法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง หลักเกณฑ์การคัดเลือกและการพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ที่สมควรเป็นกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. 2552 (ฉบับ Update ณ วันที่ 27/10/2558)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
4
มาตรา อารัมภบท

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

เรื่อง หลักเกณฑ์การคัดเลือกและการพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ที่สมควรเป็นกรรมการกฤษฎีกา

พ.ศ. ๒๕๕๒

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๓/๑ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๑ คณะกรรมการตามมาตรา ๑๓/๑ ซึ่งประกอบด้วยประธานกรรมการกฤษฎีกาแต่ละคณะตามมาตรา ๑๕ ได้กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกและการพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ที่สมควรเป็นกรรมการกฤษฎีกาไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ หลักเกณฑ์การคัดเลือกบุคคลเป็นกรรมการกฤษฎีกาให้เป็นไปตามแนวทาง ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๒๒

(๒) ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากการดำรงตำแหน่งที่สำคัญในทางกฎหมายหรือการบริหารราชการแผ่นดินในขณะได้รับแต่งตั้งจะมีการพิจารณาสับเปลี่ยนเพื่อให้บุคคลอื่นที่ดำรงตำแหน่งเดียวกันซึ่งได้รับแต่งตั้งในภายหลังหรือบุคคลที่ดำรงตำแหน่งอื่นที่จำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่มาปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการกฤษฎีกาแทน เว้นแต่ผู้ใดได้ปฏิบัติหน้าที่โดยแสดงความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของคณะกรรมการกฤษฎีกาจะพิจารณาแต่งตั้งในฐานะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่องต่อไป

(๓) การพิจารณาคัดเลือกบุคคลให้คำนึงถึงการเฉลี่ยประสบการณ์ตามสายงานด้านต่าง ๆ เพื่อให้คณะกรรมการกฤษฎีกาประกอบด้วยผู้มีความเชี่ยวชาญในทางนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือการบริหารราชการแผ่นดินในสัดส่วนที่เหมาะสม

(๔) การพิจารณาโดยเฉลี่ยประสบการณ์ในอดีตกับปัจจุบัน ระหว่างผู้ที่เป็นข้าราชการบำนาญและผู้ทรงคุณวุฒิที่มีอาวุโสกับข้าราชการประจำ

(๕)[๑] การพิจารณาคัดเลือกบุคคลที่เป็นกลางและปฏิบัติงานได้อย่างเป็นอิสระ โดยไม่อยู่ในระหว่างการดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือผู้มีอาชีพที่อาจขัดแย้งต่อการให้ความเห็นทางกฎหมายในฐานะเป็นที่ปรึกษากฎหมายของรัฐบาล เว้นแต่เป็นผู้ที่เคยเป็นกรรมการกฤษฎีกามาแล้วก่อนเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเป็นการแต่งตั้งต่อเนื่องกัน หรือคณะกรรมการตามมาตรา ๑๓/๑ จะมีมติเป็นอย่างอื่น

(๖) ในการพิจารณาเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการกฤษฎีกา ให้คำนึงถึงความรู้ความสามารถและประโยชน์ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้รับ และการมาประชุมโดยสม่ำเสมอ

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดำเนินการพิจารณาคัดเลือกบุคคลผู้ที่สมควรเป็นกรรมการกฤษฎีกาตามจำนวนที่เห็นว่าเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่เกินคณะละสิบคน เพื่อเสนอรายชื่อต่อคณะกรรมการตามมาตรา ๑๓/๑ พร้อมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การให้ความเห็นชอบรายชื่อบุคคลผู้ที่สมควรเป็นกรรมการกฤษฎีกาของคณะกรรมการตามมาตรา ๑๓/๑ ให้เป็นไปตามเสียงข้างมาก

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ เมื่อคณะกรรมการตามมาตรา ๑๓/๑ ได้พิจารณาเห็นชอบการคัดเลือกบุคคลผู้ที่สมควรเป็นกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ให้เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีการายงานผลให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งต่อไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒

คุณพรทิพย์ จาละ

เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง หลักเกณฑ์การคัดเลือกและการพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ที่สมควรเป็นกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นต้นไป

ปุณิกา/จัดทำ

๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙

[๑] ข้อ ๑ (๕) แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง หลักเกณฑ์การคัดเลือกและการพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ที่สมควรเป็นกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘

4 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง หลักเกณฑ์การคัดเลือกและการพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ที่สมควรเป็นกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. 2552 (ฉบับ Update ณ วันที่ 27/10/2558) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c64025ac2611b0b3

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com