ข้อ ๒ ในกรณีที่เจ้าหนี้มีประกันยื่นคําร้อง ตามมาตรา 95 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช 2483 ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดําเนินการดังต่อไปนี้
2.1 ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตรวจสอบเบื้องต้น หากนิติกรรมที่ลูกหนี้กระทํา เป็นโมฆะหรืออยู่ในข่ายเพิกถอน ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 ก็ให้ดําเนินการ ตามกฎหมายหรือตามคําสั่งกรมบังคับคดีว่าด้วยการปฏิบัติงานในเรื่องนั้นๆต่อไป
2.2 หากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตรวจสอบไม่พบเหตุตามข้อ 2.1 ให้รวบรวมข้อมูล เกี่ยวกับทรัพย์อันเป็นหลักประกัน เช่น สําเนาเอกสารสิทธิ์ สัญญาจํานอง จํานํา ภาพถ่ายทรัพย์สินปัจจุบัน แผนที่ตั้งทรัพย์ ราคาประเมิน เป็นต้น และเอกสารเกี่ยวกับมูลหนี้ที่มีประกัน รวมทั้งจํานวนยอดหนี้ ณ วันขึ้น คําร้อง และให้ผู้ร้องวางเงินประกันค่าใช้จ่าย 5,000 บาท
2.3 ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เสนอที่ประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาว่าประสงค์ จะทําเนินการกับทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน หรือไม่
2.4 หากที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติไม่เห็นชอบให้ดําเนินการ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ งดดําเนินการตามมติที่ประชุมเจ้าหนี้ แต่การงดดําเนินการนี้ไม่ตัดสิทธิเจ้าหนี้มีประกันที่จะดําเนินการบังคับคดี กับทรัพย์หลักประกันตามกฎหมายอื่น
2.5 ในกรณีที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติให้ดําเนินการยึดและขายทอดตลาดทรัพย์สินอันเป็น หลักประกัน ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดําเนินการยึดและขายทอดตลาดทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันและ าเนินการสอบสวนทําคําสั่งต่อไป
2.6 ในการทําคําสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทําคําสั่งให้เสร็จภายใน 15 วัน นับแต่ วันเสร็จการสอบสวน กรณีจําเป็น อาจทําสั่งให้แล้วเสร็จภายในกําหนดเวลาดังกล่าว ให้รายงานตามลําดับ เพื่อขออนุญาตขยายระยะเวลาต่อผู้อํานวยการกองหรือผู้ได้รับมอบหมายแล้วแต่กรณี
2.7 คําสั่งตามมาตรา 95 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 ให้เสนอ ผู้อํานวยการกองหรือผู้ได้รับมอบหมายเพื่อพิจารณาสั่งการหรือเห็นชอบ และแจ้งคําสั่งให้ผู้ร้องทราบ