法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดนครราชสีมา (เล่มที่ 1)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง

เรื่อง

กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์

ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดนครราชสีมา

ตามที่ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะทำการสำรวจเพื่อการวางและจัดทำผังเมืองรวม

ในท้องที่ ๗๒ จังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งใช้บังคับในท้องที่จังหวัดนครราชสีมาด้วย

และเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ (๓) แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๘ มาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๖

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

และโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการผังเมือง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองในฐานะเจ้าพนักงานการผัง

จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

“อาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่ง” หมายความว่า

อาคารที่ใช้ประโยชน์เพื่อการพาณิชยกรรมในอาคารหลังเดียวหรือหลายหลัง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารร่วมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคบริโภคหลากหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

แต่ไม่หมายความรวมถึง

ตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขและอาคารที่ใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับในท้องที่จังหวัดนครราชสีมา แต่ทั้งนี้ ไม่หมายความรวมถึงบริเวณที่ได้มีการประกาศให้ใช้บังคับผังเมืองรวมหรือบริเวณที่เคยมีการประกาศให้ใช้บังคับผังเมืองรวมแล้ว

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ที่ดินในบริเวณท้องที่ตามข้อ ๒ ห้ามไม่ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง

ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนแปลงการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่ง ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารร่วมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคบริโภคหลากหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป เว้นแต่บริเวณท้องที่ ดังต่อไปนี้

(๑)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลขามสะแกแสง อำเภอขามสะแกแสง

(๒)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลหนองหัวฟาน อำเภอขามสะแกแสง

(๓)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลเมืองคง อำเภอคง

(๔)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลเทพาลัย อำเภอคง

(๕)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลแชะ อำเภอครบุรี

(๖)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลจระเข้หิน อำเภอครบุรี

(๗)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลไทรโยง-ไชยวาล อำเภอครบุรี

(๘)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลจักรราช อำเภอจักรราช

(๙)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลท่าช้าง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ

(๑๐)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลโชคชัย อำเภอโชคชัย

(๑๑)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลด่านเกวียน อำเภอโชคชัย

(๑๒)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลชุมพวง อำเภอชุมพวง

(๑๓)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลด่านขุนทด อำเภอด่านขุนทด

(๑๔)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลหนองกราด อำเภอด่านขุนทด

(๑๕)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลโนนแดง อำเภอโนนแดง

(๑๖)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลโนนไทย อำเภอโนนไทย

(๑๗)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลโคกสวาย อำเภอโนนไทย

(๑๘)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลมะค่า อำเภอโนนสูง

(๑๙)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลตลาดแค อำเภอโนนสูง

(๒๐)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลบ้านเหลื่อม อำเภอบ้านเหลื่อม

(๒๑)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลปากช่อง อำเภอปากช่อง

(๒๒)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง

(๒๓)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย

(๒๔)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย

(๒๕)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลประทาย อำเภอประทาย

(๒๖)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลพิมาย อำเภอพิมาย

(๒๗)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลศาลเจ้าพ่อ อำเภอวังน้ำเขียว

(๒๘)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว

(๒๙)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว

(๓๐)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลตลาดลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว

(๓๑)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลสูงเนิน อำเภอสูงเนิน

(๓๒)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลกุดจิก อำเภอสูงเนิน

(๓๓)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลเสิงสาง อำเภอเสิงสาง

(๓๔)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลโนนสมบูรณ์ อำเภอเสิงสาง

(๓๕)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลห้วยแถลง อำเภอห้วยแถลง

(๓๖)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลหินดาด อำเภอห้วยแถลง

(๓๗)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลหนองบัวลาย กิ่งอำเภอบัวลาย

(๓๘)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลบัววง กิ่งอำเภอลำทะเมนชัย

(๓๙)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลพระทองคำ กิ่งอำเภอพระทองคำ

(๔๐)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลสีดา กิ่งอำเภอสีดา

(๔๑)

ในท้องที่ตำบลหนองสรวง อำเภอขามทะเลสอ

(๔๒)

ในท้องที่ตำบลด่านใน อำเภอด่านขุนทด

(๔๓)

ในท้องที่ตำบลตะเคียน อำเภอด่านขุนทด

(๔๔)

ในท้องที่ตำบลหินดาด อำเภอด่านขุนทด

(๔๕)

ในท้องที่ตำบลห้วยบง อำเภอด่านขุนทด

(๔๖)

ในท้องที่ตำบลค้างพลุ อำเภอโนนไทย

(๔๗)

ในท้องที่ตำบลบ้านวัง อำเภอโนนไทย

(๔๘)

ในท้องที่ตำบลขุนทอง อำเภอบัวใหญ่

(๔๙)

ในท้องที่ตำบลโบสถ์ อำเภอพิมาย

(๕๐)

ในท้องที่ตำบลวังโรงใหญ่ อำเภอสีคิ้ว

(๕๑)

ในท้องที่ตำบลหนองบัวน้อย อำเภอสีคิ้ว

(๕๒)

ในท้องที่ตำบลสุขไพบูลย์ อำเภอเสิงสาง

(๕๓)

ในท้องที่ตำบลไทยเจริญ อำเภอหนองบุนนาก

(๕๔)

ในท้องที่ตำบลบ้านใหม่ อำเภอหนองบุนนาก

(๕๕)

ในท้องที่ตำบลหนองบุนนาก อำเภอหนองบุนนาก

(๕๖)

ในท้องที่ตำบลหนองหัวแรด อำเภอหนองบุนนาก

(๕๗)

ในท้องที่ตำบลแหลมทอง อำเภอหนองบุนนาก

ทั้งนี้

ในท้องที่ตาม (๑) ถึง (๔๐)

ให้ดำเนินการเป็นอาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่งได้ตามขนาดและหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ

๔ และในท้องที่ตาม (๔๑) ถึง (๕๗)

ให้ดำเนินการเป็นอาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่งได้ตามขนาดและหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ

๔ และข้อ ๕

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง ดัดแปลง

ใช้หรือเปลี่ยนแปลงการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่ง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารร่วมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคบริโภคหลากหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวันตั้งแต่

๓๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑)

ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๔

ช่องทาง หรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร

และจะต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า

(๒)

แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่

๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

(๓)

มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๐.๓

(๔)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๑.๕

(๕)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน หรือบริเวณปลูกต้นไม้

หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร ไม่น้อยกว่าร้อยละ

๒๐

(๖)

มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๕๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๗)

มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๘)

อาคารที่มีความสูงเกินกว่า ๑๐ เมตร

ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดและอำเภอ

ศาสนสถาน โปราณสถาน สถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

(๙)

มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๒๐ ตารางเมตร เศษของ ๒๐

ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๒๐ ตารางเมตร

(๑๐)

ที่พักมูลฝอย ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐

เมตร และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔

เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร

ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง ดัดแปลง

ใช้หรือเปลี่ยนแปลงการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่ง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารร่วมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคบริโภคหลากหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวันเกินกว่า

๑,๐๐๐ ตารางเมตร ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑)

ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดทางหลวงแผ่นดินหรือถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า

๔๐ เมตร

(๒)

แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่

๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร

และมีทางคู่ขนานกับถนนสาธารณะเชื่อมต่อทางเข้าออกของรถยนต์

(๓)

มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๐.๒

(๔)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๑.๕

(๕)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน หรือบริเวณปลูกต้นไม้

หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร ไม่น้อยกว่าร้อยละ

๒๐

(๖)

มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๗๕ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๗)

มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๘)

อาคารที่มีความสูงเกินกว่า ๑๐ เมตร

ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ

ศาสนสถาน โบราณสถาน สถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

(๙)

มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๔๐ ตารางเมตร เศษของ ๔๐

ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๔๐ ตารางเมตร

(๑๐)

ที่พักมูลฝอย ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐

เมตร และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔

เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร

ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

กรณีผู้ขออนุญาตไม่อาจปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อ ๔ (๖) ข้อ ๔ (๗) ข้อ ๔ (๘)

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ (๖) ข้อ ๕ (๗) และข้อ ๕ (๘)

ผู้ขออนุญาตอาจยื่นร้องขอต่อผู้มีอำนาจหน้าที่ตามข้อ ๗

เพื่อเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาด้านผังเมืองระดับจังหวัดพิจารณาตามความเหมาะสมได้ ทั้งนี้ ภายใต้กรอบหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑)

หลักเกณฑ์ตามข้อ ๔ (๖) ที่ว่างด้านหน้าของอาคาร

ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า ๕๐ เมตรได้ แต่ทั้งนี้ จะต้องไม่น้อยกว่า ๔๐

เมตร

(๒)

หลักเกณฑ์ตามข้อ ๔ (๗) ที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางถนนสาธารณะน้อยกว่า ๑๕ เมตรได้ แต่ทั้งนี้ จะต้องไม่น้อยกว่า

๑๐ เมตร

(๓)

หลักเกณฑ์ตามข้อ ๔ (๘) และข้อ ๕ (๘) อาคารที่มีความสูงเกินกว่า ๑๐ เมตร

มีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ

ศาสนสถาน โบราณสถาน สถานศึกษา น้อยกว่า ๕๐๐ เมตรได้ แต่ทั้งนี้ จะต้องไม่น้อยกว่า

๓๐๐ เมตร

(๔)

หลักเกณฑ์ตามข้อ ๕ (๖) ที่ว่างด้านหน้าของอาคาร

ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า ๗๕ เมตรได้ แต่ทั้งนี้ จะต้องไม่น้อยกว่า ๕๐

เมตร

(๕)

หลักเกณฑ์ตามข้อ ๕ (๗) ที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า ๒๐ เมตรได้ แต่ทั้งนี้

จะต้องไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมหรืออนุญาตการก่อสร้างอาคารหรือผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมหรืออนุญาตการประกอบกิจการในเขตท้องที่จังหวัดนครราชสีมา

ปฏิบัติการให้เป็นไปตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๘

สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๖

สว่าง ศรีศกุน

อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

เจ้าพนักงานการผัง

นันติญา/จัดทำ

๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๐

สุนันทา/ตรวจ

๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๐

สุเมธ/ปรับปรุง

๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๐ (เล่มที่ ๑)/ตอนพิเศษ ๙๓ ง/หน้า ๑๒๐/๒๒ สิงหาคม ๒๕๔๖

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดนครราชสีมา (เล่มที่ 1) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c80d828334e4c0a9

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com