ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก
ฉบับที่ 32 (พ.ศ. 2554)
เรื่อง ให้ปืนอัดลมเบาที่จําลองเลียนแบบอาวุธปืนจริงเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก
โดยที่ปรากฏข้อมูลจากการศึกษาทางสถิติในประเทศไทยว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการใช้ปืนอัดลมในทุกจังหวัด ซึ่งจากการศึกษาในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลในกรุงเทพมหานคร 4 แห่ง มีเด็กอายุน้อยกว่า 15 ปี ได้รับบาดเจ็บจากปืนอัดลมถึงร้อยละ 0.4 ของผู้บาดเจ็บที่เป็นเด็กทั้งหมดและข้อมูลในระบบการเฝ้าระวังการบาดเจ็บของกระทรวงสาธารณสุข พบว่า เด็กที่มารับการรักษาที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลทั่วประเทศ มีจํานวนทั้งสิ้น 1,597,500 รายได้รับบาดเจ็บจากการใช้ปืนอัดลมประมาณ 4,892 รายต่อปี ซึ่งอันตรายจากการใช้ปืนอัดลมส่วนใหญ่มักเกิดจากลําแสงเลเซอร์ที่มีการติดตั้งไว้กับตัวปืนอัดลมหรืออาจนํามาติดตั้งในภายหลัง รวมทั้งความแรงและความเร็วของกระสุนปืน โดยลําแสงเลเซอร์จะมีผลต่อผิวหนังและนัยน์ตา ถ้าเข้าตาอาจส่งผลให้ตาบอดได้ ดังนั้น การกําหนดให้ปืนอัดลมเบาที่จําลองเลียนแบบอาวุธปืนจริงต้องแสดงข้อมูลที่เป็นสาระสําคัญและคําเตือนไว้ในฉลากจะเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภคเพื่อให้ได้รับความปลอดภัย จึงสมควรกําหนดให้ปืนอัดลมเบาที่จําลองเลียนแบบอาวุธปืนจริงเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 30 และมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 41 มาตรา 43 และมาตรา 45 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการว่าด้วยฉลากจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้