ประกาศกระทรวงการคลัง
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
รายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๐ และรายการการกู้เงิน
และค้ำประกัน
ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๔๙ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๐[๑]
ด้วยพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘
資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ประกาศกระทรวงการคลัง
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
รายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๐ และรายการการกู้เงิน
และค้ำประกัน
ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๔๙ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๐[๑]
ด้วยพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘
มาตรา ๑๖ วรรค ๒ กำหนดให้กระทรวงการคลังสรุปรายงานสถานะหนี้สาธารณะและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ภายใน ๖๐ วัน หลังจากสิ้นเดือนมีนาคมและเดือนกันยายนของทุกปี โดยรายงานดังกล่าวต้องแสดงหนี้สาธารณะที่เกิดจากการกู้เงินและค้ำประกัน
ณ สิ้นเดือนดังกล่าว รวมทั้งรายการการกู้เงินและค้ำประกันที่เกิดขึ้นใหม่ในช่วงระยะเวลาระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคม
และเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน ตามลำดับ
กระทรวงการคลังขอรายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่
๓๑ มีนาคม ๒๕๕๐ และรายการการกู้เงินและค้ำประกัน ซึ่งรวมทั้งการปรับโครงสร้างหนี้ ระหว่างเดือนตุลาคม
๒๕๔๙ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๐ ดังนี้
๑. รายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๐
๑.๑ หนี้สาธารณะ ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๐ มีจำนวน
๓,๒๑๔,๘๖๖ ล้านบาทหรือร้อยละ ๓๘.๑๐ ของ
GDP ประกอบด้วย หนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง ๒,๐๕๖,๓๒๗
ล้านบาทหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน ๘๘๘,๕๘๐ ล้านบาท
หนี้สินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ๒๒๔,๒๔๓
ล้านบาท และหนี้องค์การของรัฐอื่นๆ ๔๕,๗๑๖ ล้านบาท
หนี้สาธารณะจำนวนดังกล่าวจำแนกตามอายุของหนี้เป็นหนี้ระยะยาว
๒,๗๕๒,๗๘๑ ล้านบาทและหนี้ระยะสั้น ๔๖๒,๐๘๕
ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๘๕.๖๓ และร้อยละ ๑๔.๓๗ และจำแนกตามแหล่งที่มาเป็นหนี้ต่างประเทศ
๔๔๗,๒๐๙ ล้านบาท และหนี้ในประเทศ ๒,๗๖๗,๖๕๗
ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ ๑๓.๙๑ และร้อยละ ๘๖.๐๙ ตามลำดับ ดังปรากฏตามตารางที่ ๑
ตารางที่
๑ หนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๐
หน่วย
: ล้านบาท
รายการ
๓๑
มี.ค. ๕๐
%
GDP
๑.
หนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง
๒,๐๕๖,๓๒๗
๒๔.๓๗
๑.๑ หนี้ต่างประเทศ
๑๔๑,๐๘๒
๑.๒ หนี้ในประเทศ
๑,๙๑๕,๒๔๕
๒.
หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน
๘๘๘,๕๘๐
๑๐.๕๓
๒.๑ หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน
๔๙๒,๒๓๐
- หนี้ต่างประเทศ
๑๗๗,๙๒๕
- หนี้ในประเทศ
๓๑๔,๓๐๕
๒.๒ หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน
๓๙๖,๓๕๐
- หนี้ต่างประเทศ
๑๒๘,๒๐๒
- หนี้ในประเทศ
๒๖๘,๑๔๘
๓.
หนี้สินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ
๒๒๔,๒๔๓
๒.๖๖
๓.๑ หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน
๓.๒ หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน
๒๒๔,๒๔๓
๔.
หนี้องค์กรของรัฐอื่น
๔๕,๗๑๖
๐.๕๔
๔.๑ หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน
๒๓,๒๗๒
๔.๒ หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน
๒๒,๔๔๔
๕.
รวม ๑.+๒.+๓.+๔.
๓,๒๑๔,๘๖๖
๓๘.๑๐
หมายเหตุ
: ๑. ประมาณการ GDP ปี ๒๕๕๐ เท่ากับ ๘,๔๓๘.๑๐
พันล้านบาท (สศช. ณ วันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๕๐)
๒. ยอดหนี้สาธารณะคงค้าง ยังไม่รวมหนี้ของ SPV
จำนวน ๑๘,๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลมีภาระผูกพันต้องจ่ายภายใต้สัญญาเช่าพื้นที่อาคาร
สัญญาบริการ สัญญาบริการจัดหาเฟอร์นิเจอร์ และสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องของโครงการศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร
ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งตามระบบ GFS นับเป็นหนี้สาธารณะ
๒. รายการการกู้เงินและค้ำประกัน ระหว่างเดือนตุลาคม
๒๕๔๙ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๐
คณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะได้จัดทำแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ
๒๕๕๐ เพื่อเป็นกรอบในการดำเนินการบริหารและจัดการหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ ประกอบด้วย
๖ แผนย่อย และได้ปรับปรุงแผนฯ ในระหว่างปีเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการใช้เงินกู้และบริหารหนี้
ซึ่งหลังการปรับปรุงแผนฯ ครั้งที่ ๑/๒๕๕๐ทำให้วงเงินรวมในแผนฯ ที่จะบริหารจัดการมีจำนวนทั้งสิ้น
๙๘๖,๗๐๖.๗๙ ล้านบาท โดยในช่วงระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๔๙ ถึงเดือนมีนาคม
๒๕๕๐ กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้ดำเนินการกู้เงินและบริหารหนี้แล้ว เป็นวงเงินทั้งสิ้น
๓๕๙,๔๕๐.๗๐ ล้านบาท ดังปรากฏตามตารางที่ ๒
ตารางที่
๒ การกู้เงินและการบริหารหนี้ ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๔๙ - เดือนมีนาคม ๒๕๕๐
หน่วย
: ล้านบาท
รายการ
แผน
ผลการดำเนินการ
๑.
การบริหารและจัดการเงินกู้ในประเทศของรัฐบาล
๔๖๘,๒๐๐.๐๐
๒๑๗,๒๖๐.๐๐
๒.
การบริหารและจัดการเงินกู้เพื่อชดใช้ความเสียหายให้ FIDF
๑๐๙,๗๓๑.๐๒
๖๒,๐๐๐.๐๐
๓. การบริหารเงินกู้เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของระบบสถาบันการเงิน
ไม่มี
๔. การบริหารและจัดการเงินกู้ในประเทศของรัฐวิสาหกิจ
๒๔๐,๓๕๑.๖๐
๓๐,๘๘๓.๐๐
๕. การกู้เงินตามแผนการก่อหนี้จากต่างประเทศ
๒๑,๕๔๕.๗๑
๖. การบริหารหนี้ต่างประเทศ
๑๔๖,๘๗๘.๔๖
๔๙,๓๐๗.๗๐
รวม
๙๘๖,๗๐๖.๗๙
๓๕๙,๔๕๐.๗๐
ซึ่งมีสาระสำคัญ
ดังนี้
๒.๑ การบริหารและจัดการเงินกู้ในประเทศของรัฐบาล
๒.๑.๑ กระทรวงการคลังได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ
จำนวน ๑๐๕,๒๖๐ ล้านบาท โดยออกพันธบัตรรัฐบาล จำนวน ๓ รุ่น วงเงินรวม
๗๕,๒๖๐ ล้านบาท และตั๋วสัญญาใช้เงิน จำนวน ๕ รุ่น วงเงินรวม
๓๐,๐๐๐ ล้านบาท
๒.๑.๒ กระทรวงการคลังได้ Roll-over ตั๋วเงินคลังเพื่อบริหารดุลเงินสด
วงเงิน ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท
๒.๑.๓ กระทรวงการคลังได้ปรับโครงสร้างหนี้ตั๋วเงินคลังเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณที่สะสมมาจนถึงสิ้นปีงบประมาณ
๒๕๔๗ วงเงิน ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นพันธบัตรระยะยาว ซึ่ง ณ สิ้นเดือนมีนาคม
๒๕๕๐ ได้ดำเนินการไปแล้วทั้งสิ้น ๓๒,๐๐๐ ล้านบาท และในส่วนที่ยังไม่ได้ดำเนินการ
จำนวน ๑๓๘,๐๐๐ ล้านบาทนั้นได้ Roll-over ตั๋วเงินคลังต่อไปจนกว่าจะแปลงเป็นพันธบัตรแล้วเสร็จ
ทั้งนี้ จากการดำเนินการตาม ๒.๑.๒ และ ๒.๑.๓ ทำให้
ณ สิ้นเดือนมีนาคม ๒๕๕๐ มีตั๋วเงินคลังหมุนเวียนในตลาด จำนวน ๒๑๘,๐๐๐
ล้านบาท
๒.๒ การบริหารและจัดการเงินกู้เพื่อชดใช้ความเสียหายให้
FIDF
๒.๒.๑ พันธบัตร FIDF1
กระทรวงการคลังได้ดำเนินการ Roll-over ตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ที่ครบกำหนดไถ่ถอน
จำนวน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท และดำเนินการ Roll-over พันธบัตร
FIDF1 ที่ครบกำหนดไถ่ถอน จำนวน ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท
โดยกู้เงินระยะสั้น จำนวน ๓๑,๕๐๐ ล้านบาทมาสมทบกับเงินที่ได้จากการประมูลพันธบัตร
ฯ งวดแรก จำนวน ๓,๕๐๐ ล้านบาท สำหรับไถ่ถอนพันธบัตรที่ครบกำหนดดังกล่าวข้างต้น
จากนั้นได้ทยอยนำเงินจากการประมูลพันธบัตรไปชำระคืนเงินกู้ระยะสั้น ซึ่งใช้เวลาประมาณ
๓ เดือน
๒.๒.๒ พันธบัตร FIDF3
กระทรวงการคลังได้ดำเนินการออกพันธบัตร FIDF3
จำนวน ๑๗,๐๐๐ ล้านบาทเป็นพันธบัตรลงทุน จำนวน ๑๔,๐๐๐
ล้านบาท และพันธบัตรออมทรัพย์ จำนวน ๓,๐๐๐ ล้านบาท
๒.๓ การบริหารเงินกู้เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของระบบสถาบันการเงิน
ในปีงบประมาณ ๒๕๕๐ ไม่มีพันธบัตรครบกำหนดไถ่ถอน
๒.๔ การบริหารและจัดการเงินกู้ในประเทศของรัฐวิสาหกิจ
รัฐวิสาหกิจได้ดำเนินการกู้เงินในประเทศ จำนวนทั้งสิ้น
๓๐,๘๘๓ ล้านบาทเป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน
๒๘,๘๘๓ ล้านบาท และไม่ค้ำประกัน จำนวน ๒,๐๐๐
ล้านบาทสามารถแบ่งตามประเภทของการกู้เงิน ได้ดังนี้
๒.๔.๑ เงินกู้ในประเทศทดแทนเงินกู้จากต่างประเทศ
ยังไม่มีรัฐวิสาหกิจใดดำเนินการกู้เงินตามแผนงานนี้
๒.๔.๒ เงินกู้เงินบาทสมทบโครงการเงินกู้จากต่างประเทศ
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงิน
๑๑.๑๐ ล้านบาทกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า
ระยะที่ ๗ ส่วนที่ ๒
๒.๔.๓ เงินกู้เพื่อลงทุน
รัฐวิสาหกิจ ๓ แห่ง ได้กู้เงินเพื่อลงทุน วงเงินรวม
๗,๑๕๓.๙๐ ล้านบาทเป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน
๖,๑๖๕ ล้านบาท และไม่ค้ำประกัน จำนวน ๙๘๘.๙๐ ล้านบาทได้แก่
(๑) การเคหะแห่งชาติ ได้กู้เงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัด
(มหาชน) วงเงิน ๕,๑๖๕ ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อดำเนินโครงการบ้านเอื้ออาทรระยะที่
๓ และระยะที่ ๕
(๒) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ได้กู้เงินจากธนาคารกรุงไทย
จำกัด (มหาชน) วงเงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน
เพื่อดำเนินโครงการทางพิเศษรามอินทรา - วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ
(๓) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร
วงเงิน ๙๘๘.๙๐ ล้านบาท กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างและปรับปรุงเสริมระบบจำหน่าย
ระยะที่ ๖ จำนวน ๓๐๐ ล้านบาท โครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้าระยะที่ ๘ ส่วนที่
๑ จำนวน ๔๙๓ ล้านบาท และโครงการติดตั้งศูนย์สั่งจ่ายไฟ ระยะที่ ๒ จำนวน ๑๙๕.๙๐ ล้านบาท
๒.๔.๔ เงินกู้เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและอื่นๆ
รัฐวิสาหกิจ ๒ แห่ง ได้กู้เงินเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและอื่นๆ
วงเงินรวม ๘,๘๕๓ ล้านบาท เป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันทั้งสิ้น
ได้แก่
(๑) องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ ได้กู้เงินจากธนาคารกรุงไทย
จำกัด (มหาชน) วงเงิน ๑,๐๕๓ ล้านบาท เพื่อใช้ในการชำระหนี้หลังจากการยุบเลิกองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์
(๒) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร
๖ รุ่น วงเงินรวม ๗,๘๐๐ ล้านบาท เพื่อนำไปชำระหนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยที่ครบกำหนด
๒.๔.๕ เงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ในประเทศ
รัฐวิสาหกิจ ๕ แห่ง ได้กู้เงินเพื่อ Roll-over
หนี้ที่ครบกำหนดชำระคืนวงเงินรวม ๑๔,๘๖๕ ล้านบาท
เป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๑๓,๘๖๕ ล้านบาท
และไม่ค้ำประกัน จำนวน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ได้แก่
(๑) การเคหะแห่งชาติ ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตรและกู้เงินจากธนาคารกรุงไทย
จำกัด (มหาชน) วงเงินรวม ๑,๕๐๐ ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน
(๒) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร
๔ รุ่นและกู้เงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) วงเงินรวม ๕,๐๐๐
ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน
(๓) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตรวงเงิน
๑,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน
(๔) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร
๕ รุ่นวงเงินรวม ๔,๓๖๕ ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน
(๕) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร
๒ รุ่นวงเงินรวม ๓,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน
การ Roll-over ของรัฐวิสาหกิจทั้ง
๕ แห่ง จำนวน ๑๔,๘๖๕ ล้านบาทนี้เป็นการ Roll-over ภายใต้วงเงินที่ครบกำหนด
๑๗,๗๖๕.๖๐ ล้านบาท โดยรัฐวิสาหกิจชำระคืนหนี้ส่วนที่ไม่ได้ Roll-over
จำนวน ๒,๙๐๐.๖๐ ล้านบาท
๒.๕ การกู้เงินตามแผนการก่อหนี้จากต่างประเทศ
ยังไม่มีรัฐวิสาหกิจใดดำเนินการกู้เงินตามแผนงานนี้
๒.๖ การบริหารหนี้ต่างประเทศ
กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้ดำเนินการบริหารหนี้ต่างประเทศ
รวม ๔๙,๓๐๗.๗๐ ล้านบาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้
๒.๖.๑ กระทรวงการคลังได้บริหารหนี้ต่างประเทศ วงเงินรวม
๔๗,๓๕๘.๒๖ ล้านบาท ซึ่งสามารถลดยอดหนี้คงค้างลง จำนวน ๑๘,๗๐๗.๒๖
ล้านบาท ลดภาระดอกเบี้ยได้ ๘๙๗ ล้านบาท ได้แก่
(๑) การทำ Prepayment วงเงินรวม
๓๖๒.๒๖ ล้านบาท โดยใช้งบชำระหนี้ ทำให้สามารถลดหนี้คงค้าง จำนวน ๓๖๒.๒๖ ล้านบาท และลดภาระดอกเบี้ยได้
๖๑ ล้านบาท คือ
·
เงินกู้ ADB และ
IBRD จำนวน ๒๙๐.๗๗ ล้านบาท
·
เงินกู้ ECP ที่ใช้เป็น
Bridge Financing ในการ
Refinance เงินกู้ JBIC จำนวน ๗๑.๔๙ ล้านบาท
(๒) การทำ Refinance วงเงินรวม
๑๗,๒๐๐ ล้านบาท โดยออกพันธบัตรเงินบาททดแทน ทำให้สามารถประหยัดดอกเบี้ยได้
๓๓๒ ล้านบาท คือ
·
เงินกู้ ADB และ
IBRD จำนวน ๑๐,๕๐๐ ล้านบาท
·
เงินกู้ ECP ซึ่งใช้เป็น
Bridge Financing ในการ
Refinance เงินกู้ JBIC จำนวน ๖,๗๐๐
ล้านบาท
(๓) การทำ Repayment เงินกู้
ECP ซึ่งใช้เป็น Bridge Financing
ในการ Refinance เงินกู้ตราสารหนี้ชนิดอัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Floating
Rate Note : FRN) โดยใช้งบชำระหนี้ จำนวน ๑๘,๓๔๕ ล้านบาท
ทำให้ลดภาระดอกเบี้ยได้ ๕๐๔ ล้านบาท
(๔) การซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า จำนวน ๑๑,๔๕๑
ล้านบาทโดยแบ่งเป็นการซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า ณ อัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าระยะยาว
(Long-Dated Forward) จำนวน ๗,๖๓๔ ล้านบาท และการซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า
ณ อัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าโดยจำกัดอัตราแลกเปลี่ยนไว้เป็นช่วง (Range
Forward) จำนวน ๓,๑๘๗ ล้านบาท
๒.๖.๒ รัฐวิสาหกิจ ได้แก่ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยได้ชำระคืนหนี้ที่ครบกำหนด
จำนวน ๑,๙๔๙.๔๔ ล้านบาท แทนการ Roll-over ที่กำหนดไว้เดิมทำให้ลดยอดหนี้คงค้างลงได้ทั้งจำนวน
๓. การกู้เงินและบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องอยู่ภายใต้กรอบเพดานเงินกู้ของแผนการบริหารหนี้สาธารณะ
๓.๑ การกู้เงินและบริหารหนี้ของบริษัทมหาชนจำกัด ที่มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจรัฐวิสาหกิจ
๒ แห่ง ได้กู้เงินและบริหารหนี้รวม ๖๑,๗๒๗.๔๓ ล้านบาท ได้แก่
๓.๑.๑ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้กู้เงินและบริหารหนี้รวม
๒๖,๗๒๗.๔๓ ล้านบาท แบ่งเป็น
(๑) กู้เงินในรูปเช่าซื้อ (Asset Based
Financing) เพื่อชำระค่าจัดซื้อเครื่องบินโบอิ้ง ๗๗๗-๒๐๐ ER จำนวน
๔ ลำ วงเงินรวม ๑๘,๔๙๗.๐๗ ล้านบาท
(๒) Roll-over เงินกู้
Samurai Bond รุ่นที่ ๑๗ และ ๑๙ ที่ครบกำหนดชำระคืน โดยใช้เงินกู้
ECP ของกระทรวงการคลังมาเป็น
Bridge Financing ก่อนที่จะจัดหาเงินกู้ระยะยาวมาทดแทน
จำนวน ๘,๒๓๐.๓๖ ล้านบาท
๓.๑.๒ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้กู้เงินจากสถาบันการเงินต่างประเทศ
๔ แห่ง วงเงินรวม ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท และกู้เงินในประเทศ วงเงินรวม ๒๔,๐๐๐
ล้านบาท โดยดำเนินการออกหุ้นกู้ ๒ ชุด จำนวน ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท
และกู้เงินจากสถาบันการเงินในประเทศจำนวน ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท
๓.๒ การกู้เงินระยะสั้นเพื่อเสริมสภาพคล่อง
รัฐวิสาหกิจ ๒ แห่ง ได้กู้เงินระยะสั้นเพื่อเสริมสภาพคล่อง
วงเงินรวม ๓,๘๐๐ ล้านบาท ได้แก่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค วงเงิน ๓,๐๐๐
ล้านบาท กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกันและการรถไฟแห่งประเทศไทย วงเงิน ๘๐๐ ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน
๔. สรุปผลการดำเนินการตามแผนการบริหารหนี้สาธารณะ
ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๐
๔.๑ จากผลการดำเนินงานที่กล่าวมาแล้ว ในช่วงระยะเวลา
๖ เดือนแรกของปีงบประมาณ ๒๕๕๐ (ตุลาคม ๒๕๔๙ - มีนาคม ๒๕๕๐) กระทรวงการคลังได้ดำเนินการบริหารและจัดการหนี้สาธารณะตามกรอบแผนการบริหารหนี้สาธารณะ
ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๐ เป็นจำนวนทั้งสิ้น ๓๕๙,๔๕๐.๗๐
ล้านบาท โดยมีความก้าวหน้าไปแล้วคิดเป็นร้อยละ ๓๖.๔๓ ของแผนฯ
๔.๒ ผลการกู้เงินและบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องอยู่ภายใต้กรอบเพดานเงินกู้ของแผนการบริหารหนี้สาธารณะ
ในปีงบประมาณ ๒๕๕๐ รัฐวิสาหกิจได้กู้เงินและบริหารหนี้รวมทั้งสิ้น ๖๕,๕๒๗.๔๓
ล้านบาท
๔.๓ จากการดำเนินการตามข้อ ๔.๑ และ ๔.๒ กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้กู้เงินและบริหารหนี้รวมทั้งสิ้น
๔๒๔,๙๗๘.๑๓ ล้านบาท แบ่งเป็นการกู้เงินใหม่ จำนวน ๑๗๘,๕๗๕.๐๗
ล้านบาท และการบริหารหนี้ จำนวน ๒๔๖,๔๐๓.๐๖ ล้านบาท
หน่วย
: ล้านบาท
หน่วยงาน
ผลการดำเนินงาน
การกู้ใหม่
การบริหารหนี้
รวม
- รัฐบาล
๑๐๕,๒๖๐.๐๐
๒๒๑,๓๕๘.๒๖
๓๒๖,๖๑๘.๒๖
- รัฐวิสาหกิจ
๗๓,๓๑๕.๐๗
๒๕,๐๔๔.๘๐
๙๘,๓๕๙.๘๗
รวม
๑๗๘,๕๗๕.๐๗
๒๔๖,๔๐๓.๐๖
๔๒๔,๙๗๘.๑๓
ทั้งนี้
การกู้เงินและบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจจำนวน ๙๘,๓๕๙.๘๗
ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๒๙,๖๘๓ ล้านบาท
และไม่ค้ำประกัน จำนวน ๖๘,๖๗๖.๘๗ ล้านบาท
ผลของการบริหารหนี้ที่ได้ดำเนินการทั้งในส่วนของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ
วงเงินรวมกันทั้งสิ้น ๒๔๖,๔๐๓.๐๖ ล้านบาทนั้น สามารถลดยอดหนี้สาธารณะคงค้างได้
๒๓,๕๕๗.๓๐ ล้านบาท และลดภาระดอกเบี้ยได้ ๘๙๗ ล้านบาท
ประกาศ
ณ วันที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
อุทิศ
ธรรมวาทิน
รองปลัดกระทรวงการคลัง
หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน
หมายเหตุ : FIDF หมายถึง กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
FIDF1 หมายถึง พันธบัตรที่ออกภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึ่งรวมทั้งเงินกู้หรือตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีอายุ ไม่เกิน ๑ ปี
FIDF3 หมายถึง พันธบัตรที่ออกภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
ระยะที่สอง พ.ศ. ๒๕๔๕
Prepayment หมายถึง
การชำระหนี้คืนก่อนครบกำหนดชำระ
Refinance หมายถึง
การกู้เงินจากแหล่งใหม่เพื่อนำไปใช้คืนแหล่งเงินกู้เดิม ซึ่งเป็นการลดต้นทุนการกู้เงิน
หรือขยายระยะเงินกู้
Repayment หมายถึง
การชำระหนี้คืนตามกำหนดชำระ
Roll-over หมายถึง
การกู้เงินใหม่เพื่อนำไปชำระเงินกู้ที่ครบกำหนดชำระ เพื่อให้เงินกู้ดังกล่าวมีระยะเงินกู้สอดคล้องกับระยะคืนทุน
ADB หมายถึง Asian Development Bank
IBRD หมายถึง International Bank for
Reconstruction and Development
JBIC หมายถึง Japan Bank for International
Cooperation
วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ
๔
มิถุนายน ๒๕๕๐
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๖๕ ง/หน้า ๖/๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง รายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2550 และรายการการกู้เงิน และค้ำประกัน ระหว่างเดือนตุลาคม 2549 ถึงเดือนมีนาคม 2550 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c3b8822fb2a40b5c
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名
本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com