法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ และสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ของบริษัทเงินทุน บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
19
มาตรา อารัมภบท

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

เรื่อง สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้

และสินทรัพย์

ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ของบริษัทเงินทุน

บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์

และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์

เพื่อให้ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้

และสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ของบริษัทเงินทุน

บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์

ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงิน

และการบันทึกบัญชีลูกหนี้ของสถาบันการเงินสอดคล้องกับการปรับปรุงมาตรฐานการบัญชี

ฉบับที่ ๓๔ เรื่อง การบัญชีสำหรับการปรับโครงสร้างหนี้ที่มีปัญหา

และสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้ปรับปรุงประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยฉบับนี้

อาศัยอำนาจตามมาตรา ๒๓ ทวิ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๕๖ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน

ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกำหนดไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ให้ยกเลิกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง

สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ และสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ของบริษัทเงินทุน

บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ลงวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศฉบับนี้

(๑) สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้

หมายถึง สินทรัพย์จัดชั้นสูญ

(๒) สินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้

หมายถึง

(ก) สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญ

(ข) สินทรัพย์จัดชั้นสงสัย

(ค) สินทรัพย์จัดชั้นต่ำกว่ามาตรฐาน

(ง) สินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษหรือสินทรัพย์จัดชั้นควรระวังเป็นพิเศษ

(จ) สินทรัพย์จัดชั้นปกติ

(๓) เงินสำรอง หมายถึง เงินสำรองที่กันไว้เป็นค่าเผื่อหนี้สูญหรือหนี้สงสัยจะสูญ

ค่าเผื่อการลดราคา ค่าเผื่อการด้อยค่า ค่าเผื่อการปรับมูลค่า สำหรับสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ ทั้งนี้

บริษัทจะต้องกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นแต่ละประเภทตามอัตราและหลักเกณฑ์ที่ระบุในประกาศฉบับนี้

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

สินทรัพย์จัดชั้นสูญดังต่อไปนี้ให้ตัดออกจากบัญชี

(๑) สิทธิเรียกร้องซึ่งได้ปฏิบัติการโดยสมควรเพื่อให้ได้รับชำระหนี้แต่ไม่มีทางที่จะได้รับชำระหนี้แล้ว

โดยให้พิจารณาตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(ก) ลูกหนี้ถึงแก่ความตาย เป็นคนสาบสูญ หรือมีหลักฐานว่าหายสาบสูญไป

และไม่มีทรัพย์สินใด ๆ จะชำระหนี้ได้

(ข) ลูกหนี้เลิกกิจการ

และมีหนี้ของเจ้าหนี้รายอื่นมีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินทั้งหมดของลูกหนี้อยู่ในลำดับก่อนเป็นจำนวนมากกว่าทรัพย์สินของลูกหนี้

(ค) บริษัทได้ฟ้องลูกหนี้หรือได้ยื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้อง

และในกรณีนั้น ๆ ได้มีคำบังคับหรือคำสั่งของศาลแล้ว แต่ลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินใด ๆ

จะชำระหนี้ได้

(ง) บริษัทได้ฟ้องลูกหนี้ในคดีล้มละลายหรือได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องในคดีล้มละลาย

และในกรณีนั้น ๆ ได้มีการประนอมหนี้กับลูกหนี้ โดยศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยกับการประนอมหนี้นั้น

หรือลูกหนี้ถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายและได้มีการแบ่งทรัพย์สินของลูกหนี้ครั้งแรกแล้ว

(๒) สิทธิเรียกร้องซึ่งตามพฤติการณ์ไม่อาจเรียกให้ชำระหนี้ได้

(๓) สินทรัพย์อื่นซึ่งชำรุด

เสียหาย หรือหมดราคา

(๔) ส่วนสูญเสียที่เกิดจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้

ให้กันเงินสำรองในอัตราร้อยละ ๑๐๐

(๑) ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า

๑๒ เดือน นับแต่วันถึงกำหนดชำระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญา

หรือวันที่บริษัททวงถามหรือเรียกให้ชำระคืน แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน

ยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญแล้ว

(๒) อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการชำระหนี้

หรือซื้อจากการขายทอดตลาดเฉพาะส่วนที่เป็นผลต่างของราคาตามบัญชีที่สูงกว่ามูลค่าที่ได้จากการประเมินราคาหรือตีราคาไว้ไม่เกิน

๑๒ เดือน

โดยมูลค่าที่กล่าวให้หักด้วยประมาณการค่าใช้จ่ายในการขายก่อนนำไปเปรียบเทียบกับราคาตามบัญชี

แต่หากบริษัทได้ทำการประเมินราคาหรือตีราคาไว้เกินกว่า ๑๒ เดือน

ให้นำมูลค่าที่ได้จากการประเมินราคาหรือตีราคามาใช้ได้เพียงร้อยละ ๕๐ ทั้งนี้

ในการประเมินราคาหรือตีราคาอสังหาริมทรัพย์ที่กล่าวให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การประเมินมูลค่าหลักประกันของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

ยกเว้นเกณฑ์การเลือกใช้การประเมินราคาหรือการตีราคา

ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหลักเกณฑ์ดังกล่าว มิให้นำมาใช้บังคับในเรื่องนี้

และให้บริษัทถือปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

(ก)

อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการชำระหนี้หรือซื้อจากการขายทอดตลาด

แต่ละแปลงมีราคาตามบัญชีตั้งแต่ ๕๐ ล้านบาทขึ้นไป ให้ใช้การประเมินราคา

(ข)

อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการชำระหนี้หรือซื้อจากการขายทอดตลาด

แต่ละแปลงมีราคาตามบัญชีต่ำกว่า ๕๐ ล้านบาทขึ้นไป บริษัทจะใช้การตีราคา หรือการประเมินราคาก็ได้

(ค)

อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการชำระหนี้หรือซื้อจากการขายทอดตลาดหลายแปลง

ที่ไม่สามารถแยกจำหน่ายจากกันได้ หากมีราคาตามบัญชีรวมกันตั้งแต่ ๕๐ ล้านบาทขึ้นไป

ให้ใช้การประเมินราคาเช่นเดียวกับข้อ (๒) (ก)

(๓)

สินทรัพย์อื่นเฉพาะส่วนที่เป็นผลต่างของราคาตามบัญชีที่สูงกว่ามูลค่ายุติธรรม

หรือมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน ทั้งนี้

บริษัทต้องกำหนดมูลค่ายุติธรรมหรือมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ในมาตรฐานการบัญชี

(๔)

ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เฉพาะส่วนที่เป็นผลต่างของยอดหนี้ที่สูงกว่ามูลค่าหลักประกัน

(๕)

สินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องที่คาดว่าจะเรียกคืนไม่ได้ทั้งจำนวน

(๖)

ส่วนสูญเสียที่เกิดจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

(๗)

มีเหตุประการอื่นที่แสดงว่าสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องนั้นจะเรียกคืนไม่ได้ทั้งจำนวนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่ง

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้กันเงินสำรองในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ

๕๐

(๑)

ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า ๖

เดือน นับแต่วันถึงกำหนดชำระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญา

หรือวันที่บริษัททวงถามหรือเรียกให้ชำระคืน แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน ยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญหรือสงสัยจะสูญแล้ว

(๒)

ลูกหนี้ที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้ว

(๓)

ลูกหนี้ที่หยุดดำเนินกิจการหรือเลิกกิจการ

หรือกิจการของลูกหนี้อยู่ระหว่างชำระบัญชี

(๔)

ลูกหนี้ที่ประวิงการชำระหนี้ หรือกระทำการใด ๆ

เพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ เช่น ออกไปเสียนอกราชอาณาจักร

หรือยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน

(๕)

ลูกหนี้ที่บริษัทติดต่อไม่ได้ หรือตามตัวลูกหนี้ไม่พบ

หรือลูกหนี้ไปเสียจากภูมิลำเนาที่ปรากฏตามสัญญาโดยไม่แจ้งให้บริษัททราบ

(๖)

ลูกหนี้ที่ไม่ปรากฏธุรกิจแน่ชัด หรือไม่ได้ประกอบธุรกิจจริงจัง

หรือนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

(๗)

บริษัทได้ยื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้อง

(๘)

สินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องที่คาดว่าจะเรียกให้ชำระคืนไม่ได้ครบถ้วน

(๙)

มีเหตุประการอื่นที่แสดงว่าสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องนั้นคาดว่าจะเรียกคืนไม่ได้ครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่ง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

สินทรัพย์จัดชั้นต่ำกว่ามาตรฐานตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้

ให้กันเงินสำรองในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒๐

(๑)

ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า ๓

เดือน นับแต่วันถึงกำหนดชำระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญา

หรือวันที่บริษัททวงถามหรือเรียกให้ชำระคืน แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน

ยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญ สงสัยจะสูญ หรือสงสัยแล้ว

(๒)

มีเหตุประการอื่นที่แสดงว่าสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องนั้นมีปัญหาในการเรียกให้ชำระคืน

หรือไม่ก่อให้เกิดรายได้ตามปกติตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่ง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

สินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษหรือสินทรัพย์จัดชั้นควรระวังเป็นพิเศษตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้

ให้กันเงินสำรองในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒

หรืออัตราที่ต่ำกว่าซึ่งคำนวณได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

โดยใช้ยอดคงค้างของต้นเงินที่ไม่รวมดอกเบี้ยค้างรับเป็นฐานในการคำนวณเงินสำรอง

ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า

๑ เดือน นับแต่วันถึงกำหนดชำระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญา

หรือวันที่บริษัททวงถามหรือเรียกให้ชำระคืน แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน

ยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญ สงสัยจะสูญ สงสัย หรือต่ำกว่ามาตรฐานแล้ว

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

สินทรัพย์จัดชั้นปกติตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้

ให้กันเงินสำรองในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑

หรืออัตราที่ต่ำกว่าซึ่งคำนวณได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

โดยใช้ยอดคงค้างของต้นเงินที่ไม่รวมดอกเบี้ยค้างรับเป็นฐานในการคำนวณเงินสำรอง

(๑)

ลูกหนี้ที่ไม่ผิดนัดชำระหนี้

(๒)

ลูกหนี้อื่นที่ไม่เข้าข่ายเป็นลูกหนี้จัดชั้นสูญ สงสัยจะสูญ สงสัย

ต่ำกว่ามาตรฐานหรือกล่าวถึงเป็นพิเศษ (หรือควรระวังเป็นพิเศษ)

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ให้บริษัทจัดชั้นเงินให้สินเชื่อโดยพิจารณาเป็นรายบัญชี

ไม่ต้องพิจารณาจัดชั้นเป็นกลุ่มลูกหนี้

หรือจัดชั้นลูกหนี้ในเครือเดียวกันไว้ที่ชั้นเดียวกัน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ลูกหนี้ที่มีหนังสือยืนยันการตรวจรับงานจากหน่วยราชการตามระเบียบของหน่วยราชการนั้นที่มีระยะเวลาไม่เกิน

๖ เดือน นับแต่วันตรวจรับงาน

เงินให้สินเชื่อส่วนที่มีหนังสือยืนยันนั้นให้ถือเป็นสินทรัพย์จัดชั้นปกติ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์

ให้ถือเป็นลูกหนี้ที่ไม่ต้องจัดชั้น และไม่ต้องกันเงินสำรอง เว้นแต่เป็นกรณีตามข้อ

๔ (๔)

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

ให้บริษัทถือปฏิบัติดังต่อไปนี้

(๑) ตัดส่วนสูญเสียออกจากบัญชี

หรือกันเงินสำรอง ดังต่อไปนี้

(ก) ในกรณีที่บริษัทยินยอมลดต้นเงินหรือดอกเบี้ยที่ค้างชำระก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้แก่ลูกหนี้

หรือรับชำระหนี้โดยการรับโอนสินทรัพย์ ตราสารการเงิน

หรือรับทุนของลูกหนี้ที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุน

ให้บริษัทตัดจำหน่ายบัญชีลูกหนี้และบันทึกส่วนสูญเสียที่เกิดขึ้น

พร้อมกับโอนกลับรายการเงินสำรองส่วนเกินที่กันไว้เฉพาะสำหรับลูกหนี้รายนั้นทั้งจำนวนได้

(ข) ในกรณีที่บริษัทยินยอมผ่อนปรนเงื่อนไขในการชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้

โดยไม่มีการลดต้นเงินและดอกเบี้ยที่ค้างชำระก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้

ซึ่งมีผลทำให้มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนของหนี้ที่มีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่ได้คำนวณตามวิธีการที่กำหนดไว้

ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดต่ำกว่าราคาตามบัญชีเดิมรวมดอกเบี้ยค้างรับที่บันทึกในบัญชีของลูกหนี้ก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้

ให้บริษัทบันทึกเงินสำรองสำหรับส่วนสูญเสียที่เกิดขึ้นดังกล่าวทั้งจำนวน ทั้งนี้

บริษัทสามารถโอนกลับรายการเงินสำรองที่กันไว้แล้วเดิมก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้สำหรับลูกหนี้รายนั้นได้เฉพาะจำนวนที่กันไว้แล้วสูงกว่าจำนวนส่วนสูญเสียที่ต้องกัน

และหากเงินสำรองที่กันไว้แล้วต่ำกว่าจำนวนส่วนสูญเสียที่ต้องกันก็ให้กันเงินสำรองเพิ่มขึ้นให้ครบจำนวนส่วนสูญเสียที่ต้องกันดังกล่าว

(ค) ในกรณีที่บริษัทยินยอมลดต้นเงินหรือดอกเบี้ยที่ค้างชำระก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้แก่ลูกหนี้

หรือรับชำระหนี้บางส่วนโดยการรับโอนสินทรัพย์ ตราสารการเงิน

หรือรับทุนของลูกหนี้ที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุน

และผ่อนปรนเงื่อนไขในการชำระหนี้ในส่วนที่เหลือให้แก่ลูกหนี้ ให้บริษัทปฏิบัติตาม (ก) สำหรับกรณีการลดต้นเงินหรือดอกเบี้ย

หรือการรับชำระหนี้ดังกล่าว และปฏิบัติตาม (ข) ในส่วนการผ่อนปรนเงื่อนไขในการชำระหนี้

(๒) ในระหว่างติดตามผลการปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้

ซึ่งลูกหนี้ต้องชำระเงินตามสัญญาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ใหม่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า

๓ เดือน หรือ ๓ งวด การชำระเงินแล้วแต่ระยะเวลาใดจะนานกว่า ให้ดำเนินการดังนี้

(ก) ลูกหนี้ที่ถูกจัดชั้นเป็นสงสัยจะสูญ

หรือสงสัย ให้จัดชั้นเป็นต่ำกว่ามาตรฐาน

(ข) ลูกหนี้ที่ถูกจัดชั้นเป็นต่ำกว่ามาตรฐาน หรือกล่าวถึงเป็นพิเศษ (หรือควรระวังเป็นพิเศษ) ให้คงจัดชั้นเช่นเดิม

ทั้งนี้

บริษัทจะต้องกันเงินสำรองสำหรับลูกหนี้ตามสถานะการจัดชั้นหลังการปรับปรุงโครงสร้างหนี้

หากเงินสำรองตาม (๒)

นี้มีจำนวนสูงกว่าเงินสำรองสำหรับส่วนสูญเสียจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตาม

(๑) (ข) และ (ค)

เมื่อลูกหนี้สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้

โดยชำระเงินตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ใหม่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๓ เดือน หรือ ๓

งวดการชำระเงินแล้ว ให้ถือเป็นลูกหนี้จัดชั้นปกติ

ในกรณีที่ลูกหนี้ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการชำระหนี้ใหม่

ให้นับระยะเวลาการค้างชำระรวมกับระยะเวลาการค้างชำระก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้แล้วพิจารณาจัดชั้นตามหลักเกณฑ์การจัดชั้นเพื่อการกันเงินสำรองตามเกณฑ์ในประกาศฉบับนี้ต่อไป

(๓) สำหรับลูกหนี้ที่ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

และเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้

ให้บริษัทจัดชั้นลูกหนี้ดังกล่าวเป็นชั้นปกติได้ทันทีโดยไม่ต้องรอติดตามผลการปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้

(ก) ลูกหนี้ที่สามารถชำระดอกเบี้ยได้ไม่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยในตลาด

(Market interest rate) โดยไม่มีช่วงปลอดการชำระดอกเบี้ย

แต่อาจมีช่วงปลอดชำระเงินต้นได้

(ข) ลูกหนี้ที่มีส่วนสูญเสียจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒๐

ของยอดหนี้ตามบัญชีก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ซึ่งได้มีการตัดออกจากบัญชีแล้ว

หรือได้มีการกันเงินสำรองในอัตราดังกล่าวครบถ้วนแล้ว

โดยหนี้ส่วนที่เหลือได้มีการวิเคราะห์ฐานะและกิจการของลูกหนี้

ตลอดจนกระแสเงินสดอย่างมีหลักเกณฑ์ สมเหตุสมผล

และมีหลักฐานประกอบจนเชื่อได้แน่นอนว่าลูกหนี้สามารถปฏิบัติตามสัญญาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้

(ค) ลูกหนี้ในลักษณะ

Loan Syndication หรือมีเจ้าหนี้หลายราย

ซึ่งบรรดาเจ้าหนี้ได้ตกลงปรับปรุงโครงสร้างหนี้ร่วมกันได้

และสามารถแสดงหลักฐานการวิเคราะห์ฐานะและกิจการของลูกหนี้

ตลอดจนกระแสเงินสดอย่างมีหลักเกณฑ์ สมเหตุสมผล และมีความเป็นไปได้แน่นอนที่ลูกหนี้จะปฏิบัติตามสัญญาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้

(ง) กรณีที่บริษัทได้ฟ้องร้องลูกหนี้

ต่อมาได้มีการตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลได้มีคำพิพากษาตามยอมแล้ว

และกรณีที่บริษัทได้ฟ้องร้องลูกหนี้ตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย

และศาลได้มีคำสั่งเห็นชอบตามคำขอประนอมหนี้หรือแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แล้ว

(๔) กรณีที่บริษัทได้ทำการปรับปรุงโครงสร้างหนี้โดยได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยหรือคณะกรรมการเพื่อส่งเสริมการปรับปรุงโครงสร้างหนี้

ให้บริษัทจัดชั้นลูกหนี้ดังกล่าวเป็นชั้นปกติได้ทันทีโดยไม่ต้องรอติดตามผลการปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้

(๕) ในกรณีที่เห็นว่ามีข้อผิดสังเกตในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้

ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจสั่งการให้มีการแก้ไข

หรือให้บริษัทหาผู้เชี่ยวชาญอิสระมาประเมินหรือทบทวนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้แต่ละรายได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในการกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นทุกประเภท

เว้นแต่สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญตามข้อ ๔ (๒) (๓) (๔)

และ (๖) ให้นำมูลค่าของหลักประกันซึ่งได้ประเมินราคาตามหลักเกณฑ์การประเมินมูลค่าหลักประกันของสถาบันการเงินตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ก่อนการกันเงินสำรอง

โดยบริษัทสามารถเลือกที่จะนำหลักประกันมาหักออกจากบัญชีใดของลูกหนี้ก่อนก็ได้ ทั้งนี้

มูลค่าของหลักประกันที่นำมาหักได้จะต้องไม่สูงเกินกว่าวงเงินที่ระบุในสัญญาจำนำ

สัญญาจำนอง หรือสัญญาประกัน แล้วแต่กรณี ดังนี้

(๑) หลักประกันที่เป็นสิทธิในตั๋วสัญญาใช้เงิน

หรือบัตรเงินฝากที่บริษัทนั้นนำมาหักได้ร้อยละ ๑๐๐

(๒) หลักประกันประเภทหนังสือค้ำประกันที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศกรณีที่เป็น

Standby Letter of Credit (SBLC) ให้นำมาหักได้ร้อยละ

๑๐๐ ของวงเงินที่ระบุใน SBLC และกรณีที่เป็น

Letter of Guarantee (LG) ให้นำมาหักได้ร้อยละ

๙๕ ของวงเงินที่ระบุไว้ใน LG

(๓) หลักประกันที่ใกล้เคียงเงินสด

เช่น หลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดนำมาหักได้ไม่เกินร้อยละ ๙๕ ของราคาตลาด

(๔) หลักประกันอื่นนอกจาก

(๑) (๒) และ (๓)

ที่ได้มีการประเมินราคา หรือมีการตีราคาไว้ไม่เกิน

๑๒ เดือน ให้นำมาหักได้ไม่เกินร้อยละ ๙๐

ของมูลค่าที่ได้จากการประเมินราคาหรือการตีราคา

หากมีการประเมินราคาหรือมีการตีราคาไว้เกินกว่า ๑๒ เดือน

ให้นำมาหักได้ไม่เกินร้อยละ ๕๐ ของมูลค่าที่ได้จากการประเมินราคาหรือการตีราคา

(๕) หลักประกันอื่นนอกจาก

(๑) (๒) และ (๓)

สำหรับลูกหนี้รายย่อยที่มียอดคงค้างต่ำกว่า

๕ ล้านบาท ที่ได้มีการประเมินราคาหรือมีการตีราคาไว้ไม่เกิน ๓๖ เดือน

ให้นำมาหักได้ไม่เกินร้อยละ ๙๐ ของมูลค่าที่ได้จากการประเมินราคาหรือการตีราคา

หากมีการประเมินราคาหรือมีการตีราคาไว้เกินกว่า ๓๖ เดือน

ให้นำมาหักได้ไม่เกินร้อยละ ๕๐ ของมูลค่าที่ได้จากการประเมินราคาหรือการตีราคา

(๖) ลูกหนี้จัดชั้นรายใดที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน

หรือที่รัฐบาลจะจัดสรรเงินงบประมาณเพื่อชำระหนี้ให้

หรือที่มีหลักฐานว่าจะได้รับชำระเงินจากหน่วยราชการใดอย่างแน่นอน ให้นำวงเงินที่ได้รับการค้ำประกันหรือที่จะได้รับชำระนั้นมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ก่อนคำนวณเงินสำรอง

สำหรับสินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษหรือสินทรัพย์จัดชั้นควรระวังเป็นพิเศษตามข้อ

๗ และสินทรัพย์จัดชั้นปกติตามข้อ ๘ บริษัทจะนำมูลค่าของหลักประกันมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ก่อนการกันเงินสำรองหรือไม่ก็ได้

ในกรณีที่บริษัทเลือกที่จะนำมูลค่าหลักประกันมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ก่อนการกันเงินสำรอง

มูลค่าของหลักประกันที่จะนำมาหักได้ให้เป็นไปตามข้อ (๑) (๒) (๓)

และ (๖) และสำหรับหลักประกันอื่นนอกจาก (๑) (๒) (๓)

และ (๖) ที่ได้มีการประเมินราคาหรือมีการตีราคาไว้ไม่เกิน ๓๖ เดือน

ให้นำมาหักได้ไม่เกินร้อยละ ๙๐ ของมูลค่าที่ได้จากการประเมินราคาหรือการตีราคา

หากมีการประเมินราคาหรือมีการตีราคาไว้เกินกว่า ๓๖ เดือน

ให้นำมาหักได้ไม่เกินร้อยละ ๕๐ ของมูลค่าที่ได้จากการประเมินราคาหรือการตีราคา

เว้นแต่กรณีที่เป็นลูกหนี้ที่มีบัญชีอื่นถูกจัดชั้นต่ำกว่ามาตรฐาน สงสัย

หรือสงสัยจะสูญ มูลค่าหลักประกันอื่น นอกจาก (๑) (๒) (๓)

และ (๖) ที่จะนำมาหักให้ใช้เกณฑ์ตามข้อ ๑๓ (๔) และ (๕)

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ลูกหนี้จัดชั้นสงสัยจะสูญรายใดที่ได้กันเงินสำรองครบถ้วนแล้ว

และบริษัทได้ตัดจำหน่ายลูกหนี้รายดังกล่าวออกจากบัญชีแล้วตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

เรื่อง การกำหนดให้บริษัทเงินทุน บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์

และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ปฏิบัติเกี่ยวกับการตัดจำหน่ายลูกหนี้ออกจากบัญชี

ลงวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๔๒ และประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง

สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้

และสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ ลงวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๔๕

ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้

ให้บริษัทบันทึกลูกหนี้ดังกล่าวรายที่มีหลักประกันกลับเข้ามาในบัญชี โดยให้บันทึกบัญชีกลับรายการบัญชีที่ได้เคยบันทึกไว้เมื่อมีการตัดจำหน่ายลูกหนี้รายดังกล่าวออกจากบัญชี

ส่วนลูกหนี้รายที่ไม่มีหลักประกัน ถ้าบริษัทจะบันทึกลูกหนี้กลับเข้ามาในบัญชี

ให้บริษัทบันทึกบัญชีโดยกลับรายการบัญชีที่ได้เคยบันทึกไว้เมื่อมีการตัดจำหน่ายลูกหนี้รายดังกล่าวออกจากบัญชีด้วยเช่นกัน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ในการกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ (หรือควรระวังเป็นพิเศษ) ตามข้อ ๗ และสินทรัพย์จัดชั้นปกติตามข้อ

๘ หากธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่าอัตราที่คำนวณได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไม่เพียงพอที่จะรองรับความเสี่ยงสำหรับบริษัทใด

ธนาคารแห่งประเทศไทยมีสิทธิสั่งการให้บริษัทนั้นกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นดังกล่าวในอัตราที่เห็นสมควรได้

แต่ต้องไม่เกินร้อยละ ๒ หรือ ร้อยละ ๑ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ในระหว่างเวลาที่บริษัทยังไม่ได้ตัดสินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ออกจากบัญชี

หรือยังกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ครบจำนวน

บริษัทจะจ่ายเงินปันผลหรือเงินตอบแทนอื่นใดแก่ผู้ถือหุ้นมิได้

เมื่อบริษัทกันเงินสำรองสำหรับงวดการบัญชีหลังของปี ๒๕๔๔ ครบตามจำนวนที่พึงกันแล้ว

หากในงวดการบัญชีต่อไป มีจำนวนเงินสำรองที่พึงกันลดลง

ห้ามบริษัทโอนเงินสำรองพึงกันส่วนที่เกินดังกล่าวเป็นรายได้ เว้นแต่ เป็นการลดลงของเงินสำรองอันเนื่องมาจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ในกรณีที่บริษัทประสงค์จะจัดชั้นสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องและกันเงินสำรองโดยใช้เกณฑ์ที่เข้มงวดกว่าข้อกำหนดตามประกาศฉบับนี้

ให้บริษัทสามารถกระทำได้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ให้บริษัทจัดทำรายงานการสอบทานเงินให้สินเชื่อและภาระผูกพันส่งไปยังธนาคารแห่งประเทศไทยตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และแบบรายงานที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่งวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนหลังของปี

๒๕๔๕ เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๖

หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

[รก.๒๕๔๖/พ๒๘ง/๒๕/๓ มีนาคม ๒๕๔๖]

เกษร/พิมพ์

ทรงยศ/สราวุฒิ จัดทำ

๒๑

พฤษภาคม ๒๕๔๖

19 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ และสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ของบริษัทเงินทุน บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c6db4af006248b04

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com