法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมส่งเสริมสหกรณ์ ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของกรมส่งเสริมสหกรณ์ พ.ศ. 2546 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
17
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมส่งเสริมสหกรณ์

ระเบียบกรมส่งเสริมสหกรณ์

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของกรมส่งเสริมสหกรณ์

พ.ศ. ๒๕๔๖

โดยที่กฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการกำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้

ประกอบกับข้อ ๔ ของประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู

ลงวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑

กำหนดให้หน่วยงานของรัฐจะกำหนดระเบียบปฏิบัติในการให้ประชาชนเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสาร

เพื่อรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยหรือความปลอดภัยก็ได้

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙

แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมส่งเสริมสหกรณ์

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์ พ.ศ.

๒๕๔๖”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ในระเบียบนี้

“ข้อมูลข่าวสาร” หมายความว่า

ข้อมูลข่าวสารตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

ที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของกรมส่งเสริมสหกรณ์

“กรม” หมายความว่า

กรมส่งเสริมสหกรณ์

“หน่วยงานในสังกัด”[๒]

หมายความว่า หน่วยงานในกรมส่งเสริมสหกรณ์ระดับสำนัก ศูนย์

สำนักงานและกองหรือเทียบเท่า ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๕๗”

“หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร”[๓]

หมายความว่า ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของกรมส่งเสริมสหกรณ์

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของกรมส่งเสริมสหกรณ์

“อธิบดี” หมายความว่า

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์รักษาการตามระเบียบนี้และให้มีอำนาจออกประกาศ

หรือคำสั่งเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ให้อธิบดีเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

คำวินิจฉัยนั้นให้เป็นที่สุด

หมวด

คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของกรมส่งเสริมสหกรณ์

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕[๔]

ให้มีคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของกรมส่งเสริมสหกรณ์

ประกอบด้วยรองอธิบดี ซึ่งอธิบดีมอบหมายเป็นประธานกรรมการ

หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดที่อยู่ในส่วนกลางทุกหน่วยงาน เป็นกรรมการ

ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นกรรมการและเลขานุการ

ข้าราชการในสังกัดศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมอบหมาย

เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้คณะกรรมการมีหน้าที่ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นต่ออธิบดีเกี่ยวกับเรื่องดังต่อไปนี้

(๑) การกำหนดนโยบาย

หลักเกณฑ์ หรือมาตรการเกี่ยวกับการบริหาร การจัดระบบ การขออนุญาต และการบริการข้อมูลข่าวสาร

(๒) การกำหนดประเภทของข้อมูลข่าวสารที่ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

รวมทั้งการจัดพิมพ์และการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ

(๓) การกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาประเภทข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผย

ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผย และข้อมูลข่าวสารที่เป็นความลับของราชการ

(๔) การกำหนดประเภทของข้อมูลข่าวสารที่ควรจัดเก็บไว้ที่กรมส่งเสริมสหกรณ์

หรือส่งไปยังหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร

หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความในกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

(๕) ปัญหาหรืออุปสรรค

รวมทั้งแนวทางในการแก้ไขปัญหาหรืออุปสรรคที่เกี่ยวกับการดำเนินการตามระเบียบนี้

(๖) วินิจฉัยว่าข้อมูลข่าวสารใดเป็นข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยได้

(๗) หน้าที่อื่นตามที่อธิบดีมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเพื่อทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

หมวด

การจัดระบบข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ให้หน่วยงานในสังกัดจัดแยกประเภทข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแล

โดยให้แยกออกเป็นประเภทตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการดังนี้

(๑) ข้อมูลข่าวสารที่ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

(๒) ข้อมูลข่าวสารที่จัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้

(๓) ข้อมูลข่าวสารอื่น

การจัดแยกประเภทข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่ง

ให้คำนึงถึงลักษณะของข้อมูลข่าวสารตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการด้วยว่าเป็นข้อมูลข่าวสารที่จะเปิดเผยมิได้

หรือเป็นข้อมูลข่าวสารที่อาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผยก็ได้

ให้หน่วยงานในสังกัดจัดส่งข้อมูลข่าวสารตาม

(๑) และ (๒) ไปยังศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร[๕]

ให้หน่วยงานในสังกัดจัดให้มีเจ้าหน้าที่เพื่อควบคุม

ดูแล ตรวจสอบ ติดตามและประสานงานในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสามให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและทันสมัยอยู่เสมอ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ให้หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารจัดทำดัชนีข้อมูลข่าวสารตามข้อ ๘ (๑) และ (๒) ที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแล

โดยให้มีรายละเอียดเพียงพอที่ประชาชนสามารถค้นหาข้อมูลข่าวสารได้เอง

หมวด

การขอข้อมูลข่าวสารและการอนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ผู้ใดประสงค์จะเข้าตรวจดูหรือขอถ่ายสำเนาข้อมูลข่าวสาร

ให้ยื่นคำขอเป็นหนังสือตามแบบท้ายระเบียบนี้

ต่อเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร

ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับคำขอตรวจสอบว่าข้อมูลข่าวสารตามคำขอนั้นเป็นข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของตน

หรือของหน่วยงานในสังกัดอื่นและให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารอยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของตน

ให้เสนอเรื่องต่อบุคคลตามข้อ ๑๑ (๑) เพื่อพิจารณา

(๒) ในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารอยู่ในความครอบครองหรือดูแลของหน่วยงานในสังกัดอื่น

ให้ประสานงานไปยังหน่วยงานดังกล่าวเพื่อดำเนินการให้บุคคลผู้มีอำนาจอนุญาตพิจารณา

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ให้บุคคลดังต่อไปนี้เป็นผู้มีอำนาจอนุญาตให้ตรวจดูหรือให้ทำสำเนาข้อมูลข่าวสาร

(๑) หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดหรือผู้ซึ่งหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดมอบหมาย

สำหรับข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของตน

เว้นแต่ข้อมูลข่าวสารนั้นเป็นข้อมูลข่าวสารลับ

ในกรณีที่ไม่อาจวินิจฉัยได้ว่าข้อมูลข่าวสารใดเป็นข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยได้หรือไม่

ให้หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อคณะกรรมการ

เพื่อพิจารณาแล้วนำเสนอให้อธิบดีสั่งการต่อไป

(๒) อธิบดีหรือรองอธิบดีซึ่งอธิบดีมอบหมาย

สำหรับข้อมูลข่าวสารทุกประเภท

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ในกรณีที่ผู้มีอำนาจอนุญาตมีคำสั่งอนุญาตตามคำขอ

ให้ผู้ยื่นคำขอตรวจดูหรือรับสำเนาข้อมูลข่าวสารนั้น ณ

หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารที่ผู้นั้นยื่นคำขอ

ในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารอยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานในสังกัดอื่น

ให้หน่วยงานในสังกัดอื่นนั้นจัดส่งข้อมูลข่าวสารหรือสำเนาข้อมูลข่าวสาร

ให้หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอตรวจดูหรือรับสำเนาข้อมูลข่าวสารนั้น

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ในกรณีที่ผู้มีอำนาจอนุญาตมีคำสั่งไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร

ให้แจ้งคำสั่งพร้อมเหตุผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบ

และแจ้งให้ทราบถึงสิทธิและกำหนดเวลาในการอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ข้อมูลข่าวสารใดหากมีกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ

คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรี

กำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการขอข้อมูลข่าวสารและการอนุญาตไว้เป็นพิเศษ

ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวด้วย

หมวด

การบริการข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ให้หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารมีหน้าที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารตามระเบียบนี้และประสานงานกับหน่วยงานในสังกัดเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ในการนี้ ให้จัดให้มีเจ้าหน้าที่ประจำเพื่อดำเนินการดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้เจ้าหน้าที่จัดทำสำเนาหรือสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารที่มีผู้ยื่นคำขอภายในวันทำการนั้น

ถ้าไม่อาจดำเนินการภายในวันทำการนั้นให้แจ้งกำหนดวันและเวลาเพื่อให้ผู้ยื่นคำขอมารับ

แต่ต้องไม่เกินห้าวันทำการ ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นอาจขยายระยะเวลาออกไปได้

แต่ต้องไม่เกินสิบห้าวันทำการ

การจัดทำสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่ง

ให้ข้าราชการตั้งแต่ระดับ ๓ ขึ้นไปซึ่งรับผิดชอบข้อมูลข่าวสารนั้นเป็นผู้รับรอง

โดยลงลายมือชื่อ พร้อมทั้งชื่อตัว ชื่อสกุล และตำแหน่ง ตลอดจนวัน เดือน ปี

ให้ชัดเจน

ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง เจ้าหน้าที่อาจพิจารณาส่งสำเนาข้อมูลข่าวสารทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับก็ได้

แต่การส่งสำเนาข้อมูลข่าวสารโดยวิธีนี้ ผู้ยื่นคำขอต้องชำระค่าธรรมเนียม

การทำสำเนาหรือการรับรองสำเนาข้อมูลข่าวสาร

และค่าส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไว้แล้วจึงจะดำเนินการให้ได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ค่าธรรมเนียมการทำสำเนาและการรับรองสำเนาข้อมูลข่าวสาร

ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

ค่าธรรมเนียมตามวรรคหนึ่งให้นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

ประกาศ ณ วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๖

บุญมี

จันทรวงศ์

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์

ระเบียบกรมส่งเสริมสหกรณ์

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของกรมส่งเสริมสหกรณ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘[๖]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

เกษร/พิมพ์

ทรงยศ/สราวุฒิ

จัดทำ

๒๐ พฤษภาคม ๒๕๔๖

วริญา/ปรับปรุง

๒๖ มกราคม ๒๕๕๙

วิชพงษ์/ตรวจ

๒๘ มกราคม ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๐/ตอนพิเศษ ๒๘ ง/หน้า ๒/๓ มีนาคม ๒๕๔๖

[๒] ข้อ ๓ นิยามคำว่า

“หน่วยงานในสังกัด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรมส่งเสริมสหกรณ์ ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของกรมส่งเสริมสหกรณ์

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘

[๓] ข้อ ๓ นิยามคำว่า

“หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร” แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรมส่งเสริมสหกรณ์ ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของกรมส่งเสริมสหกรณ์

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘

[๔] ข้อ ๕

แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรมส่งเสริมสหกรณ์ ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของกรมส่งเสริมสหกรณ์

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘

[๕] ข้อ ๘ วรรคสาม

แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรมส่งเสริมสหกรณ์ ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของกรมส่งเสริมสหกรณ์

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘

[๖] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ ๑๓ ง/หน้า ๑/๑๘ มกราคม ๒๕๕๙

17 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมส่งเสริมสหกรณ์ ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของกรมส่งเสริมสหกรณ์ พ.ศ. 2546 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c4cf4a80729e542b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com