法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 43) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขสำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ตามมาตรา 67ทวิ (2) แห่งประมวลรัษฎากร

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 43)

เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขสําหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ตามมาตรา 67ทวิ (2) แห่งประมวลรัษฎากร (ยกเลิกโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 128))

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 67 ทวิ (2) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 31) พ.ศ.2534 อธิบดีกรมสรรพากรกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขสําหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่คํานวณและชําระภาษีจากกําไรสุทธิของรอบระยะเวลาหกเดือนนับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชี ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล จะต้องจัดให้มีการสอบทานงบแสดงสถานะทางการเงินเมื่อครบกําหนดระยะเวลา 6 เดือน นับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชี โดยให้ผู้สอบบัญชีตามข้อ 3 โดยให้แนบงบการเงินดังกล่าว และหนังสือรับรองของผู้สอบบัญชีพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการชําระภาษีด้วย

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามข้อ 1 จะต้องมิใช่บริษัทจดทะเบียนธนาคารพาณิชย์ ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ผู้สอบทางงบแสดงสถานะทางการเงินของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามข้อ 1 ต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(1) เป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามพระราชบัญญัติผู้สอบบัญชี พ.ศ.2505 และใบอนุญาตไม่ขาดอายุ ไม่ถูกสั่งพัก และไม่เคยถูกเพิกถอนโดยคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี (ก.บช.) หรือถูกถอนใบอนุญาตตรวจสอบและรับรองบัญชี โดยอธิบดีกรมสรรพากรตามความในมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร

(2) เป็นผู้ที่เคยปฏิบัติงานการสอบบัญชีมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี และได้ลงลายมือชื่อรับรองการสอบบัญชีมาแล้วไม่น้อยกว่าสามนิติบุคคล

(3) เป็นผู้ปฏิบัติงานเต็มเวลาหรือมีผู้ช่วยผู้สอบบัญชีปฏิบัติงานเต็มเวลา โดยผู้ช่วยผู้สอบบัญชีดังกล่าวต้องมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับที่กล่าวใน (1)

หากผู้สอบบัญชีไม่เป็นผู้ปฏิบัติงานเต็มเวลา และไม่มีผู้ช่วยผู้สอบบัญชีปฏิบัติงานเต็มเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้สอบบัญชีแจ้งการขาดคุณสมบัตินั้นต่ออธิบดีกรมสรรพากรโดยทันทีและให้ดําเนินการแก้ไขให้มีคุณสมบัติครบถ้วนภายใน 90 วันนับแต่วันที่ขาดคุณสมบัติ

(4) ผู้สอบบัญชี คู่สมรส บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ รวมทั้งสํานักงานสอบบัญชีที่ปฏิบัติงานอยู่ ต้องไม่เป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล และบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกันกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ผู้สอบบัญชีนั้นสอบบัญชี

ในกรณีที่ผู้สอบบัญชีมีผู้ช่วยผู้สอบบัญชี ผู้ช่วยผู้สอบบัญชีดังกล่าวแต่ละคนรวมตลอดทั้งคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของผู้ช่วยผู้สอบบัญชีนั้น จะเป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกันกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ผู้ช่วยผู้สอบบัญชีปฏิบัติหน้าที่ช่วยสอบบัญชี รวมกันเกินร้อยละ 0.5 ของทุนจดทะเบียนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าว หรือของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกันนั้น แล้วแต่กรณีไม่ได้

ในกรณีที่ผู้สอบบัญชีเป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในสํานักงานสอบบัญชีที่ปฏิบัติงานอยู่ ผู้เป็นหุ้นส่วนอื่นในสํานักงานดังกล่าวแต่ละคน รวมตลอดทั้งคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของผู้ถือหุ้นเป็นหุ้นส่วนอื่นนั้น จะเป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกันกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ผู้สอบบัญชีนั้นสอบบัญชี รวมกันเกินร้อยละ 0.5 ของทุนจดทะเบียนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าว หรือของบริษัทห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกันนั้น แล้วแต่กรณีไม่ได้

(5) ผู้สอบบัญชี ผู้เป็นหุ้นส่วนอื่นในสํานักงานสอบบัญชีที่ผู้สอบบัญชีเป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วน คู่สมรสและบุตรของผู้สอบบัญชี คู่สมรสและบุตรของผู้เป็นหุ้นส่วนอื่นนั้น และผู้ช่วยผู้สอบบัญชี ต้องไม่เป็นกรรมการหรือตัวแทนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล และบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกันกับที่ผู้สอบบัญชีนั้นสอบบัญชี

(6) ผู้สอบบัญชี ผู้เป็นหุ้นส่วนอื่นในสํานักงานสอบบัญชีที่ผู้สอบบัญชีเป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วน คู่สมรสของผู้สอบบัญชี คู่สมรสของผู้เป็นหุ้นส่วนอื่นนั้น และผู้ช่วยผู้สอบบัญชีต้องไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล และบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกันกับที่ผู้สอบบัญชีนั้นสอบบัญชี

(7) มีผลงานที่แสดงไว้ว่าสามารถปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐานการสอบบัญชีที่รับรองทั่วไปและเหมาะสมในการเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

คําว่า "บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกัน" หมายถึง "บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกัน" ตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประสงค์จะปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้ยื่นคําร้องเป็นหนังสือขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีต่ออธิบดีกรมสรรพากรก่อน โดยให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้

(1) ขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีต่ออธิบดีกรมสรรพากรภายใน 30 วันนับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชีสําหรับรอบระยะเวลาบัญชีแรก หรือภายใน 60 วันนับแต่วันถัดจากวันที่ประกาศฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

(2) หากปรากฏว่าผู้สอบบัญชีขาดคุณสมบัติตามข้อหนึ่งข้อใดในข้อ 3 และอธิบดีกรมสรรพากรไม่ให้ความเห็นชอบ หรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบของผู้สอบบัญชี จากการเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลยื่นขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีรายใหม่ต่ออธิบดีกรมสรรพากรภายใน 30 วัน นับแต่วันที่อธิบดีกรมสรรพากรไม่ให้ความเห็นชอบหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีดังกล่าว แล้วแต่กรณี

(3) หากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลประสงค์จะเปลี่ยนแปลงหรือแต่งตั้งผู้สอบบัญชีเพิ่มเติมจากที่อธิบดีกรมสรรพากรให้ความเห็นชอบไว้ ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวยื่นขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีรายใหม่ต่ออธิบดีกรมสรรพากร

การยื่นขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีตาม (1) (2) และ (3) ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใช้แบบตามที่อธิบดีกรมสรรพากรกําหนด พร้อมด้วยหนังสือรับรองประวัติ และรายละเอียดของผู้สอบบัญชีที่จะขอให้ความเห็นชอบ และหนังสือรับรองของหัวหน้าสํานักงานสอบบัญชีในกรณีที่ผู้สอบบัญชีเป็นหุ้นส่วนในสํานักงานสอบบัญชี ตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกําหนด และอธิบดีกรมสรรพากรอาจจะกําหนดให้ผู้สอบบัญชีดังกล่าวจัดส่งแนวการตรวจสอบ (AUDIT PROGRAM) และข้อมูลอื่นเพื่อประกอบการพิจารณาด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีดังกล่าว ให้สิ้นสุดลงเมื่อ

(ก) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นเปลี่ยนแปลงผู้สอบบัญชี

(ข) อธิบดีกรมสรรพากรเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชี

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ อธิบดีกรมสรรพากรมีอํานาจเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีในกรณีดังต่อไปนี้

(ก) ผู้สอบบัญชีขาดคุณสมบัติข้อหนึ่งข้อใดตามข้อ 3

(ข) ผู้สอบบัญชีไม่ปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐานการสอบบัญชีที่รับรองทั่วไป

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในกรณีที่อธิบดีกรมสรรพากรเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามข้อ 6 (ข) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นจะยื่นขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีดังกล่าวต่ออธิบดีกรมสรรพากรได้อีกเมื่อพ้นกําหนด 3 ปีนับแต่วันที่อธิบดีกรมสรรพากรเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชี

ในกรณีที่อธิบดีเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีผู้ใดตามวรรคหนึ่งแล้ว 2 ครั้ง อธิบดีกรมสรรพากรจะไม่ให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีผู้นั้นอีก

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีการเปลี่ยนแปลงผู้สอบบัญชีจากที่อธิบดีกรมสรรพากรให้ความเห็นชอบไว้ ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนดังกล่าวแจ้งชื่อของผู้สอบบัญชีที่ได้รับแต่งตั้งจากที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นสําหรับกรณีบริษัทจํากัด หรือของผู้เป็นหุ้นส่วนสําหรับกรณีห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล พร้อมทั้งจัดส่งหนังสือรับรอง ประวัติและรายละเอียดของผู้สอบบัญชี และหนังสือรับรองของหัวหน้าสํานักงานสอบบัญชีสําหรับกรณีที่ผู้สอบบัญชีเป็นหุ้นส่วนในสํานักงานสอบบัญชี ตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกําหนดภายใน 30 วันนับแต่วันที่ผู้สอบบัญชีดังกล่าวได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้สอบบัญชี ในกรณีดังกล่าว อธิบดีกรมสรรพากรอาจจะกําหนดให้ผู้สอบบัญชีจัดส่งแนวการตรวจสอบบัญชี (AUDIT PROGRAM) และข้อมูลอื่นให้อธิบดีกรมสรรพากรเพื่อพิจารณาทบทวนว่าผู้สอบบัญชีผู้นั้นได้ปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐานการสอบบัญชีที่รับรองทั่วไป และเหมาะสมในการเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือไม่ ด้วยก็ได้ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ.2534 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 7 กรกฎาคม 2535

ร้อยเอก สุชาติ เชาว์วิศิษฐ

รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทน

อธิบดีกรมสรรพากร

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 43) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขสำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ตามมาตรา 67ทวิ (2) แห่งประมวลรัษฎากร (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c6309128c8b20e14

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com