法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดมหาสารคาม (เล่มที่ 2)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง

เรื่อง

กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์

ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดมหาสารคาม

ตามที่ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะทำการสำรวจเพื่อการวางและจัดทำผังเมืองรวม

ในท้องที่ ๗๒ จังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งใช้บังคับในท้องที่จังหวัดมหาสารคามด้วย

และเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ (๓) แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๘ มาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๖

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

และโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการผังเมือง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองในฐานะเจ้าพนักงานการผัง

จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

“อาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่ง”

หมายความว่า อาคารที่ใช้ประโยชน์เพื่อการพาณิชยกรรมในอาคารหลังเดียวหรือหลายหลัง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารร่วมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคบริโภคหลากหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

แต่ไม่หมายความรวมถึง ตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

และอาคารที่ใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับในท้องที่จังหวัดมหาสารคาม

แต่ทั้งนี้ไม่หมายความรวมถึงบริเวณที่ได้มีการประกาศให้ใช้บังคับผังเมืองรวมหรือบริเวณที่เคยมีการประกาศให้ใช้บังคับผังเมืองรวมแล้ว

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ที่ดินในบริเวณท้องที่ตามข้อ ๒

ห้ามไม่ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง ดัดแปลง

ใช้หรือเปลี่ยนแปลงการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่ง ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารร่วมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคบริโภคหลากหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป เว้นแต่บริเวณท้องที่ ดังต่อไปนี้

(๑) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลแกดำ อำเภอแกดำ

(๒) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลหัวขวาง

อำเภอโกสุมพิสัย

(๓) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลเชียงยืน

อำเภอเชียงยืน

(๔) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลนาเชือก อำเภอนาเชือก

(๕) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลนาดูน อำเภอนาดูน

(๖) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลบรบือ อำเภอบรบือ

(๗) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลพยัคฆภูมิพิสัย

อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย

(๘) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลหนองแสง อำเภอวาปีปทุม

(๙) ในท้องที่ตำบลกุดใส้จ่อ อำเภอกันทรวิชัย

(๑๐) ในท้องที่ตำบลนาสีนวน อำเภอกันทรวิชัย

(๑๑) ในท้องที่ตำบลศรีสุข อำเภอกันทรวิชัย

(๑๒) ในท้องที่ตำบลแกดำ อำเภอแกดำ

(๑๓) ในท้องที่ตำบลโนนภิบาล อำเภอแกดำ

(๑๔) ในท้องที่ตำบลมิตรภาพ อำเภอแกดำ

(๑๕) ในท้องที่ตำบลวังแสง อำเภอแกดำ

(๑๖) ในท้องที่ตำบลหนองกุง อำเภอแกดำ

(๑๗) ในท้องที่ตำบลแก้งแก อำเภอโกสุมพิสัย

(๑๘) ในท้องที่ตำบลเขวาไร่ อำเภอโกสุมพิสัย

(๑๙) ในท้องที่ตำบลเขื่อน อำเภอโกสุมพิสัย

(๒๐) ในท้องที่ตำบลดอนกลาง อำเภอโกสุมพิสัย

(๒๑) ในท้องที่ตำบลแพง อำเภอโกสุมพิสัย

(๒๒) ในท้องที่ตำบลโพนงาม อำเภอโกสุมพิสัย

(๒๓) ในท้องที่ตำบลยางท่าแจ้ง อำเภอโกสุมพิสัย

(๒๔) ในท้องที่ตำบลยางน้อย อำเภอโกสุมพิสัย

(๒๕) ในท้องที่ตำบลเลิงใต้ อำเภอโกสุมพิสัย

(๒๖) ในท้องที่ตำบลวังยาว อำเภอโกสุมพิสัย

(๒๗) ในท้องที่ตำบลหนองกุงสวรรค์ อำเภอโกสุมพิสัย

(๒๘) ในท้องที่ตำบลหนองบอน อำเภอโกสุมพิสัย

(๒๙) ในท้องที่ตำบลหนองบัว อำเภอโกสุมพิสัย

(๓๐) ในท้องที่ตำบลหนองเหล็ก อำเภอโกสุมพิสัย

(๓๑) ในท้องที่ตำบลหัวขวาง อำเภอโกสุมพิสัย

(๓๒) ในท้องที่ตำบลเหล่า อำเภอโกสุมพิสัย

(๓๓) ในท้องที่ตำบลแห่ใต้ อำเภอโกสุมพิสัย

(๓๔) ในท้องที่ตำบลกู่ทอง อำเภอเชียงยืน

(๓๕) ในท้องที่ตำบลเชียงยืน อำเภอเชียงยืน

(๓๖) ในท้องที่ตำบลดอนเงิน อำเภอเชียงยืน

(๓๗) ในท้องที่ตำบลนาทอง อำเภอเชียงยืน

(๓๘) ในท้องที่ตำบลโพนทอง อำเภอเชียงยืน

(๓๙) ในท้องที่ตำบลเสือเฒ่า อำเภอเชียงยืน

(๔๐) ในท้องที่ตำบลหนองซอน อำเภอเชียงยืน

(๔๑) ในท้องที่ตำบลเหล่าบัวบาน อำเภอเชียงยืน

(๔๒) ในท้องที่ตำบลเขวาไร่ อำเภอนาเชือก

(๔๓) ในท้องที่ตำบลนาเชือก อำเภอนาเชือก

(๔๔) ในท้องที่ตำบลปอพาน อำเภอนาเชือก

(๔๕) ในท้องที่ตำบลสันป่าตอง อำเภอนาเชือก

(๔๖) ในท้องที่ตำบลสำโรง อำเภอนาเชือก

(๔๗) ในท้องที่ตำบลหนองกุง อำเภอนาเชือก

(๔๘) ในท้องที่ตำบลหนองแดง อำเภอนาเชือก

(๔๙) ในท้องที่ตำบลหนองโพธิ์ อำเภอนาเชือก

(๕๐) ในท้องที่ตำบลหนองเม็ก อำเภอนาเชือก

(๕๑) ในท้องที่ตำบลหนองเรือ อำเภอนาเชือก

(๕๒) ในท้องที่ตำบลกู่สันตรัตน์ อำเภอนาดูน

(๕๓) ในท้องที่ตำบลดงดวน อำเภอนาดูน

(๕๔) ในท้องที่ตำบลดงบัง อำเภอนาดูน

(๕๕) ในท้องที่ตำบลดงยาง อำเภอนาดูน

(๕๖) ในท้องที่ตำบลนาดูน อำเภอนาดูน

(๕๗) ในท้องที่ตำบลพระธาตุ อำเภอนาดูน

(๕๘) ในท้องที่ตำบลหนองคู อำเภอนาดูน

(๕๙) ในท้องที่ตำบลหนองไผ่ อำเภอนาดูน

(๖๐) ในท้องที่ตำบลหัวดง อำเภอนาดูน

(๖๑) ในท้องที่ตำบลกำพี้ อำเภอบรบือ

(๖๒) ในท้องที่ตำบลดอนงัว อำเภอบรบือ

(๖๓) ในท้องที่ตำบลโนนแดง อำเภอบรบือ

(๖๔) ในท้องที่ตำบลโนนราษี อำเภอบรบือ

(๖๕) ในท้องที่ตำบลบรบือ อำเภอบรบือ

(๖๖) ในท้องที่ตำบลบัวมาศ อำเภอบรบือ

(๖๗) ในท้องที่ตำบลยาง อำเภอบรบือ

(๖๘) ในท้องที่ตำบลวังไชย อำเภอบรบือ

(๖๙) ในท้องที่ตำบลวังใหม่ อำเภอบรบือ

(๗๐) ในท้องที่ตำบลหนองคูขาด อำเภอบรบือ

(๗๑) ในท้องที่ตำบลหนองจิก อำเภอบรบือ

(๗๒) ในท้องที่ตำบลหนองม่วง อำเภอบรบือ

(๗๓) ในท้องที่ตำบลหนองสิม อำเภอบรบือ

(๗๔) ในท้องที่ตำบลก้ามปู อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย

(๗๕) ในท้องที่ตำบลนาสีนวล อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย

(๗๖) ในท้องที่ตำบลปะหลาน อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย

(๗๗) ในท้องที่ตำบลภารแอ่น อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย

(๗๘) ในท้องที่ตำบลเม็กดำ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย

(๗๙) ในท้องที่ตำบลเมืองเตา อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย

(๘๐) ในท้องที่ตำบลเมืองเสือ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย

(๘๑) ในท้องที่ตำบลราษฎร์เจริญ

อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย

(๘๒) ในท้องที่ตำบลราษฎร์พัฒนา

อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย

(๘๓) ในท้องที่ตำบลลานสะแก อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย

(๘๔) ในท้องที่ตำบลเวียงชัย อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย

(๘๕) ในท้องที่ตำบลเวียงสะอาด

อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย

(๘๖) ในท้องที่ตำบลหนองบัว อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย

(๘๗) ในท้องที่ตำบลหนองบัวแก้ว

อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย

(๘๘) ในท้องที่ตำบลโคกก่อ อำเภอเมืองมหาสารคาม

(๘๙) ในท้องที่ตำบลดอนหว่าน อำเภอเมืองมหาสารคาม

(๙๐) ในท้องที่ตำบลท่าตูม อำเภอเมืองมหาสารคาม

(๙๑) ในท้องที่ตำบลบัวค้อ อำเภอเมืองมหาสารคาม

(๙๒) ในท้องที่ตำบลขามเรียน อำเภอยางสีสุราช

(๙๓) ในท้องที่ตำบลดงเมือง อำเภอยางสีสุราช

(๙๔) ในท้องที่ตำบลนาภู อำเภอยางสีสุราช

(๙๕) ในท้องที่ตำบลบ้านกู่ อำเภอยางสีสุราช

(๙๖) ในท้องที่ตำบลยางสีสุราช อำเภอยางสีสุราช

(๙๗) ในท้องที่ตำบลแวงดง อำเภอยางสีสุราช

(๙๘) ในท้องที่ตำบลหนองบัวสันตุ อำเภอยางสีสุราช

(๙๙) ในท้องที่ตำบลขามป้อม อำเภอวาปีปทุม

(๑๐๐) ในท้องที่ตำบลแคน อำเภอวาปีปทุม

(๑๐๑) ในท้องที่ตำบลโคกสีทองหลาง อำเภอวาปีปทุม

(๑๐๒) ในท้องที่ตำบลงัวบา อำเภอวาปีปทุม

(๑๐๓) ในท้องที่ตำบลดงใหญ่ อำเภอวาปีปทุม

(๑๐๔) ในท้องที่ตำบลนาข่า อำเภอวาปีปทุม

(๑๐๕) ในท้องที่ตำบลบ้านหวาย อำเภอวาปีปทุม

(๑๐๖) ในท้องที่ตำบลประชาพัฒนา อำเภอวาปีปทุม

(๑๐๗) ในท้องที่ตำบลโพธิ์ชัย อำเภอวาปีปทุม

(๑๐๘) ในท้องที่ตำบลเสือโก้ก อำเภอวาปีปทุม

(๑๐๙) ในท้องที่ตำบลหนองทุ่ม อำเภอวาปีปทุม

(๑๑๐) ในท้องที่ตำบลหนองแสง อำเภอวาปีปทุม

(๑๑๑) ในท้องที่ตำบลหนองแสน อำเภอวาปีปทุม

(๑๑๒) ในท้องที่ตำบลหนองไฮ อำเภอวาปีปทุม

(๑๑๓) ในท้องที่ตำบลหัวเรือ อำเภอวาปีปทุม

(๑๑๔) ในท้องที่ตำบลกุดรัง กิ่งอำเภอกุดรัง

(๑๑๕) ในท้องที่ตำบลนาโพธิ์ กิ่งอำเภอกุดรัง

(๑๑๖) ในท้องที่ตำบลเลิงแฝก กิ่งอำเภอกุดรัง

(๑๑๗) ในท้องที่ตำบลหนองแวง กิ่งอำเภอกุดรัง

(๑๑๘) ในท้องที่ตำบลห้วยเตย กิ่งอำเภอกุดรัง

(๑๑๙) ในท้องที่ตำบลกุดปลาดุก กิ่งอำเภอชื่นชม

(๑๒๐) ในท้องที่ตำบลชื่นชม กิ่งอำเภอชื่นชม

(๑๒๑) ในท้องที่ตำบลหนองกุง กิ่งอำเภอชื่นชม

(๑๒๒) ในท้องที่ตำบลเหล่าดอกไม้ กิ่งอำเภอชื่นชม

ทั้งนี้ ในท้องที่ตาม (๑) ถึง (๘)

ให้ดำเนินการเป็นอาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่งได้ตามขนาดและหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ

๔ และในท้องที่ตาม (๙) ถึง (๑๒๒) ให้ดำเนินการเป็นอาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่งได้ตามขนาดและหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ

๔ และข้อ ๕

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง

ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนแปลงการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่ง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารร่วมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคบริโภคหลากหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร

ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(๑)

ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๔

ช่องทาง หรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร และจะต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า

(๒)

แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่

๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

(๓) มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๐.๓

(๔)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๑.๕

(๕) มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน

หรือบริเวณปลูกต้นไม้ หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐

(๖) มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร

ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๕๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๗) มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า

๑๕ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๘) อาคารที่มีความสูงเกินกว่า ๑๐ เมตร

ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดิน ซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ

ศาสนสถาน โบราณสถาน สถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

(๙) มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน

ต่อพื้นที่อาคาร ๒๐ ตารางเมตร เศษของ ๒๐ ตารางเมตร ไม่คิดเป็น ๒๐ ตารางเมตร

(๑๐) ที่พักมูลฝอย

ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔ เมตร

แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า

๑๐ เมตร และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง

ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนแปลงการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่ง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารร่วมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคบริโภคหลากหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

เกินกว่า ๑,๐๐๐ ตารางเมตร ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(๑)

ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดทางหลวงแผ่นดินหรือถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า

๔๐ เมตร

(๒)

แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่

๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ เมตร

และมีทางคู่ขนานกับถนนสาธารณะเชื่อมต่อกับทางเข้าออกของรถยนต์

(๓)

มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๐.๒

(๔) มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๑.๕

(๕) มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน

หรือบริเวณปลูกต้นไม้

หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร ไม่น้อยกว่าร้อยละ

๒๐

(๖) มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร

ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๗๕ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๗) มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๘) อาคารที่มีความสูงเกินกว่า ๑๐ เมตร

ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดิน

ซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ ศาสนสถาน โบราณสถาน

สถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

(๙) มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน

ต่อพื้นที่อาคาร ๔๐ ตารางเมตร เศษของ ๔๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๔๐ ตารางเมตร

(๑๐) ที่พักมูลฝอย ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า

๑๐ เมตร และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔

เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร

ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

กรณีผู้ขออนุญาตไม่อาจปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อ ๔ (๖) ข้อ ๔ (๗) ข้อ ๔ (๘)

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ (๖) ข้อ ๕ (๗) และข้อ ๕ (๘)

ผู้ขออนุญาตอาจยื่นร้องขอต่อผู้มีอำนาจหน้าที่ตามข้อ ๗

เพื่อเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาด้านผังเมืองระดับจังหวัดพิจารณาตามความเหมาะสมได้

ทั้งนี้ภายใต้กรอบหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(๑) หลักเกณฑ์ตามข้อ ๔ (๖)

ที่ว่างด้านหน้าของอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า ๕๐ เมตรได้

แต่ทั้งนี้จะต้องไม่น้อยกว่า ๔๐ เมตร

(๒) หลักเกณฑ์ตามข้อ ๔ (๗)

ที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า

๑๕ เมตรได้ แต่ทั้งนี้จะต้องไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

(๓) หลักเกณฑ์ตามข้อ ๔ (๘) และข้อ ๕ (๘)

อาคารที่มีความสูงเกินกว่า ๑๐ เมตร

มีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ

ศาสนสถาน โบราณสถาน สถานศึกษา น้อยกว่า ๕๐๐ เมตรได้ แต่ทั้งนี้จะต้องไม่น้อยกว่า

๓๐๐ เมตร

(๔) หลักเกณฑ์ตามข้อ ๕ (๖)

ที่ว่างด้านหน้าของอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า ๗๕ เมตรได้

แต่ทั้งนี้จะต้องไม่น้อยกว่า ๕๐ เมตร

(๕) หลักเกณฑ์ตามข้อ ๕ (๗)

ที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคารห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า

๒๐ เมตรได้ แต่ทั้งนี้จะต้องไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมหรืออนุญาตการก่อสร้างอาคารหรือผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมหรืออนุญาตการประกอบกิจการในเขตท้องที่จังหวัดมหาสารคาม

ปฏิบัติการให้เป็นไปตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘[๑]

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๖

สว่าง

ศรีศกุน

อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

เจ้าพนักงานการผัง

ประภาศรี/พิมพ์

พฤศจิกายน ๒๕๕๐

หทัยภัทร/ตรวจ

๑๕

พฤศจิกายน ๒๕๕๐

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๐ (เล่มที่ ๒)/ตอนพิเศษ ๙๓ ง/หน้า ๑/๒๒ สิงหาคม ๒๕๔๖

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดมหาสารคาม (เล่มที่ 2) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c488082408ee1ed8

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com