ข้อ ๒ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๗) ของข้อ ๔ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๖
(พ.ศ. ๒๕๑๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙ ซึ่งแก้ไข
เพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๖ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตรา
ค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙
"(๗) การชำระค่าภาคหลวงแร่หินอ่อนหรือแร่หินประดับชนิดหินแกรนิต
ให้เรียกเก็บตามปริมาณของแร่ หิน ดิน ทราย ที่ผู้ถือประทานบัตรพึงจะได้จากการทำเหมือง
ในรอบระยะเวลาหกเดือนที่ผู้ถือประทานบัตรแสดงความจำนงว่าจะทำเหมือง
การเรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่หินอ่อนหรือแร่หินประดับชนิดหินแกรนิต
ให้เรียกเก็บล่วงหน้าก่อนการทำเหมืองเป็นรายปี ปีละสองงวด โดยให้ชำระงวดที่หนึ่งภายใน
วันที่ ๓๑ มกราคม และชำระงวดที่สองภายในวันที่ ๓๑ กรกฎาคมของปีนั้น
การแสดงความจำนองว่าจะทำเหมืองตามวรรคหนึ่ง ให้ทำเป็นหนังสือแสดงเขต
ที่จะทำเหมืองและปริมาณของแร่ หิน ดิน ทราย ที่พึงจะได้จากการทำเหมืองในรอบระยะเวลา
หกเดือนนับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคมของปีนั้น โดยยื่นต่อทรัพยากรธรณีประจำท้องที่ในเวลาชำระ
ค่าภาคหลวงแร่แต่ละงวด
ในกรณีที่ตรวจสอบพบว่าในรอบระยะเวลาหกเดือนที่ผู้ถือประทานบัตรแสดงความ
จำนงไว้ ผู้ถือประทานบัตรทำเหมืองได้ปริมาณของแร่ หิน ดิน ทรายเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากที่
แสดงความจำนงไว้ ให้เรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่เพิ่มหรือคืนค่าภาคหลวงแร่ตามส่วนของปริมาณ
ที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง แล้วแต่กรณี"
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๘
ไตรรงค์ สุวรรณคีรี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากวิธีการกำหนดราคา
ตลาดของโลหะแคดเมียม แร่หินอ่อนและแร่หินประดับชนิดหินแกรนิต เพื่อเป็นเกณฑ์สำหรับ
การเรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่ ซึ่งกำหนดให้ประกาศจากราคาถัวเฉลี่ยที่ซื้อขายกันในกรุงเทพ ฯ
ครั้งหลังสุดไม่เหมาะสมแก่สถานการณ์ปัจจุบันและไม่สอดคล้องกับราคาในตลาดโลก สมควร
แก้ไขเพิ่มเติมวิธีการกำหนดราคาตลาดของโลหะแคดเมียม แร่หินอ่อนและแร่หินประดับชนิด
หินแกรนิต และวิธีการควบคุมการชำระค่าภาคหลวงแร่หินอ่อนและแร่หินประดับชนิดหินแกรนิต
เสียใหม่ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
[รก.๒๕๓๘/๓๐ก/๓๒/๑๘ กรกฎาคม ๒๕๓๘]