法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต ที่ สธ/น/ย/ข. 3/2550 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการจัดให้มีระบบการบริหารความเสี่ยงเพื่อป้องกันการใช้บริการธุรกิจหลักทรัพย์เป็นช่องทางในการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
22
มาตรา อารัมภบท

ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ที่ สธ/น/ย/ข. 3/2550

เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการจัดให้มีระบบการบริหาร

ความเสี่ยงเพื่อป้องกันการใช้บริการธุรกิจหลักทรัพย์เป็นช่องทาง

ในการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย

###

อาศัยอํานาจตามความใน

(1) ข้อ 4(2) แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่ กธ. 42/2543 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และการค้าหลักทรัพย์ ที่มิใช่ตราสารแห่งหนี้ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2543 และข้อ 25/1 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กธ. 42/2543 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และการค้าหลักทรัพย์ ที่มิใช่ตราสารแห่งหนี้ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2543 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กธ. 23/2549 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และการค้าหลักทรัพย์ ที่มิใช่ตราสารแห่งหนี้ (ฉบับที่ 10) ลงวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2549

(2) ข้อ 4 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่ กธ. 43/2543 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการค้าหลักทรัพย์อันเป็นตราสารแห่งหนี้ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2543 และข้อ 20/1 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กธ. 43/2543 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการค้าหลักทรัพย์อันเป็นตราสารแห่งหนี้ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2543 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กย. 26/2549 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการค้าหลักทรัพย์อันเป็นตราสารแห่งหนี้ (ฉบับที่ 11) ลงวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2549

(3) ข้อ 3 และข้อ 4 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กธ. 24/2549 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการควบคุมการปฏิบัติงานในการจัดจําหน่ายหลักทรัพย์ ลงวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2549

(4) ข้อ 2(1) และ (3) และข้อ 19 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กน. 30/2547 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุน ลงวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2547

(5) ข้อ 4(3) แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กธ. 5/2539 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการให้สินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ ลงวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2539

(6) ข้อ 6(5) แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กด. 29/2540 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการประกอบกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ ลงวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กธ. 27/2549 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการประกอบกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) ลงวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2549

(7) ข้อ 2(1) และ (2) และข้อ 9 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กข. 42/2547 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ การค้าหลักทรัพย์ และการจัดจําหน่ายหลักทรัพย์ที่เป็นหน่วยลงทุน ลงวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2547

สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ออกข้อกําหนดไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2550 เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ #### ในประกาศนี้

(1) “บริษัทหลักทรัพย์” หมายความว่า บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ การค้าหลักทรัพย์ การจัดจําหน่ายหลักทรัพย์การจัดการกองทุนรวม การจัดการกองทุนส่วนบุคคล การให้สินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ และกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์

(2) “ลูกค้า” หมายความว่า บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่เปิดบัญชีเพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์หรือทําธุรกรรมกับบริษัทหลักทรัพย์ แต่ไม่รวมถึงลูกค้าที่เป็นกองทุนสํารองเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ

(3) “บุคคลที่ได้รับประโยชน์จากการทําธุรกรรมในทอดสุดท้าย” หมายความว่า บุคคลธรรมดาที่เป็นเจ้าของบัญชีในทอดสุดท้ายหรือมีส่วนได้เสียอย่างมีนัยสําคัญในทอดสุดท้ายจากการทําธุรกรรมของลูกค้า

(4) “บุคคลที่มีอํานาจควบคุมการทําธุรกรรมในทอดสุดท้าย” หมายความว่า บุคคลธรรมดาที่มีอํานาจควบคุมหรือตัดสินใจในทอดสุดท้ายเกี่ยวกับบัญชีหรือการทําธุรกรรมของลูกค้า

(5) “ธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย” หมายความว่า ธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยตามกฎหมายฟอกเงิน

(6) “กฎหมายฟอกเงิน” หมายความว่า กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวมทั้งกฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับและคําสั่งที่ออกโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว

(7) “แนวทางที่กําหนดโดยสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์” หมายความว่าแนวทางปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงเพื่อป้องกันการใช้บริการธุรกิจหลักทรัพย์เป็นช่องทางในการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายที่กําหนดโดยสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ซึ่งบริษัทหลักทรัพย์เป็นสมาชิกและแนวทางดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานแล้ว

(8) “สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ มิให้นําความในประกาศนี้มาใช้บังคับกับสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกํากับดูแลของหน่วยงานอื่นและได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ในภายหลัง หากหน่วยงานกํากับดูแลดังกล่าวมีข้อกําหนดหรือแนวทางปฏิบัติให้สถาบันการเงินนั้นปฏิบัติในลักษณะเดียวกับหลักเกณฑ์การบริหารความเสี่ยงเพื่อป้องกันการใช้บริการธุรกิจหลักทรัพย์เป็นช่องทางในการฟอกเงินและกาสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีนโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงเพื่อป้องกันการใช้บริการธุรกิจหลักทรัพย์เป็นช่องทางในการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายในเรื่องดังต่อไปนี้เป็นลายลักษณ์อักษร

(1) การพิจารณารับลูกค้าหรือการทําธุรกรรมกับลูกค้า

(2) การพิจารณาระงับการทําธุรกรรมกับลูกค้าเป็นการชั่วคราว การพิจารณายุติความสัมพันธ์กับลูกค้า หรือการดําเนินการอื่นใด ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ทราบว่าลูกค้าเป็นบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทําความผิดมูลฐานหรือความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายฟอกเงิน หรือในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ไม่สามารถดําเนินการรู้จักลูกค้าและตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าได้ในสาระสําคัญ

(3) การรู้จักลูกค้าและการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (know your client/client due diligence หรือ KYC/CDD)

(4) การรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย (reporting of suspicious transactions) ตามกฎหมายฟอกเงิน

(5) การเก็บรักษาเอกสารหลักฐานภายใต้กระบวนการรู้จักลูกค้าและการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าและรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยของลูกค้า

นโยบายที่บริษัทหลักทรัพย์จัดให้มีขึ้นตามวรรคหนึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท เว้นแต่กรณีที่บริษัทหลักทรัพย์มีลักษณะโครงสร้างการถือหุ้นและการบริหารงานเป็นแบบกลุ่มธุรกิจทางการเงิน (financial conglomerate) ซึ่งมีการกําหนดนโยบายการบริหารงานและการกํากับดูแลบริษัทหลักทรัพย์เสมือนเป็นสายธุรกิจหนึ่ง (business unit) ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินดังกล่าวตามที่สํานักงานยอมรับ

ขั้นตอนการปฏิบัติงานตามวรรคหนึ่งต้องมีรายละเอียดที่ชัดเจนเพียงพอที่บุคลากรและผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานให้แก่บริษัทหลักทรัพย์สามารถปฏิบัติได้ และสามารถรองรับการให้บริการหรือการติดต่อกับลูกค้าที่ไม่ได้มาปรากฏตัวต่อหน้าเจ้าหน้าที่ของบริษัทในขณะที่ขอเปิดบัญชีเพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์หรือทําธุรกรรมในครั้งแรก (non-face to face) รวมทั้งสามารถรองรับการทําธุรกรรมผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องได้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ บริษัทหลักทรัพย์ต้องทบทวนนโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติงานตามข้อ 4ตามรอบระยะเวลาที่บริษัทหลักทรัพย์กําหนดอย่างเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีบุคลากร (anti-money laundering officer)เพื่อทําหน้าที่ให้คําปรึกษา ติดตาม และตรวจสอบการปฏิบัติงานของบุคลากรและผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานให้แก่บริษัทหลักทรัพย์ เพื่อให้การปฏิบัติงานของบริษัทหลักทรัพย์เป็นไปตามประกาศนี้และกฎหมายฟอกเงิน รวมทั้งนโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติงานของบริษัท ตลอดจนแนวทางที่กําหนดโดยสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ และบริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีการรายงานผลการดําเนินการดังกล่าวต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีการอบรมให้ความรู้และสร้างความเข้าใจแก่บุคลากรและผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานให้แก่บริษัทหลักทรัพย์ เพื่อให้การปฏิบัติงานของบริษัทหลักทรัพย์เป็นไปตามประกาศนี้และกฎหมายฟอกเงิน รวมทั้งนโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติงานของบริษัท ตลอดจนแนวทางที่กําหนดโดยสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ และเพื่อเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับรูปแบบใหม่ ๆ ของการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ทั้งนี้ ตามรอบระยะเวลาที่บริษัทหลักทรัพย์กําหนดอย่างเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ บริษัทหลักทรัพย์ต้องดําเนินการรู้จักลูกค้าและตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้ารวมทั้งบุคคลที่ได้รับประโยชน์จากการทําธุรกรรมในทอดสุดท้ายและบุคคลที่มีอํานาจควบคุมการทําธุรกรรมในทอดสุดท้าย เมื่อบริษัทหลักทรัพย์มีการพิจารณาเปิดบัญชีเพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์ให้กับลูกค้าหรือทําธุรกรรมกับลูกค้าเป็นครั้งแรกในกรณีที่ไม่มีการเปิดบัญชี (initial KYC/CDD) และตลอดช่วงระยะเวลาที่ลูกค้ามีการทําธุรกรรมกับบริษัทหลักทรัพย์ (on-going KYC/CDD)

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในการดําเนินการรู้จักลูกค้าและตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าตามข้อ 8 บริษัทหลักทรัพย์ต้องดําเนินการดังนี้

(1) ระบุตัวตนที่แท้จริงของลูกค้า (client identification) รวมทั้งบุคคลที่ได้รับประโยชน์จากการทําธุรกรรมในทอดสุดท้ายและบุคคลที่มีอํานาจควบคุมการทําธุรกรรมในทอดสุดท้าย

(2) สอบยันข้อมูลที่ได้รับกับหลักฐานหรือแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ (client verification)

(3) จดบันทึกข้อมูลที่ได้รวบรวมมาและความเห็นภายใต้กระบวนการรู้จักลูกค้าและการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

ในการระบุตัวตนที่แท้จริงของลูกค้าตาม (1) ให้บริษัทหลักทรัพย์รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับชื่อและนามสกุล สัญชาติ อาชีพ ที่อยู่ สถานที่ติดต่อ ชื่อและนามสกุลของบุคคลที่ได้รับประโยชน์จากการทําธุรกรรมในทอดสุดท้ายและบุคคลที่มีอํานาจควบคุมการทําธุรกรรมในทอดสุดท้าย ชื่อนิติบุคคล โครงสร้างการถือหุ้นของนิติบุคคล ประเภทธุรกิจ สถานที่จัดตั้ง สถานที่ประกอบธุรกิจ ฐานะการเงิน วัตถุประสงค์ในการทําธุรกรรม รวมทั้งเอกสารหลักฐานที่แสดงถึงตัวตนของลูกค้าดังกล่าวทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้ลูกค้าแสดงข้อมูลที่เป็นปัจจุบันในขณะที่ดําเนินการรู้จักลูกค้าและตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า และในกรณีที่ลูกค้าเป็นบุคคลธรรมดาบริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีเอกสารแสดงตัวตนของลูกค้าที่ปรากฏภาพถ่ายของลูกค้าในเอกสารดังกล่าวด้วย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในการดําเนินการรู้จักลูกค้าและตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ

ลูกค้าตามข้อ 8 บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดกลุ่มลูกค้า กําหนดขอบเขตและระดับความเข้มงวดในการดําเนินการตามข้อ 9(1) และ (2) สําหรับลูกค้าแต่ละรายแตกต่างกันไปตามระดับความเสี่ยงของลูกค้า (risk-sensitive basis)

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ บริษัทหลักทรัพย์ต้องไม่ให้ลูกค้าเปิดบัญชีเพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์หรือทําธุรกรรมกับลูกค้าโดยใช้ชื่อแฝงหรือชื่อปลอม

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีที่ลูกค้าเป็นสถาบันการเงินที่เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์หรือทําธุรกรรมกับบริษัทหลักทรัพย์เพื่อบุคคลที่ใช้บริการของสถาบันการเงินดังกล่าวหลายรายหรือหลายทอด (omnibus account) บริษัทหลักทรัพย์อาจดําเนินการรู้จักลูกค้าและตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าที่เป็นสถาบันการเงินนั้นโดยไม่ต้องดําเนินการเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวตนของบุคคลที่อยู่ภายใต้บัญชีดังกล่าว และในกรณีที่เป็นสถาบันการเงินในต่างประเทศ (cross border omnibus account) บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีการประเมินความรัดกุมเพียงพอของมาตรการในการรู้จักลูกค้าและการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าของสถาบันการเงินในต่างประเทศนั้นก่อนพิจารณาเสนอขออนุมัติการเปิดบัญชีหรือการทําธุรกรรมในครั้งแรกต่อผู้บริหารระดับสูงของบริษัท

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ บริษัทหลักทรัพย์อาจมอบหมายให้สถาบันการเงินอื่นทําการพบลูกค้าแทนการปรากฏตัวของลูกค้าต่อหน้าเจ้าหน้าที่ของบริษัทหลักทรัพย์ (face-to-face contact) ในการขอเปิดบัญชีเพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์หรือการทําธุรกรรมกับบริษัทหลักทรัพย์ในครั้งแรกภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้

(1) สถาบันการเงินดังกล่าวอยู่ภายใต้การกํากับดูแลของหน่วยงานทางการที่มีการกําหนดมาตรการเกี่ยวกับการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายในระดับที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลตามที่สํานักงานยอมรับ เช่น ข้อแนะนําของ Financial Action Task Force หรือ FATF เป็นต้น

(2) สถาบันการเงินดังกล่าวมีการปฏิบัติตามมาตรการในการรู้จักลูกค้าและการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าอย่างรัดกุมเพียงพอ และ

(3) บริษัทหลักทรัพย์ได้จัดให้มีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรกับสถาบันการเงิน ดังกล่าว เพื่อให้สถาบันการเงินนั้นทําหน้าที่พบลูกค้า รวมทั้งตรวจสอบเอกสารชุดต้นฉบับว่าถูกต้องตรงกับชุดสําเนาซึ่งใช้เป็นเอกสารประกอบการขอเปิดบัญชีหรือการทําธุรกรรมกับบริษัทหลักทรัพย์ และทําการจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเกี่ยวกับการพบลูกค้าให้แก่บริษัทหลักทรัพย์เมื่อได้รับการร้องขอโดยไม่ชักช้า

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เพื่อประโยชน์ในการดําเนินการรู้จักลูกค้าและตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า บริษัทหลักทรัพย์ต้องติดตามข้อมูลที่มีการเปิดเผยผ่านสื่อต่างๆ รวมทั้งจัดให้มีระบบฐานข้อมูลซึ่งมีการปรับปรุงอย่างเหมาะสมหรือขั้นตอนการปฏิบัติงานในการเข้าถึงฐานข้อมูลภายนอก เกี่ยวกับข้อมูลดังต่อไปนี้

(1) รายชื่อบุคคลที่เป็นผู้กระทําความผิดหรือมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลที่กระทําความผิดมูลฐานหรือความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายฟอกเงิน ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศ

(2) รายชื่อบุคคลที่มีสถานะหรือมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับการเมือง (politically exposed persons หรือ PEPs) หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นไทยหรือต่างประเทศ

(3) รายชื่อเขตดินแดนหรือประเทศที่ไม่มีมาตรการหรือประยุกต์ใช้ข้อแนะนําของ FATF ในการกําหนดมาตรการเกี่ยวกับการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย รวมถึงเขตดินแดนหรือประเทศที่ไม่ให้ความร่วมมือในเรื่องดังกล่าว (non-cooperative countries & territories หรือ NCCTs)

ทั้งนี้ ข้อมูลตาม (1) (2) และ (3) ต้องเป็นไปตามแนวทางที่กําหนดโดยหน่วยงานที่มีอํานาจหน้าที่ตามกฎหมายฟอกเงิน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้ารวมทั้งบุคคลที่ได้รับประโยชน์จากการทําธุรกรรมในทอดสุดท้ายหรือบุคคลที่มีอํานาจควบคุมการทําธุรกรรมในทอดสุดท้ายดังต่อไปนี้ บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้ลูกค้าอยู่ในกลุ่มลูกค้าที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษและต้องดําเนินการรู้จักลูกค้าและตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในลักษณะที่เข้มงวดมากกว่าปกติ (enhanced KYC/CDD)

(1) ลูกค้าเป็นบุคคลที่มีรายชื่อตามที่ปรากฏในฐานข้อมูลตามข้อ 14(1) หรือ (2) หรือมีสัญชาติ ถิ่นที่อยู่ แหล่งที่มาของเงินทุนที่ใช้ในการทําธุรกรรม การจัดตั้ง สถานที่ติดต่อ หรือสถานที่ประกอบธุรกิจ อยู่ในเขตดินแดนหรือประเทศที่มีรายชื่อตามที่ปรากฏในฐานข้อมูลตามข้อ 14(3)

(2) ลูกค้าเป็นนิติบุคคลในกลุ่มบริษัทที่มีโครงสร้างการถือหุ้นหรือการบริหารงานซับซ้อนในลักษณะที่อาจทําให้ไม่สามารถระบุตัวตนที่แท้จริงของลูกค้า บุคคลที่ได้รับประโยชน์จากการทําธุรกรรมในทอดสุดท้าย หรือบุคคลที่มีอํานาจควบคุมการทําธุรกรรมในทอดสุดท้ายได้

(3) ลูกค้าเป็นกองทุนจากต่างประเทศที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนหรือไม่ได้ผ่านขั้นตอนการอนุมัติจัดตั้งจากหน่วยงานทางการ

(4) ลูกค้าไม่ให้ความร่วมมือในการจัดส่งเอกสารหลักฐานที่สามารถระบุตัวตนที่แท้จริงของลูกค้าหรือเอกสารหลักฐานอื่นใดภายใต้กระบวนการรู้จักลูกค้าและการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า หรือจัดส่งเอกสารหลักฐานซึ่งมีข้อพิรุธอย่างเห็นได้ประจักษ์ว่าไม่ใช่เอกสารหลักฐานที่ออกโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบในการออกเอกสารหลักฐานนั้น

(5) ลูกค้าเคยถูกบริษัทหลักทรัพย์รายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย

(6) ลูกค้าประกอบอาชีพหรือธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงตามที่กําหนดโดยหน่วยงานที่มีอํานาจหน้าที่ตามกฎหมายฟอกเงิน

(7) ลูกค้าอยู่ในกลุ่มลูกค้าที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษตามที่กําหนดโดยหน่วยงานที่มีอํานาจหน้าที่ตามกฎหมายฟอกเงินหรือตามแนวทางที่กําหนดโดยสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์

การดําเนินการรู้จักลูกค้าและตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในลักษณะที่เข้มงวดมากกว่าปกติตามวรรคหนึ่ง หมายความถึง การขยายขอบเขตในการรวบรวมข้อมูลและการสอบยันข้อมูลเพิ่มเติมจากการดําเนินการตามปกติ การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเงินทุนที่ใช้ในการทําธุรกรรม การกําหนดให้ต้องขออนุมัติหรือรายงานต่อผู้บริหารระดับสูงของบริษัทการจัดให้ลูกค้าหรือบุคคลที่ได้รับประโยชน์จากการทําธุรกรรมในทอดสุดท้ายหรือบุคคลที่มีอํานาจควบคุมการทําธุรกรรมในทอดสุดท้ายมาแสดงตนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ของบริษัทหลักทรัพย์ การประเมินมาตรการในการรู้จักลูกค้าและการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าที่เป็นสถาบันการเงินที่เปิดบัญชีหรือทําธุรกรรมกับบริษัทหลักทรัพย์เพื่อบุคคลที่ใช้บริการของสถาบันการเงินดังกล่าวหลายรายหรือหลายทอด (omnibus account) หรือการติดตามการทําธุรกรรมของลูกค้าอย่างใกล้ชิด

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ภายใต้บังคับข้อ 15 ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าดังต่อไปนี้

บริษัทหลักทรัพย์อาจดําเนินการรู้จักลูกค้าและตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในลักษณะที่เข้มงวดน้อยกว่าปกติได้ (reduced KYC/CDD)

(1) ข้อมูลเกี่ยวกับความมีตัวตนที่แท้จริงของลูกค้ารวมทั้งบุคคลที่ได้รับประโยชน์จากการทําธุรกรรมในทอดสุดท้ายและบุคคลที่มีอํานาจควบคุมการทําธุรกรรมในทอดสุดท้าย ได้มีการเปิดเผยต่อสาธารณชนไว้อย่างเพียงพอแล้ว

(2) ลูกค้าเป็นสถาบันการเงินหรือกองทุนที่อยู่ภายใต้การกํากับดูแลของหน่วยงานทางการที่มีการกําหนดมาตรการเกี่ยวกับการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายในระดับที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลตามที่สํานักงานยอมรับ และสถาบันการเงินหรือกองทุนดังกล่าวมีการปฏิบัติตามมาตรการในการรู้จักลูกค้าและตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าอย่างรัดกุมเพียงพอ

(3) ลูกค้าเป็นส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือนิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

(4) ลูกค้ามีลักษณะหรืออยู่ในประเภทซึ่งเป็นไปตามแนวทางที่กําหนดโดยสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในการดําเนินการรู้จักลูกค้าและตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าตลอดช่วงระยะเวลาที่ลูกค้ามีการทําธุรกรรมกับบริษัทหลักทรัพย์ (on-going KYC/CDD) บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีระบบการปฏิบัติงานในการตรวจสอบและทบทวนข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่มีอยู่เดิมมีความถูกต้องครบถ้วนและเป็นปัจจุบันภายใต้หลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) ดําเนินการตรวจสอบและทบทวนข้อมูลเดิมเกี่ยวกับลูกค้าเป็นประจําตามรอบระยะเวลาที่แตกต่างกันไปตามระดับความเสี่ยงของลูกค้า

(2) ดําเนินการตรวจสอบและทบทวนข้อมูลเดิม รวมถึงการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าเพิ่มเติม ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ดังต่อไปนี้

(ก) มูลค่า รูปแบบ เงื่อนไข วิธีการ การชําระเงินหรือการรับชําระเงิน ในการทําธุรกรรมของลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสําคัญ (transaction monitoring)

(ข) มีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับความถูกต้องครบถ้วน ความเป็นปัจจุบัน ความน่าเชื่อถือ หรือความเพียงพอ ของข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานที่บริษัทหลักทรัพย์ได้มาจากการดําเนินการรู้จักลูกค้าและการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า

(ค) บริษัทหลักทรัพย์รู้หรือควรรู้จากระบบฐานข้อมูลที่จัดให้มีขึ้นตามข้อ 14 ว่าลูกค้าเป็นบุคคลที่มีรายชื่อตามที่ปรากฏในฐานข้อมูลตามข้อ 14(1) หรือ (2) หรือมีสัญชาติ ถิ่นที่อยู่ แหล่งที่มาของเงินทุนที่ใช้ในการทําธุรกรรม การจัดตั้ง สถานที่ติดต่อ หรือสถานที่ประกอบธุรกิจ อยู่ในเขตดินแดนหรือประเทศที่มีรายชื่อตามที่ปรากฏในฐานข้อมูลตามข้อ 14(3)

ระบบการปฏิบัติงานในการตรวจสอบและทบทวนข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าตามที่กําหนดใน (2) ต้องเอื้ออํานวยต่อการดําเนินการติดตามและทบทวนข้อมูลเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ตาม (ก) และ (ข) ได้โดยเร็วภายหลังข้อเท็จจริงปรากฏหรือเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว และต้องกําหนดให้มีการติดตามและทบทวนข้อมูลเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ตาม (ค)ได้ตามรอบระยะเวลาที่บริษัทหลักทรัพย์กําหนด

ให้บริษัทหลักทรัพย์จดบันทึกและจัดเก็บข้อมูลที่ได้จากการดําเนินการตามวรรคหนึ่งไว้เป็นหลักฐาน และในกรณีที่ข้อมูลของลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงไปในสาระสําคัญ บริษัทหลักทรัพย์ต้องพิจารณาดําเนินการตามที่กําหนดในข้อ 9(1) และ (2) ใหม่ตามความจําเป็นและต้องทบทวนการจัดกลุ่มลูกค้าให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของลูกค้านั้นด้วย (re-classification of client)

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ บริษัทหลักทรัพย์ต้องดําเนินการรู้จักลูกค้าและตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้ารายเดิมทุกรายให้แล้วเสร็จภายในสามปีนับแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับเว้นแต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าลูกค้า บุคคลที่ได้รับประโยชน์จากการทําธุรกรรมในทอดสุดท้าย หรือบุคคลที่มีอํานาจควบคุมการทําธุรกรรมในทอดสุดท้าย ถูกจัดอยู่ในกลุ่มลูกค้าที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษตามที่กําหนดไว้ในข้อ 15 บริษัทหลักทรัพย์ต้องดําเนินการรู้จักลูกค้าและตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าให้แล้วเสร็จตามรอบระยะเวลาซึ่งเป็นไปตามแนวทางที่กําหนดโดยสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของบริษัทหลักทรัพย์ในการรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยต่อหน่วยงานที่มีอํานาจหน้าที่ตามกฎหมายฟอกเงิน บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีการดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) กําหนดลักษณะของธุรกรรมที่ควรจัดเป็นธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย

(2) จัดให้มีระบบและขั้นตอนในการติดตามธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยที่มีประสิทธิภาพและทันต่อเหตุการณ์

(3) จัดให้มีขั้นตอนและวิธีการในการพิจารณารายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยที่เหมาะสม

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ บริษัทหลักทรัพย์อาจกําหนดให้การทําธุรกรรมของลูกค้าที่มีลักษณะดังต่อไปนี้หรือธุรกรรมอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันเป็นธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยซึ่งต้องพิจารณาความจําเป็นในการรายงานต่อหน่วยงานที่มีอํานาจหน้าที่ตามกฎหมายฟอกเงิน

(1) ลูกค้าขอเปิดบัญชีเพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์หรือทําธุรกรรมในชื่อของบุคคลอื่นหรือพยายามหลีกเลี่ยงการใช้ชื่อของตนเองในการเปิดบัญชีหรือทําธุรกรรม

(2) ลูกค้าขอเปิดบัญชีเพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์ประเภทเดียวกันหลายบัญชีโดยไม่มีเหตุอันสมควรในลักษณะที่แสดงให้เห็นว่าลูกค้ามีเจตนาอําพรางให้เสมือนเป็นการซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคลหลายราย

(3) ลูกค้าพยายามหลบเลี่ยงการมาปรากฏตัวต่อหน้าเจ้าหน้าที่ของบริษัทหลักทรัพย์ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ร้องขอภายใต้กระบวนการรู้จักลูกค้าและการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า

(4) ลูกค้าทําธุรกรรมในมูลค่าที่มีนัยสําคัญภายหลังจากที่ไม่มีความเคลื่อนไหวของธุรกรรมต่อเนื่องกันมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง

(5) ลูกค้าทําธุรกรรมในมูลค่าที่มีนัยสําคัญโดยไม่สอดคล้องกับข้อมูลฐานะการเงินของลูกค้าที่บริษัทมีอยู่ และลูกค้าไม่สามารถแสดงแหล่งที่มาของเงินได้อย่างชัดเจน

(6) ลูกค้าทําธุรกรรมที่ไม่มีความสมเหตุสมผลหรือไม่สามารถอธิบายด้วยเหตุผลในเชิงเศรษฐศาสตร์ เช่น การขอทําธุรกรรมเร่งด่วนในมูลค่าที่มีนัยสําคัญเป็นประจํา การทําธุรกรรมที่เป็นผลให้ลูกค้าขาดทุนอย่างมีนัยสําคัญเป็นประจําโดยลูกค้าไม่สนใจกับผลขาดทุนดังกล่าว การทําธุรกรรมหรือเงื่อนไขการทําธุรกรรมที่มีความซับซ้อนกว่าปกติโดยไม่มีเหตุจําเป็น เป็นต้น

(7) ลูกค้าส่งคําสั่งซื้อและขายหลักทรัพย์เดียวกันในเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกันในลักษณะที่แสดงให้เห็นว่าลูกค้ามีเจตนาให้คําสั่งดังกล่าวมีการจับคู่ซื้อขายกัน (matched order) โดยลูกค้าไม่สามารถชี้แจงเหตุผลได้อย่างชัดเจน

(8) ลูกค้านําเงินสดในจํานวนที่มีนัยสําคัญมาฝากไว้กับบริษัทหลักทรัพย์โดยไม่มีคําสั่งหรือไม่ได้แสดงเจตนาอย่างชัดเจนว่าจะให้นําเงินดังกล่าวไปลงทุนในหลักทรัพย์หรือไม่อย่างไร หรือแม้มีคําสั่งให้นําเงินดังกล่าวไปลงทุนในหลักทรัพย์แต่ก็เป็นจํานวนเล็กน้อยเมื่อเทียบสัดส่วนกับจํานวนเงินที่ฝากอยู่ทั้งหมด

(9) ลูกค้ามีพฤติกรรมในการชําระเงินหรือรับชําระเงินในการทําธุรกรรมกับบริษัทหลักทรัพย์ในลักษณะที่แสดงให้เห็นว่าลูกค้ามีเจตนาที่จะหลีกเลี่ยงการทําธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบบัญชีของธนาคาร หรือมีการชําระเงินสดเป็นเช็คธนาคาร (cashier’s cheque) เป็นประจํา

(10) ลูกค้ามีการชําระเงินหรือรับชําระเงินค่าซื้อขายหลักทรัพย์ในบัญชีบุคคลอื่น หรือโอนหรือรับโอนทรัพย์สินจากบุคคลอื่น ที่ไม่ใช่บุคคลที่ได้รับประโยชน์จากการทําธุรกรรมในทอดสุดท้ายหรือบุคคลที่มีอํานาจควบคุมการทําธุรกรรมในทอดสุดท้าย ผ่านบริษัทหลักทรัพย์เป็นประจําหรือในมูลค่าที่มีนัยสําคัญโดยไม่สามารถชี้แจงเหตุผลได้อย่างชัดเจน

(11) ลูกค้าปฏิเสธที่จะแสดงตัวตนที่แท้จริง หรือไม่ให้ความร่วมมือในการจัดส่งเอกสารหลักฐานที่แสดงถึงความมีตัวตนที่แท้จริงของลูกค้าหรือเอกสารหลักฐานอื่นใดภายใต้กระบวนการรู้จักลูกค้าและการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า หรือจัดส่งเอกสารหลักฐานซึ่งมีข้อพิรุธอย่างเห็นได้ประจักษ์ว่าไม่ใช่เอกสารหลักฐานที่ออกโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบในการออกเอกสารหลักฐานนั้น

(12) ลูกค้าเป็นบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทําความผิดมูลฐานหรือความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายฟอกเงินซึ่งบริษัทหลักทรัพย์ได้ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวจากกระบวนการรู้จักลูกค้าและการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า ทั้งนี้ ไม่ว่าการมีส่วนเกี่ยวข้องของบุคคลดังกล่าวจะเกิดขึ้นในประเทศหรือต่างประเทศ

(13) ลูกค้าขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติงานในการรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยในลักษณะที่แสดงให้เห็นว่าลูกค้ามีเจตนาที่จะหลีกเลี่ยงการถูกรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย หรือลูกค้าขอให้บริษัทหลักทรัพย์ไม่รายงานการทําธุรกรรมของลูกค้า

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีมาตรการป้องกันมิให้บุคลากรและผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานให้แก่บริษัทหลักทรัพย์เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยหรือการรายงานข้อมูลอื่นใดต่อหน่วยงานที่มีอํานาจหน้าที่ตามกฎหมายฟอกเงิน ให้ลูกค้าหรือผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทราบ

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ บริษัทหลักทรัพย์ต้องเก็บรักษาเอกสารหลักฐานรวมทั้งบันทึกข้อมูลและความเห็นภายใต้กระบวนการรู้จักลูกค้าและการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า ตลอดจนรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยของลูกค้าไว้ให้ครบถ้วนเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันที่มีการปิดบัญชีหรือยุติความสัมพันธ์กับลูกค้า โดยต้องจัดเก็บในลักษณะที่พร้อมให้สํานักงานสามารถตรวจสอบได้โดยเร็วเมื่อได้รับการร้องขอ

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2550

(นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล)

เลขาธิการ

สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

หมายเหตุ - เหตุผลในการออกประกาศฉบับนี้ คือ โดยที่บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีระบบการบริหารความเสี่ยงเพื่อป้องกันความเสียหายจากความเสี่ยงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการประกอบธุรกิจให้อยู่ในระดับที่จะไม่มีผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจและความน่าเชื่อถือของบริษัทหลักทรัพย์ ประกอบกับผู้กระทําความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (“กฎหมายฟอกเงิน”) อาจใช้บริการธุรกิจหลักทรัพย์เป็นช่องทางหนึ่งในการฟอกทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทําความผิด ซึ่งการดําเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินเพื่อบังคับตามกฎหมายดังกล่าว เช่น การยึดหรืออายัดทรัพย์สินชั่วคราวการสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เป็นต้น เป็นความเสี่ยงประการหนึ่งของบริษัทหลักทรัพย์นอกจากนี้ การที่บริษัทหลักทรัพย์ถูกกําหนดให้มีหน้าที่ตามกฎหมายฟอกเงิน อาทิเช่น การจัดให้ลูกค้าแสดงตนก่อนการทําธุรกรรม การรายงานธุรกรรมตามที่กฎหมายกําหนดต่อหน่วยงานที่มีอํานาจหน้าที่ตามกฎหมายฟอกเงิน เป็นต้น ก่อให้เกิดความเสี่ยงอีกประการหนึ่งกับบริษัทหลักทรัพย์ เนื่องจากผลของการปฏิบัติฝ่าฝืนหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องครบถ้วนย่อมก่อให้เกิดความรับผิดตามกฎหมาย สํานักงานจึงเห็นควรกําหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการจัดให้มีระบบการบริหารความเสี่ยงเพื่อป้องกันมิให้เกิดผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ของภาคธุรกิจหลักทรัพย์ จากกาใช้บริการธุรกิจหลักทรัพย์เป็นช่องทางในการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตลอดจนส่งเสริมให้บริษัทหลักทรัพย์มีระบบการบริหารความเสี่ยงที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

22 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต ที่ สธ/น/ย/ข. 3/2550 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการจัดให้มีระบบการบริหารความเสี่ยงเพื่อป้องกันการใช้บริการธุรกิจหลักทรัพย์เป็นช่องทางในการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c317aad3db47438b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com