法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำแนะนำของประธานศาลปกครองสูงสุด ในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีปกครองในแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
17
มาตรา อารัมภบท

คำแนะนำของประธานศาลปกครองสูงสุด

คำแนะนำของประธานศาลปกครองสูงสุด

ในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีปกครองในแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณ[๑]

โดยที่ได้มีการจัดตั้งแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณขึ้นในศาลปกครอง

เพื่อให้การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีปกครองเกี่ยวกับวินัยการคลังและการงบประมาณเป็นไปโดยรวดเร็วทันต่อการแก้ไขเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายแก่คู่กรณี

อันจะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๘ วรรคหนึ่ง

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ประกอบข้อ ๖

(๕) และ (๖) ของระเบียบ ก.ศป.

ว่าด้วยอำนาจหน้าที่ประธานศาลปกครองสูงสุดและอธิบดีศาลปกครองชั้นต้น

และการบริหารงานศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๔

ประธานศาลปกครองสูงสุดจึงออกคำแนะนำในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีปกครองเกี่ยวกับวินัยการคลังและการงบประมาณ

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในคำแนะนำนี้

“คดีปกครองเกี่ยวกับวินัยการคลังและการงบประมาณ” หมายถึง คดีพิพาททางปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๑

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒

ในกรณีการฝ่าฝืนข้อกำหนดเกี่ยวกับการบริหารการเงินและการคลังที่ออกตามความในกฎหมายระเบียบ

ข้อบังคับ หรือข้อกำหนดอื่นใดที่เกี่ยวกับการรับ การเบิก การจ่าย การใช้จ่าย

การบริหารงบประมาณและก่อหนี้ผูกพัน การจัดเก็บรายได้ การใช้ประโยชน์

การเก็บรักษาการพัสดุ และการจัดการซึ่งเงิน ทรัพย์สิน สิทธิประโยชน์ใด ๆ

ของหน่วยงานทางปกครอง ที่ได้มาจากเงินงบประมาณ เงินนอกงบประมาณ เงินกู้

เงินอุดหนุน เงินบริจาค และเงินช่วยเหลือจากแหล่งในประเทศหรือต่างประเทศ

อันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือวัตถุประสงค์ของหน่วยงานทางปกครอง ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงเงิน ทรัพย์สิน

สิทธิและผลประโยชน์ดังกล่าวที่หน่วยงานทางปกครองมีอำนาจ หรือสิทธิใช้จ่ายหรือประโยชน์ด้วย

ซึ่งเป็นความผิดวินัยทางการคลังและการงบประมาณและได้รับการลงโทษปรับทางปกครองตามกฎหมาย

กรณีมีปัญหาว่าคดีใดเป็นคดีปกครองเกี่ยวกับวินัยการคลังและการงบประมาณหรือไม่

ในกรณีศาลปกครองชั้นต้นให้อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นเป็นผู้วินิจฉัย ส่วนในศาลปกครองสูงสุดให้ประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นผู้วินิจฉัย

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

เมื่ออธิบดีศาลปกครองชั้นต้นได้รับคำฟ้องจากพนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลแล้ว

หากเห็นว่าคดีนั้นเป็นคดีเกี่ยวกับวินัยการคลังและการงบประมาณ

ให้สั่งจ่ายสำนวนคดีไปยังแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณเพื่อจ่ายสำนวนให้องค์คณะในแผนกพิจารณาพิพากษาโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ตุลาการหัวหน้าแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณจ่ายสำนวนคดีให้แก่องค์คณะในแผนก

และในกรณีที่คดีมีความจำเป็นเร่งด่วนซึ่งศาลจำต้องพิจารณาพิพากษาคดีด้วยความรวดเร็วเพื่อให้ศาลออกคำบังคับให้เป็นไปตามคำขอของผู้ฟ้องคดี

กรณีดังกล่าว

ตุลาการหัวหน้าแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณพึงกำหนดความเร่งด่วนของคดีไว้หน้าสำนวนคดีด้วย

ให้ตุลาการหัวหน้าคณะแต่งตั้งตุลาการเจ้าของสำนวน

โดยคำนึงถึงปริมาณคดีและความรวดเร็วในการพิจารณา

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ในขั้นตอนการพิจารณาตรวจคำฟ้อง การพิจารณาเกี่ยวกับอำนาจศาล

และเงื่อนไขการฟ้องคดี ควรพิจารณาด้วยความรวดเร็ว หากมีความจำเป็น

ตุลาการเจ้าของสำนวนอาจมีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดี หน่วยงานทางปกครอง เจ้าหน้าที่ของรัฐ

หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง

ชี้แจงตามประเด็นที่กำหนดหรือเรียกมาให้ถ้อยคำประกอบการพิจารณาก็ได้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

การกำหนดข้อหาของคดี

ให้พิจารณาจากคำฟ้องและคำขอประกอบกันและกำหนดข้อหาให้ถูกต้องครบถ้วนตรงตามคำขอและวัตถุประสงค์ของผู้ฟ้องคดี

เพื่อให้ศาลสามารถพิจารณาพิพากษาคดีได้โดยไม่ขัดหรือแย้งกับดุลยภาพระหว่างการบริหารราชการแผ่นดินทางวินัยการคลังและการงบประมาณกับประโยชน์ของผู้ฟ้องคดี

และเพื่อให้ศาลสามารถออกคำบังคับในการแก้ไขเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดีได้ครบถ้วน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

เมื่อศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณาแล้ว

ตุลาการเจ้าของสำนวนพึงเร่งรัดดำเนินการให้เป็นไปตามแผนและกรอบเวลาที่กำหนด

เพื่อให้ทันต่อการแก้ไขเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายแก่คู่กรณี

และเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินทางวินัยการคลังและการงบประมาณได้รับความกระทบกระเทือนน้อยที่สุด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ในการแสวงหาข้อเท็จจริงควรกำหนดประเด็นข้อพิพาทให้ชัดเจนเพื่อให้คู่กรณีชี้แจงได้ตรงประเด็น

สมบูรณ์ และถูกต้องตามลักษณะของข้อหา

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

การดำเนินการเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา

ให้พิจารณาและมีคำสั่งด้วยความรวดเร็ว

เมื่อมีคำสั่งแล้วควรตรวจสอบการปฏิบัติตามคำสั่ง

หากมีการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่ศาลกำหนดควรดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ฝ่าฝืนทันที

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การสั่งคำขอขยายระยะเวลาของคู่กรณี

ควรพิจารณาอนุญาตให้เท่าที่จำเป็นเพื่อมิให้คู่กรณีดำเนินคดีไปในทางประวิงเวลาให้ล่าช้าหรือในทางฟุ่มเฟือยเกินสมควร

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีทำคำให้การยื่นต่อศาลแล้ว

ให้ตุลาการเจ้าของสำนวนตรวจพิจารณาสำนวนคดี หากเห็นว่าคดีมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งชี้ขาดคดีได้แล้วตุลาการเจ้าของสำนวนพึงจัดทำบันทึกของตุลาการเจ้าของสำนวนเสนอองค์คณะเพื่อพิจารณาพิพากษาคดีโดยไม่ต้องดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงจนครบทุกขั้นตอนตามที่กำหนดในข้อ

๔๗ ถึงข้อ ๔๙ แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด

ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ในคดีที่เป็นเรื่องเร่งด่วน

เพื่อให้ทันต่อการแก้ไขเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายแก่คู่กรณีและเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินทางวินัยการคลังและการงบประมาณได้รับความกระทบกระเทือนน้อยที่สุด

ตุลาการผู้แถลงคดีพึงเสนอคำแถลงการณ์ด้วยวาจา

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ในกรณีที่มีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่ง

ศาลควรกำหนดคำบังคับด้วยว่าจะให้มีผลย้อนหลังหรือไม่ย้อนหลังหรือมีผลไปในอนาคตถึงขณะใดขณะหนึ่ง

โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมแห่งกรณี

ในกรณีมีข้อสังเกตในคำพิพากษาตามมาตรา ๖๙ วรรคหนึ่ง (๘)

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒

ศาลพึงกำหนดแนวทางหรือวิธีการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามคำบังคับที่กำหนดในคำพิพากษาซึ่งต้องอยู่ภายในกรอบของคำพิพากษา

และพึงระมัดระวังไม่ให้เป็นการเพิ่มเติมเนื้อหาในคำบังคับที่กำหนดในคำพิพากษา

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ในกรณีที่ศาลได้มีคำสั่งทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครอง

หรือคำสั่งเกี่ยวกับการบรรเทาทุกข์ชั่วคราวไว้ก่อนมีคำพิพากษา

เมื่อทำคำพิพากษาศาลควรกำหนดด้วยว่าจะให้คำสั่งดังกล่าวมีผลใช้บังคับต่อไปหรือไม่

เพียงใด

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

คดีที่มีการอุทธรณ์คำพิพากษา

ตุลาการเจ้าของสำนวนควรตรวจคำอุทธรณ์โดยพลันถ้าเห็นว่าคำอุทธรณ์นั้นไม่สมบูรณ์ครบถ้วนซึ่งผู้อุทธรณ์อาจแก้ไขได้

ตุลาการเจ้าของสำนวนจะต้องมีคำสั่งให้ผู้อุทธรณ์แก้ไขให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด

ถ้าไม่มีการแก้ไขให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด

หรือข้อที่ไม่สมบูรณ์ครบถ้วนนั้นเป็นกรณีที่ไม่อาจแก้ไขให้ถูกต้องได้

หรือเป็นคำอุทธรณ์ที่ต้องห้ามตามกฎหมายหรือยื่นโดยผิดระเบียบหรือมีข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระอันควรวินิจฉัยตุลาการเจ้าของสำนวนต้องเสนอองค์คณะสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ตุลาการหัวหน้าคณะพึงติดตามและเร่งรัดการพิจารณาคดีของตุลาการเจ้าของสำนวนในกรณีที่มีความจำเป็นอาจให้คำแนะนำตุลาการเจ้าของสำนวนเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นและตุลาการหัวหน้าแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณพึงติดตามและเร่งรัดการพิจารณาคดีในส่วนที่เกี่ยวกับระยะเวลาในการพิจารณาพิพากษาคดีขององค์คณะโดยอาจให้คำแนะนำแก่องค์คณะเพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปโดยเร็ว

เพื่อให้ทันต่อการแก้ไขเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายแก่คู่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีปกครองเกี่ยวกับวินัยการคลังและการงบประมาณของแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณตามคำแนะนำนี้

ให้นำมาใช้ในแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณในศาลปกครองสูงสุดด้วยโดยอนุโลม

ให้ไว้

ณ วันที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๘

ปิยะ ปะตังทา

รองประธานศาลปกครองสูงสุด

ปฏิบัติหน้าที่แทน

ประธานศาลปกครองสูงสุด

ปริยานุช/กัญฑรัตน์/จัดทำ

๑๑ พฤศจิกายน

๒๕๕๘

/ตรวจ

๑๑ พฤศจิกายน

๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๑๐๕ ก/หน้า ๒๑/๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

17 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำแนะนำของประธานศาลปกครองสูงสุด ในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีปกครองในแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c7c1e734240de0bb

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com