดหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับยุทธภัณฑ์ประเภทที่ใช้สําหรับการป้องกันวัตถุระเบิด

โดยอนุโลม

(๖) จัดทําบัญชีรับจ่ายรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนเพื่อแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

ตามพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๓๐

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้ผู้ควบคุมมีหน้าที่ ดังนี้

(๑) จัดระบบการควบคุมและเก็บรักษา

(๒) ควบคุมตรวจสอบการใช้รถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

(๓) ตรวจสอบสภาพ ตรวจนับจํานวน รายงานการใช้ และการส่งคืนเสนอต่อผู้อนุญาตทุกเดือน

หรือตามคําสั่งของผู้อนุญาต

(๔) เสนอข้อมูลพร้อมความเห็นต่อผู้อนุญาตเพื่อพิจารณาอนุญาตให้ใช้รถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน

(๕) รายงานต่อผู้อนุญาตโดยเร็วเมื่อทราบว่ารถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนเกิดการชํารุด สูญหาย

บุบสลาย หรือถูกทําลาย

(๖) รายงานต่อผู้อนุญาตในทันทีที่ทราบว่าผู้รับอนุญาตเสียชีวิต

(๗) ดําเนินการใด ๆ เพื่อติดตามรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนที่อยู่ในความครอบครอง

กลับคืนเมื่อเกิดการสูญหาย หรือผู้รับอนุญาตเสียชีวิต หรือผู้รับอนุญาตหรือทายาทของผู้รับอนุญาต

หรือผู้ครอบครองไม่ส่งคืนรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนตามกําหนด และรายงานผลการดําเนินการ

ดังกล่าวต่อผู้อนุญาต

(๘) รายงานความเห็นเสนอต่อผู้อนุญาตเพื่อยกเลิกการอนุญาต เมื่อปรากฏว่าผู้รับอนุญาต

ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ ๑๘ และข้อ ๑๙ หรือมีเหตุตามข้อ ๒๓

(๙) รวบรวมรายงานตามข้อ ๑๘ (๒) และรายงานความเห็นเสนอต่อผู้อนุญาต

(๑๐) ปฏิบัติการอื่นใดที่เกี่ยวข้องตามที่เลขาธิการมอบหมาย

กรณีตามวรรคหนึ่ง (๓) (๕) และ (๗) ให้ผู้ควบคุมรายงานประธานศาลปกครองสูงสุด หรืออธิบดี

ศาลปกครองชั้นต้น เพื่อแจ้งให้เลขาธิการทราบ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ผู้รับอนุญาตอาจถูกยกเลิกการอนุญาตได้ในกรณี ดังนี้

(๑) พ้นจากการเป็นข้าราชการตามข้อ ๑๕ (๑)

(๒) ไม่ปฏิบัติตามคําสั่งหรือเงื่อนไขของผู้อนุญาต

(๓) ถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยเกี่ยวกับการใช้รถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน

(๔) เมื่อผู้อนุญาตเห็นควรมีคําสั่งตามข้อ ๑๔

(๕) เมื่อผู้รับอนุญาตฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้หรือคําสั่งหรือหลักเกณฑ์ที่เลขาธิการกําหนด

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้สํานักงานและหน่วยงานในสังกัดสํานักงานที่มีรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน

ไว้ในครอบครอง จัดสถานที่เก็บรักษารถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน หรือเก็บรักษาไว้ในบริเวณ

ของหน่วยราชการนั้น โดยจะต้องมีความมั่นคง แข็งแรง และปลอดภัย

หากสถานที่เก็บรักษาหรือบริเวณของหน่วยราชการไม่มีความปลอดภัยเพียงพอหรือมีราชการจําเป็น

และเร่งด่วน ให้ประธานศาลปกครองสูงสุด หรืออธิบดีศาลปกครองชั้นต้น หรือเลขาธิการพิจารณา

สถานที่อื่น ซึ่งมั่นคง แข็งแรง และปลอดภัยเป็นสถานที่เก็บรักษารถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน

เป็นการชั่วคราวหรือเป็นครั้งคราว

การจะใช้สถานที่ใดเป็นสถานที่เก็บรักษา หรือเปลี่ยนแปลงสถานที่เก็บรักษาเป็นการชั่วคราว

นอกจากบริเวณของหน่วยราชการ ให้นายทะเบียนหรือผู้ควบคุมรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน

เสนอรายงานเพื่อขออนุญาตพร้อมด้วยเหตุผลความจําเป็น และรายละเอียดของสถานที่ที่จะนํา

รถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนไปเก็บรักษา ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามีความปลอดภัยเพียงพอ

ประกอบการพิจารณาต่อประธานศาลปกครองสูงสุด หรืออธิบดีศาลปกครองชั้นต้น หรือเลขาธิการ

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ในกรณีที่เกิดความเสียหายขึ้นแก่รถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน และอยู่ในระหว่าง

ที่ดําเนินการหาผู้รับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น หากส่วนราชการมีความจําเป็นต้องใช้รถคันนั้น

ให้นายทะเบียนหรือผู้ควบคุมรายงานขออนุมัติซ่อมรถคันนั้นต่อประธานศาลปกครองสูงสุด หรืออธิบดี

ศาลปกครองชั้นต้น หรือเลขาธิการ แล้วแต่กรณี โดยเบิกจ่ายเงินงบประมาณไปก่อนได้

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การซ่อมบํารุง การเบิกจ่ายน้ํามันเชื้อเพลิง การจัดหาอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย

และการจัดทําประกันภัย ให้นําระเบียบว่าด้วยรถราชการของสํานักงานมาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การส่งคืนรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนให้ถือปฏิบัติ ดังนี้

(๑) กรณีผู้รับอนุญาตพ้นจากการเป็นข้าราชการตามข้อ ๑๕ (๑) ให้ส่งคืนทันที

(๒) กรณีส่งคืนตามข้อ ๑๘ (๓) ให้ผู้รับอนุญาตส่งคืนทันทีเมื่อเสร็จภารกิจหรือมีคําสั่งยกเลิก

การอนุญาต

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ความรับผิดและการชดใช้ค่าเสียหายตามระเบียบนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ว่าด้วย

ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ให้นําระเบียบนี้ไปใช้บังคับกับรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนที่ได้รับมอบ

จากหน่วยงานอื่นของรัฐหรือบุคคลอื่นมาใช้ในราชการด้วย โดยอนุโลม

29 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน พ.ศ. ๒๕๖๑ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c21e6b8e2a528c5b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com