法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการกองทุนยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอรับความช่วยเหลือและการให้การสนับสนุนการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน พ.ศ. 2559

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
26
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการกองทุนยุติธรรม

ระเบียบคณะกรรมการกองทุนยุติธรรม

ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข

ในการขอรับความช่วยเหลือและการให้การสนับสนุน

การให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน

พ.ศ. ๒๕๕๙

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘ (๒) มาตรา ๒๖ วรรคสอง และมาตรา ๓๒ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๕๘ คณะกรรมการกองทุนยุติธรรมจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการกองทุนยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอรับความช่วยเหลือและการให้การสนับสนุนการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน พ.ศ. ๒๕๕๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ประธานกรรมการกองทุนยุติธรรมเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และมีอำนาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ข้อความทั่วไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“กองทุน” หมายความว่า กองทุนยุติธรรม

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการกองทุนยุติธรรม

“ประธาน” หมายความว่า ประธานอนุกรรมการให้ความช่วยเหลือที่คณะกรรมการแต่งตั้ง

“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า คณะอนุกรรมการให้ความช่วยเหลือที่คณะกรรมการแต่งตั้ง

“เลขานุการ” หมายความว่า เลขานุการคณะอนุกรรมการให้ความช่วยเหลือที่คณะกรรมการแต่งตั้ง

“ผู้เสนอโครงการ” หมายความว่า บุคคลธรรมดา คณะบุคคล นิติบุคคล องค์กรเอกชน หน่วยงานของรัฐ สถานศึกษา ซึ่งเป็นผู้เสนอโครงการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน

“ผู้ได้รับการสนับสนุน” หมายความว่า ผู้เสนอโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนในการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน

“สัญญา” หมายความว่า สัญญาสนับสนุนโครงการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชนระหว่างกองทุนกับผู้ได้รับการสนับสนุน

“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานกองทุนยุติธรรม

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า พนักงานของกองทุนหรือเจ้าหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรมที่ได้รับมอบหมาย

การยื่นคำขอ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้เสนอโครงการที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ให้ยื่นคำขอรับความช่วยเหลือเพื่อจัดโครงการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชนจากกองทุนได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้เสนอโครงการอาจยื่นคำขอด้วยตนเอง ส่งคำขอทางไปรษณีย์ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือช่องทางอื่น ตามแบบท้ายระเบียบนี้

กรณีที่ผู้เสนอโครงการยื่นผ่านส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม หรือส่วนราชการอื่น เมื่อส่วนราชการนั้นได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายแล้ว ให้นำส่งสำนักงานเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้เสนอโครงการ ต้องยื่นเอกสาร ดังต่อไปนี้

(๑) แบบการยื่นคำขอรับความช่วยเหลือ

(๒) รายละเอียดโครงการที่เสนอ

(๓) หนังสือรับรองผลการดำเนินงานที่ผ่านมา

การให้ความช่วยเหลือ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้เสนอโครงการอาจขอรับความช่วยเหลือในการจัดโครงการได้ ดังต่อไปนี้

(๑) ค่าใช้จ่ายโครงการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน

(๒) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ค่าใช้จ่ายตามข้อ ๘ ให้เป็นไปตามอัตราและรายการ ตามระเบียบของทางราชการ กรณีที่อัตราวงเงินและรายการค่าใช้จ่ายเกินกว่าอัตราที่ระเบียบของทางราชการกำหนด ให้นำเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณาเป็นรายกรณี

หลักเกณฑ์การพิจารณา และการแจ้งผล

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ โครงการที่ขอรับความช่วยเหลือได้แก่โครงการที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(๑) โครงการเผยแพร่หรือการอบรมความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน เพื่อประโยชน์ในการป้องกันอาชญากรรม การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม

(๒) โครงการที่เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน เกี่ยวกับการส่งเสริมสิทธิและหน้าที่แก้ไขปัญหาเรื่องการละเมิดสิทธิเสรีภาพ และสิทธิมนุษยชน

(๓) โครงการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชนที่เป็นนวัตกรรมใหม่

(๔) โครงการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชนอื่น ที่คณะอนุกรรมการเห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การพิจารณาให้การสนับสนุน คณะอนุกรรมการต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) ตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการและมีลักษณะของโครงการตามข้อ ๑๐

(๒) ต้องไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากหน่วยงานอื่น หรือได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานอื่นแล้วแต่งบประมาณยังไม่เพียงพอ

(๓) ความรู้ทางกฎหมายที่กลุ่มเป้าหมายควรได้รับโดยวิเคราะห์จากความจำเป็นและสภาพปัญหาในพื้นที่

เจ้าหน้าที่อาจสอบถามหรือให้แสดงหลักฐานต่าง ๆ หรือมีการจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณาให้การสนับสนุน หากมีพฤติการณ์น่าสงสัยเกี่ยวกับข้อเท็จจริงของผู้เสนอโครงการ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในการให้ความช่วยเหลือ คณะอนุกรรมการต้องพิจารณาฐานะทางการเงินของกองทุนประกอบ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ คณะอนุกรรมการมีอำนาจพิจารณาอนุมัติ ไม่อนุมัติหรือยุติคำขอ

เหตุแห่งการยุติคำขอ มีดังนี้

(๑) ผู้เสนอโครงการมีหนังสือขอยุติคำขอรับความช่วยเหลือ

(๒) ผู้เสนอโครงการไม่ส่งเอกสาร ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อสำนักงานภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

(๓) ไม่สามารถติดต่อผู้เสนอโครงการตามที่อยู่ที่แจ้งไว้ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด

ผลการพิจารณาตามวรรคหนึ่งให้เป็นที่สุด ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิในการยื่นคำขอรับการสนับสนุนใหม่

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การพิจารณาให้ความช่วยเหลือ คณะอนุกรรมการอาจให้ความช่วยเหลือเต็มจำนวนหรือบางส่วนก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้เลขานุการ แล้วแต่กรณี แจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือให้ผู้เสนอโครงการทราบภายในระยะเวลาเจ็ดวัน นับแต่วันที่คณะอนุกรรมการพิจารณาแล้วเสร็จ

หากการพิจารณายังไม่แล้วเสร็จ ให้เลขานุการแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้เสนอโครงการทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ

การดำเนินการช่วยเหลือของกองทุน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เมื่อผู้มีอำนาจพิจารณาอนุมัติให้การสนับสนุนแล้ว ให้ผู้ได้รับการสนับสนุนทำสัญญา ณ สำนักงาน หรือหน่วยงานในจังหวัดที่สังกัดกระทรวงยุติธรรมที่ปลัดกระทรวงยุติธรรมมอบหมายภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

ในกรณีที่ผู้ได้รับการสนับสนุนไม่มาทำสัญญาภายในสามสิบวันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้งผล ให้คณะอนุกรรมการยุติการให้การสนับสนุน ผู้ได้รับการสนับสนุนไม่อาจยื่นคำขอรับความช่วยเหลือใหม่ได้เว้นแต่มีเหตุผลอันสมควร

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจ่ายเงินให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการกองทุนยุติธรรม ว่าด้วยการรับเงิน การจ่ายเงิน และการเก็บรักษาเงินของกองทุนยุติธรรม

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้ผู้ได้รับการสนับสนุนมารับเงินภายในระยะเวลาที่กำหนด

ในกรณีผู้ได้รับการสนับสนุนไม่มารับเงินภายในเวลาที่กำหนดและไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ให้ถือว่าไม่ประสงค์จะขอรับเงินสนับสนุน เว้นแต่มีเหตุผลอันสมควร

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ผู้ได้รับการสนับสนุนจะต้องดำเนินการตามเงื่อนไขในสัญญา

ให้เจ้าหน้าที่ติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานของผู้ได้รับการสนับสนุนให้เป็นไปตามกรอบของโครงการที่กองทุนให้การสนับสนุน เพื่อรายงานต่อคณะอนุกรรมการ

ทั้งนี้ หากเป็นโครงการต่อเนื่องที่มีลักษณะการดำเนินโครงการต่างช่วงเวลากัน คณะอนุกรรมการอาจกำหนดให้ผู้ได้รับการสนับสนุนรายงานความก้าวหน้าการดำเนินโครงการตามระยะเวลาในสัญญาเพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติเบิกจ่ายเงินเป็นรายงวดได้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ โครงการที่ได้รับการสนับสนุนจะต้องจัดในพื้นที่ที่ระบุตามคำขอ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นไม่สามารถจัดโครงการในพื้นที่ซึ่งระบุตามคำขอได้ ให้ผู้ได้รับการสนับสนุนขออนุมัติเปลี่ยนแปลงสถานที่ต่อคณะอนุกรรมการ พร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงนั้น

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในกรณีที่ผู้ได้รับการสนับสนุนมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของโครงการ ให้ผู้ได้รับการสนับสนุนมีหนังสือขออนุมัติเปลี่ยนแปลงพร้อมแสดงเหตุผลไปยังคณะอนุกรรมการโดยเร็วก่อนที่จะเริ่มดำเนินโครงการ ทั้งนี้ ผลการพิจารณาของคณะอนุกรรมการให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ หากปรากฏว่าผู้ได้รับการสนับสนุนมิได้นำเงินกองทุนไปดำเนินการตามข้อสัญญา ให้เจ้าหน้าที่เสนอข้อเท็จจริงพร้อมหลักฐานต่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาระงับการให้การสนับสนุนได้ และให้ปลัดกระทรวงยุติธรรม หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย มีหนังสือแจ้งให้ผู้ได้รับการสนับสนุนคืนเงินที่ได้รับการสนับสนุนแก่กองทุนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

หากผู้ได้รับการสนับสนุนมิได้ชำระเงินคืนกองทุนภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้กองทุนดำเนินคดีกับผู้ได้รับการสนับสนุนต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ เมื่อโครงการให้ความรู้ทางกฎหมายสิ้นสุด ให้ผู้ได้รับการสนับสนุนรายงานผลต่อคณะอนุกรรมการภายในสามสิบวัน รูปแบบการรายงานผลให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด

การรายงานผล

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ให้เลขานุการรายงานผลการพิจารณาให้ความช่วยเหลือต่อคณะอนุกรรมการและต่อคณะกรรมการภายในวันที่ห้าของทุกเดือนและทุกรอบสามเดือน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ในกรณีที่คณะกรรมการมีข้อคิดเห็น หรือมติเกี่ยวข้องกับผลการพิจารณาของคณะอนุกรรมการ ให้สำนักงานแจ้งให้ประธานทราบโดยเร็ว

เบ็ดเตล็ด

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ กรณีผู้เสนอโครงการให้ข้อเท็จจริง หรือแสดงข้อความอันเป็นเท็จถึงขนาดว่า หากไม่แสดงข้อความอันเป็นเท็จจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุน ต่อเจ้าหน้าที่เพื่อเป็นประโยชน์แก่ตนในการขอรับการสนับสนุนเงินกองทุน เจ้าหน้าที่อาจเสนอความเห็นคณะอนุกรรมการ เพื่อยุติคำขอดังกล่าวก็ได้

กรณีผู้เสนอโครงการให้ข้อเท็จจริง หรือแสดงข้อความอันเป็นเท็จ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ตนถึงขนาดว่า หากไม่แสดงข้อความอันเป็นเท็จจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุน ต่อคณะอนุกรรมการจนเป็นผลให้คณะอนุกรรมการอนุมัติหรือได้จ่ายเงินช่วยเหลือแล้ว คณะอนุกรรมการอาจยกเลิกการอนุมัติหรือการจ่ายเงินดังกล่าวก็ได้

หากผู้ได้รับการสนับสนุนมิได้ชำระเงินคืนภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้กองทุนดำเนินคดีกับผู้ได้รับการสนับสนุนต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การพิจารณาให้การสนับสนุนของคณะอนุกรรมการ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายในเรื่องใด หากไม่มีหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด ให้ใช้ระเบียบของทางราชการที่กำหนดไว้ในเรื่องนั้นได้โดยอนุโลม

ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙

พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ประธานกรรมการกองทุนยุติธรรม

[เอกสารแนบท้าย]

๑. แบบคำขอรับความช่วยเหลือเงินกองทุนยุติธรรม กรณีการสนับสนุนโครงการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน (แบบ กทย. ๔)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

วริญา/ปริยานุช/จัดทำ

๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๙

นุสรา/ตรวจ

๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ ๑๘๕ ง/หน้า ๓๑/๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๙

26 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการกองทุนยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอรับความช่วยเหลือและการให้การสนับสนุนการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน พ.ศ. 2559 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c3b0df7472b43f41

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com