法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การกำหนดใช้สาขาของธนาคารต่างประเทศดำรงเงินกองทุน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
4
มาตรา อารัมภบท

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

เรื่อง การกำหนดให้สาขาของธนาคารต่างประเทศดำรงเงินกองทุน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์

พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕

ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกำหนดด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิก

(๑) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การกำหนดให้สาขาของธนาคาร

ต่างประเทศดำรงเงินกองทุน ลงวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๓๙

(๒) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การกำหนดให้สาขาของธนาคาร

ต่างประเทศดำรงเงินกองทุน (ฉบับที่ ๒) ลงวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๔๑

(๓) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การกำหนดให้สาขาของธนาคาร

ต่างประเทศดำรงเงินกองทุน (ฉบับที่ ๓) ลงวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๔๑

(๔) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การกำหนดให้สาขาของธนาคาร

ต่างประเทศดำรงเงินกองทุน (ฉบับที่ ๔) ลงวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๔๒

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ เงินกองทุนของสาขาของธนาคารต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตให้

ประกอบการธนาคารพาณิชย์หมายความถึงสินทรัพย์ที่ต้องดำรงตามมาตรา ๖ แห่งพระราช

บัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการธนาคาร

พาณิชย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๒

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้สาขาของธนาคารต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบการ

ธนาคารพาณิชย์ ดำรงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์และภาระผูกพันไม่ต่ำกว่าร้อยละ

๗.๕

ทั้งนี้ การดำรงเงินกองทุนตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่

กำหนดไว้ในข้อ ๔ ถึงข้อ ๖

สินทรัพย์และภาระผูกพันตามวรรคหนึ่ง มิให้รวมถึงทรัพย์สินและภาระผูกพัน

ของกิจการวิเทศธนกิจตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การประกอบกิจการวิเทศธนกิจของ

ธนาคารพาณิชย์ ลงวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๓๕ หรือที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมต่อไป และสินทรัพย์

และภาระผูกพันของกิจการวิเทศธนกิจสาขาต่างจังหวัดตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การ

ประกอบกิจการวิเทศธนกิจสาขาต่างจังหวัดของธนาคารพาณิชย์ ลงวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๓๗

หรือที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมต่อไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในการดำรงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์และภาระผูกพันตาม

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้สาขาของธนาคารต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบการธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติ

ตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้

(๑) นำรายการในงบการเงินทางด้านสินทรัพย์ทุกรายการ และภาระผูกพันทุก

รายการโดยใช้มูลค่าตามบัญชี ณ วันที่รายงานมาคำนวณกับน้ำหนักความเสี่ยงส่วนสินทรัพย์และ

ภาระผูกพันที่เป็นเงินตราต่างประเทศให้แปลงค่าเป็นเงินบาทก่อนโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิง ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง อัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งจะ

ประกาศทุกเช้าของวันทำการถัดไปของวันจัดทำรายงาน ทั้งนี้ ให้ใช้อัตราเฉลี่ยระหว่างอัตราซื้อถัว

เฉลี่ยขั้นต่ำสุดและอัตราขายถัวเฉลี่ย สำหรับสกุลเงินซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยมิได้ประกาศ

อัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงไว้ให้ใช้วิธีการคำนวณจากอัตราไขว้ (Cross Rate)

(๒) คูณสินทรัพย์แต่ละรายการด้วยน้ำหนักความเสี่ยงตามที่กำหนดในข้อ ๕

(๓) คูณภาระผูกพันแต่ละรายการด้วยค่าแปลงสภาพ ( Credit Conversion

Factor) ตามที่กำหนดในข้อ ๖ แล้วนำค่าที่ได้คูณกับน้ำหนักความเสี่ยงของสินทรัพย์แต่ละ

ประเภทตามที่กำหนดในข้อ ๕ อีกครั้งหนึ่ง

(๔) รวมผลคูณของสินทรัพย์ตาม (๒) และภาระผูกพันตาม (๓) ทุกรายการ

และนำเงินกองทุนมาคำนวณอัตราส่วนกับผลลัพธ์ที่ได้ โดยเงินกองทุนต้องเป็นอัตราส่วนกับผล

ลัพธ์ดังกล่าวไม่ต่ำกว่าที่กำหนดในข้อ ๓

(๕) น้ำหนักความเสี่ยงของสินทรัพย์แต่ละประเภท

น้ำหนักความเสียง ๐

(๑) เงินสดที่เป็นเงินบาทและเงินตราต่างประเทศ

(๒) เงินฝากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย

(๓) เงินลงทุนในตลาดซื้อขายพันธบัตร โดยมีสัญญาว่าจะซื้อคืนหรือ

ขายคืนซึ่งดำเนินการโดยธนาคารแห่งประเทศไทย

(๔) เงินลงทุนในหลักทรัพย์รัฐบาลไทย หรือหลักทรัพย์ที่กระทรวงการ

คลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหลักทรัพย์ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือเงินให้สินเชื่อที่มี

หลักทรัพย์ข้างต้นเป็นประกัน รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ

(๕) เงินให้สินเชื่อที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย

หรือเงินให้สินเชื่อใดที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้จัดสรรเงินงบประมาณเพื่อชำระหนี้ให้

(๖) เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์รัฐบาลหรือธนาคาร

กลางที่กำหนดไว้ในภาคผนวก ๑ หรือเงินให้สินเชื่อในส่วนที่รัฐบาลหรือธนาคารกลางดังกล่าวค้ำ

ประกันโดยปราศจากเงื่อนไข หรือในส่วนที่มีหลักทรัพย์รัฐบาล หรือธนาคารกลาง ดังกล่าวเป็น

ประกัน รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ

(๗) เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์รัฐบาลหรือธนาคาร

กลางนอกจากที่กำหนดไว้ในภาคผนวก ๑ หรือเงินให้สินเชื่อที่รัฐบาลหรือธนาคารกลางดังกล่าวค้ำ

ประกันโดยปราศจากเงื่อนไข รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ ทั้งนี้ ต้องเป็นสกุลเงินของประเทศนั้น และ

ไม่เกินกว่าหนี้สินที่ธนาคารพาณิชย์มีอยู่ในเงินสกุลนั้น

(๘) เงินฝาก เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์กองทุนเพื่อการ

ฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน หรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและ

พัฒนาระบบสถาบันการเงินถือหุ้นเต็มจำนวน รวมถึงเงินให้สินเชื่อซึ่งนิติบุคคลดังกล่าว รับรอง

รับอาวัล หรือค้ำประกัน หรือเงินให้สินเชื่อที่มีตราสารที่ออกโดยนิติบุคคลดังกล่าวเป็นประกัน

รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ

(๙) เงินให้สินเชื่อที่มีสิทธิ ซึ่งมีตราสารการฝากเงินซึ่งออกโดย

ธนาคารพาณิชย์นั้นเป็นประกัน ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่ไม่เกินมูลค่าตามตราสารนั้น

(๑๐) ยอดเหลื่อมบัญชีระหว่างสำนักงานของธนาคารพาณิชย์นั้น

(๑๑) ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี

(๑๒) เงินให้สินเชื่อเฉพาะส่วนซึ่งเท่ากับจำนวนที่ได้กันไว้เผื่อหนี้

สงสัยจะสูญ

(๑๓) ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า

(๑๔) เงินสดระหว่างเรียกเก็บเพื่อประโยชน์ของลูกค้า

(๑๕) ตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกโดยบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์กรุงไทยธน

กิจจำกัด (มหาชน) และบัตรเงินฝากที่ออกโดยธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ตามโครงการรับ

แลกเปลี่ยนตั๋ว ๕๖ บริษัทเงินทุนที่ถูกระงับการดำเนินกิจการ ในส่วนที่เป็นต้นเงินตามหน้าตั๋ว

และดอกเบี้ยค้างรับ

(๑๖) เงินให้สินเชื่อในส่วนที่มีตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกโดยบริษัทเงินทุน

หลักทรัพย์กรุงไทยธนกิจ จำกัด (มหาชน) หรือบัตรเงินฝากที่ออกโดยธนาคารกรุงไทย จำกัด

(มหาชน) ตามโครงการรับแลกเปลี่ยนตั๋ว ๕๖ บริษัทเงินทุนที่ถูกระงับการดำเนินกิจการ จำนำ

เป็นประกัน รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ

น้ำหนักความเสียง ๐.๒

(๑) เงินฝาก เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งออกโดย

ธนาคารพาณิชย์หรือเงินให้สินเชื่อที่มีธนาคารพาณิชย์รับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกันรวมทั้งเงิน

ให้สินเชื่อที่มีตราสารซึ่งออกโดยธนาคารพาณิชย์เป็นประกัน รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ

(๒) เงินฝาก เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งออกโดย

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรหรือ

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือเงินให้สินเชื่อที่มีธนาคารดังกล่าวรับรอง

รับอาวัล หรือค้ำประกัน รวมทั้งเงินให้สินเชื่อที่มีตราสารซึ่งออกโดยธนาคารดังกล่าวเป็นประกัน

รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ

(๓) เงินฝาก เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ ซึ่งออกโดย

บริษัทเงินทุน บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ หรือบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรม

แห่งประเทศไทยหรือเงินให้สินเชื่อที่มีสถาบันดังกล่าวรับรอง รับอาวัลหรือค้ำประกัน รวมทั้งเงินให้

สินเชื่อซึ่งมีตราสารที่ออกโดยสถาบันดังกล่าวเป็นประกันรวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ

(๔) เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งออกโดยองค์การของ

รัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเงินให้สินเชื่อที่มีสถาบันดังกล่าวรับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกัน รวมทั้ง

เงินให้สินเชื่อที่มีตราสารซึ่งออกโดยสถาบันที่กล่าวเป็นประกัน รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ

(๕) เงินฝาก เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งออกโดย

ธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศที่กำหนดไว้ในภาคผนวก ๑ หรือเงินให้สินเชื่อที่มี

ธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวรับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกัน รวมทั้งเงินให้สินเชื่อที่มีตราสารซึ่งออก

โดยธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในกลุ่มประเทศตามที่กำหนดไว้ในภาคผนวก ๑ เป็นประกัน รวม

ทั้งดอกเบี้ยค้างรับ

(๖) เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งออกโดยองค์การของ

รัฐในประเทศที่กำหนดไว้ในภาคผนวก ๑ หรือเงินให้สินเชื่อที่มีสถาบันดังกล่าวรับรอง รับอาวัล

หรือค้ำประกัน รวมทั้งเงินให้สินเชื่อที่มีตราสาร ซึ่งออกโดยสถาบันดังกล่าวเป็นประกัน รวมทั้ง

ดอกเบี้ยค้างรับ

(๗) เงินให้สินเชื่อ หรือเงินทุนในหลักทรัพย์ ซึ่งออกโดยองค์การ

ระหว่างประเทศที่กำหนดไว้ในภาคผนวก ๒ หรือเงินให้สินเชื่อที่มีองค์การดังกล่าวรับรอง รับ

อาวัล หรือค้ำประกัน รวมทั้งเงินให้สินเชื่อที่มีตราสารซึ่งออกโดยองค์การดังกล่าวเป็นประกัน รวม

ทั้งดอกเบี้ยค้างรับ

(๘) เงินฝาก เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งออกโดย

ธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนนอกกลุ่มประเทศที่กำหนดไว้ในภาคผนวก ๑ หรือเงินให้สินเชื่อที่มี

ธนาคารพาณิชย์รับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกัน รวมทั้งเงินให้สินเชื่อที่มีตราสารซึ่งออกโดย

ธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวเป็นประกัน รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ ทั้งนี้ ต้องมีระยะเวลาคงเหลือไม่

เกิน๑ ปี

(๙) เงินให้สินเชื่อเพื่อการส่งออกตามเล็ตเตอร์ออฟเครดิต หรือเงินให้

สินเชื่อเพื่อการส่งออก ตามเอกสารประเภทอื่น ที่ธนาคารพาณิชย์ในต่างประเทศรับผิดชอบในการ

ชำระค่าสินค่าแทนผู้ซื้อ แต่ในกรณีผู้ออกเล็ตเตอร์ออฟเครดิตหรือธนาคารพาณิชย์ที่รับผิดชอบใน

การชำระค่าสินค้า เป็นธนาคารจดทะเบียนนอกกลุ่มประเทศที่กำหนดไว้ในภาคผนวก ๑ จะต้องมี

ระยะเวลาคงเหลือของเล็ตเตอร์ออฟเครดิตหรือระยะเวลาที่ธนาคารพาณิชย์จะต้องชำระค่าสินค่า

ไม่เกิน ๑ ปี

(๑๐) เงินให้สินเชื่อใดที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้จัดสรรเงินงบประมาณ

เพื่อชำระหนี้แต่สำนักงบประมาณมิได้จัดสรรเงินชำระหนี้ให้จนล่วงพ้นระยะเวลาที่ถึงกำหนดชำระ

เกินกว่า ๒ ปี ขึ้นไป

น้ำหนักความเสี่ยง ๐.๕

(๑) เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งออกโดยเทศบาลหรือ

เงินให้สินเชื่อที่มีเทศบาลรับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกัน รวมทั้งเงินให้สินเชื่อที่มีตราสารที่ออก

โดยเทศบาลเป็นประกัน

(๒) เงินให้สินเชื่อเพื่อการจัดหาที่อยู่อาศัยแก่บุคคลธรรมดา โดยมี

ธนาคารพาณิชย์รับจำนองที่ดินและ/หรือสิ่งปลูกสร้างนั้นลำดับหนึ่งเป็นประกัน ทั้งนี้ที่ดินและสิ่ง

ปลูกสร้างดังกล่าวต้องมีคุณค่าไม่ต่ำกว่ายอดเงินให้สินเชื่อยอดคงค้างรวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ

(๓) ภาระผูกพันที่เป็นสัญญาเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนหรืออัตราดอก

เบี้ยซึ่งได้คูณด้วยค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion Factor) ตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๖ แล้ว เว้น

แต่คู่สัญญาจะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่มีน้ำหนักความเสี่ยงต่ำกว่า ๐.๕

น้ำหนักความเสี่ยง ๑.๐

(๑) เงินให้สินเชื่อแก่ภาคเอกชน และดอกเบี้ยค้างรับ

(๒) เงินฝาก เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งออกโดย

ธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนนอกกลุ่มประเทศที่กำหนดไว้ในภาคผนวก ๑ หรือเงินให้สินเชื่อที่มี

ธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวรับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกัน รวมทั้งเงินให้สินเชื่อที่มีตราสารซึ่งออก

โดยธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวเป็นประกัน ซึ่งมีระยะเวลาคงเหลือ ๑ ปี

(๓) เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์รัฐบาลหรือธนาคาร

กลางนอกกลุ่มประเทศที่กำหนดไว้ในภาคผนวก ๑ หรือเงินให้สินเชื่อที่รัฐบาลหรือธนาคารกลาง

ดังกล่าวค้ำประกันภัยโดยปราศจากเงื่อนไข รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับซึ่งมิใช่เงินสกุลของประเทศนั้น

หรือมีจำนวนเกินกว่าหนี้สินที่ธนาคารพาณิชย์มีอยู่ในเงินสกุลนั้น

(๔) ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ สินทรัพย์ประจำอื่นๆ และทรัพย์สินรอการ

ขาย

(๕) สินทรัพย์อื่นๆที่มิได้ระบุน้ำหนักความเสี่ยงไว้ข้อ ๕ นี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion Factor) ของภาระผูกพันแต่ละ

ประเภท

Credit Conversion Factor ๑.๐

(๑) การรับอาวัลตั๋วเงิน รับรองตั๋วเงิน ค้ำประกันการกู้ยืมเงินและค้ำ

ประกันการขาย ขายลด หรือขายช่วงลดตั๋วเงิน

(๒) การสลักหลังตั๋วเงินแบบผู้รับสลักหลังมีสิทธิไล่เบี้ย (With

Recourse)

(๓) สัญญาการซื้อสินทรัพย์ ซึ่งธนาคารพาณิชย์ต้องปฏิบัติตามโดย

ปราศจากเงื่อนไข

(๔) การค้ำประกัน การรับประกัน หรือการก่อภาระผูกพันในรูปแบบ

ใดๆ ของธนาคารพาณิชย์ อันเนื่องมาจากการขายสินทรัพย์

Credit Conversion Factor ๐.๕

(๑) ภาระผูกพันซึ่งขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของลูกค้า เช่น ค้ำ

ประกันการรับเหมาก่อสร้าง ค้ำประกันการยื่นซองประกวดราคา เป็นต้น

(๒) ค้ำประกันการจำหน่ายตราสารหรือหลักทรัพย์

Credit Conversion Factor ๐.๒

ภาระผูกพันเพื่อการนำสินค้าเข้าตามเล็ตเตอร์ออฟเครดิตทั้งที่มี

เอกสารประกอบแล้ว และยังไม่มีเอกสารประกอบ

Credit Conversion Factor ๐

(๑) ตั๋วเงินเพื่อเรียกเก็บ

(๒) วงเงินที่ลูกค้ายังมิได้ใช้

(๓) ค้ำประกันการออกของ ( Shipping Guarantee)

(๔) ภารผูกพันที่ธนาคารพาณิชย์สามารถบอกยกเลิกเมื่อใดก็ได้

(๕) ภาระผูกพันอื่นๆที่มิได้ระบุค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion

Factor) ไว้ในข้อ ๖ นี้

Credit Conversion Factor สำหรับสัญญาเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน

และอัตราดอกเบี้ย

อายุสัญญาที่เหลือ สัญญาอัตราแลกเปลี่ยน สัญญาอัตราดอกเบี้ย

ไม่เกิน ๑๔ วัน ๐ ๐

ไม่เกิน ๑ ปี ๐.๐๒ ๐.๐๐๕

ตั้งแต่ ๑ ปีขึ้นไป ๐.๐๕ ๐.๐๑

สัญญาอัตราแลกเปลี่ยน ได้แก่สัญญาดังต่อไปนี้

Cross currency interest rate swaps

Forward foreign exchange contracts

Currency futures

Currency option purchase

สัญญาอื่นๆ ในลักษณะเดียวกัน

สัญญาอัตราดอกเบี้ย ได้แก่

Single currency interest rate swaps

Basis swaps

Forward rate agreements

Interest rate futures

Interest rate option purchase

สัญญาอื่นๆ ในลักษณะเดียวกัน

ในกรณีที่ลูกค้ารายเดียวกันทำสัญญาอัตราแลกเปลี่ยนหรือสัญญาอัตราดอกเบี้ยทั้งทาง

ด้านซื้อและด้านขาย ให้คูณจำนวนเงินด้านซื้อและด้านขายด้วย Credit Conversion Factor ก่อน

และนำค่าที่ได้มาหักกลบกัน แล้วจึงนำจำนวนสุทธิไปคูณกับน้ำหนักความเสี่ยงของสินทรัพย์แต่ละ

ประเภทตามที่กำหนดในข้อ ๕

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓

หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

ภาคผนวก ๑

กลุ่มประเทศ Organization for Economic Co-operation and Development

(OECD) และประเทศที่มีฐานะการเงินเทียบเท่า

ออสเตรเลีย ลักเซมเบิร์ก

ออสเตรีย เนเธอร์แลนด์

เบลเยี่ยม นิวซีแลนด์

แคนาดา นอร์เวย์

เดนมาร์ก โปรตุเกส

เยอรมันนี ซาอุดีอาระเบีย

ฟินแลนด์ สเปน

ฝรั่งเศส สวีเดน

กรีซ สวิตเซอร์แลนด์

ไอซ์แลนด์ ตุรกี

ไอร์แลนด์ อังกฤษ

อิตาลี สหรัฐอเมริกา

ญี่ปุ่น

ภาคผนวก ๒

องค์การระหว่างประเทศ

European Investment Bank (EIB)

European Bank for Reconstruction and Development ( EBRD)

International Bank for Reconstruction and Development (IBRD)

including International Finance Corporation ( IFC)

Inter-American Development Bank (IADB)

African Development Bank ( AfDB)

Asian Development Bank (AsDB)

Caribbean Development Bank (CDB)

Nordie Investment Bank (NIB)

[รก.๒๕๔๓/พ๒๔ง/๒๔/๑๗ มีนาคม ๒๕๔๓]

ปรียนันท์/แก้ไข

๓ / ๕ / ๔๕

4 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การกำหนดใช้สาขาของธนาคารต่างประเทศดำรงเงินกองทุน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c6fc1d5d2491b82f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com