ข้อ ๒ ให้บริษัทเงินทุนถือปฏิบัติเกี่ยวกับการจ่ายดอกเบี้ยหรือส่วนลดดังต่อไปนี้
(๑) เงินกู้ยืมหรือได้รับจากประชาชนที่ต้องชำระคืนเมื่อทวงถามให้จ่ายดอกเบี้ยได
้ตามอัตราที่บริษัทเงินทุนประกาศกำหนด แต่ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยดังกล่าวต้องไม่เกินอัตราดอกเบี้ย
เฉลี่ยที่ธนาคารใหญ่จ่ายสำหรับเงินฝากที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามประเภทออมทรัพย์ที่ไม่ใช้เช็ค
ในการถอนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศ บวกด้วยอัตราร้อยละ ๓ ต่อปี
(๒) เงินกู้ยืมหรือได้รับจากประชาชนที่มีกำหนดเวลาชำระคืนไม่ถึง ๗ วัน และ
ที่บริษัทเงินทุนยืนยอมชำระคืนก่อนครบกำหนดเวลาไม่ถึง ๗ วัน ให้จ่ายดอกเบี้ยหรือส่วนลดได
้ตามอัตราที่บริษัทเงินทุนประกาศกำหนด แต่ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยดังกล่าวต้องไม่เกินร้อยละ ๕ ต่อปี
เว้นแต่เพื่อประโยชน์ของประชาชนและเศรษฐกิจโดยส่วนรวม ในกรณีที่บริษัทเงินทุนรายใด
รายหนึ่งไม่อาจดำเนินกิจการได้ตามปกติ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจผ่อนผันให้จ่ายดอกเบี้ย
หรือส่วนลดได้เกินกว่าร้อยละ ๕ ต่อปีก็ได้ ในการผ่อนผันนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยจะ
กำหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้
(๓) เงินกู้ยืมหรือได้รับจากประชาชนที่มีกำหนดเวลาชำระคืนตั้งแต่ ๗ วันแต่
ไม่ถึง ๓ เดือน ให้จ่ายดอกเบี้ยหรือส่วนลดได้ตามอัตราที่บริษัทเงินทุนประกาศกำหนด แต่ทั้งนี้
อัตราดังกล่าวต้องไม่เกินอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ธนาคารใหญ่จ่ายสำหรับเงินฝากระยะเวลา ๓ เดือน
ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศบวกด้วยอัตราร้อยละ ๓ ต่อปี
(๔) เงินกู้ยืมหรือได้รับหรือรับฝากจากประชาชนที่มีกำหนดเวลาชำระคืนตั้งแต่
๓ เดือนขึ้นไป ให้จ่ายดอกเบี้ยหรือส่วนลดได้ตามอัตราที่บริษัทเงินทุนประกาศกำหนด แต่ทั้งนี้อัตรา
ดังกล่าวต้องไม่เกินอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ธนาคารใหญ่จ่ายสำหรับเงินฝากระยะเวลาเดียวกันตามที่
ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศ บวกด้วยอัตราร้อยละ ๓ ต่อปี
ในกรณีที่บริษัทเงินทุนยินยอมชำระคืนเงินก่อนครบกำหนดเวลาตาม (๓) หรือ (๔)
ให้จ่ายดอกเบี้ยหรือส่วนลดได้ไม่เกินร้อยละ ๕ ต่อปี เว้นแต่เพื่อประโยชน์ของประชาชน และเศรษฐกิจ
โดยส่วนรวม ในกรณีที่บริษัทเงินทุนรายใดรายหนึ่งไม่อาจดำเนินกิจการได้ตามปกติธนาคาร
แห่งประเทศไทยอาจผ่อนผันให้จ่ายดอกเบี้ยหรือส่วนลดได้เกินกว่าร้อยละ ๕ ต่อปีก็ได้ ในการ
ผ่อนผันนั้นธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้
ให้บริษัทเงินทุนประกาศกำหนดอัตราดอกเบี้ยสำหรับเงินกู้ยืมหรือได้รับจากประชาชน
และอัตราดอกเบี้ยหรือส่วนลดสำหรับบัตรเงินฝาก ตามจำนวนเงินระยะเวลาการกู้ยืม หรือรับเงิน
หรือรับฝากเงิน และเงื่อนไข รวมทั้งประกาศสูตรหรือวิธีคำนวณราคาบัตรเงินฝากธนาคารพาณิชย์
และบริษัทเงินทุนอื่นที่บริษัทเงินทุนจะซื้อหรือขาย
ธนาคารใหญ่ตามข้อนี้หมายถึงธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด
(มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคาร
กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)