法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินบุคคลและผลงาน เพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการยุติธรรม ตำแหน่งพนักงานไต่สวนระดับกลาง และระดับสูง พ.ศ. 2562

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
18
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินบุคคลและผลงาน เพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง

ประเภทวิชาการยุติธรรม ตําแหน่งพนักงานไต่สวนระดับกลาง และระดับสูง

พ.ศ. 2562

โดยที่ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยการบริหารทรัพยากรบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 กําหนดให้การประเมินบุคคลและผลงานของข้าราชการสานักงาน ป.ป.ช. เพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทวิชาการยุติธรรมตําแหน่งพนักงานไต่สวนระดับกลาง และระดับสูง ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช. กําหนด

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 144 (2) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 และข้อ 43 และข้อ 44 ของระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยการบริหารทรัพยากรบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช. จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินบุคคลและผลงาน เพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทวิชาการยุติธรรม ตําแหน่งพนักงานไต่สวนระดับกลาง และระดับสูง พ.ศ. 2562”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้สํานักงาน ป.ป.ช. โดยความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. กําหนดรายละเอียดการพิจารณาและวิธีการคัดเลือกข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. เพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทวิชาการยุติธรรม ตําแหน่งพนักงานไต่สวนระดับกลางและระดับสูงโดยคํานึงถึงหลักเกณฑ์ วิธีการ และความเหมาะสมกับการบริหารราชการของสํานักงานป.ป.ช.ในองค์ประกอบต่าง ๆ เหล่านี้ ได้แก่ คุณสมบัติของบุคคล คุณลักษณะของบุคคล ผลงานที่เสนอเข้ารับการประเมิน รวมทั้งกําหนดรูปแบบการเสนอผลงาน เงื่อนไข และลักษณะของผลงานเกณฑ์การตัดสินคุณภาพของผลงาน และประกาศหลักเกณฑ์ที่กําหนดให้ทราบโดยทั่วกัน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้คณะอนุกรรมการข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. แต่งตั้งคณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานของข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. เพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทวิชาการยุติธรรมตําแหน่งพนักงานไต่สวนระดับกลาง และระดับสูง ประกอบด้วย

(1) รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายเป็นประธาน

(2) ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายจํานวนหนึ่งคน เป็นกรรมการ

(3) ผู้ดํารงตําแหน่งผู้อํานวยการยุติธรรม ระดับสูง จํานวนสามคน เป็นกรรมการ

(4) ผู้อํานวยการสํานักบริหารทรัพยากรบุคคล หรือผู้แทน เป็นเลขานุการ

(5) ข้าราชการในสํานักบริหารทรัพยากรบุคคลที่ผู้อํานวยการสํานักบริหารทรัพยากรบุคคลมอบหมาย จํานวนหนึ่งคน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

ในกรณีที่ไม่อาจแต่งตั้งบุคคลตาม (3) ได้ครบตามจํานวนที่กําหนด ให้สํานักงาน ป.ป.ช.เสนอคณะอนุกรรมการข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้และประสบการณ์ในการไต่สวนและวินิจฉัยคดี หรือการให้ความเห็นทางกฎหมาย หรือการดําเนินคดีในชั้นศาล เป็นกรรมการประเมินบุคคลและผลงานให้ครบตามจํานวนที่กําหนด

ทั้งนี้ ในกรณีมีผู้เข้ารับการประเมินเป็นจํานวนมาก อาจแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานได้มากกว่าหนึ่งคณะ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้คณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงาน มีหน้าที่และอํานาจ ดังต่อไปนี้

(1) พิจารณาคุณสมบัติและประเมินผลงานของผู้เข้ารับการประเมิน ตามหลักเกณฑ์ในข้อ 3

(2) รายงานผลการประเมินให้เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแต่งตั้งและพิจารณาประเมินบุคคลและผลงานใหม่อีกครั้ง กรณีที่เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่ามีเหตุผลหรือข้อมูลอื่นที่คณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานควรพิจารณาอีก

(3) ดําเนินการในเรื่องอื่นที่เกี่ยวกับการประเมินบุคคลและผลงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามหน้าที่และอํานาจตามที่คณะอนุกรรมการข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย

(4) ปฏิบัติการหรือดําเนินการอื่นใดตามที่คณะอนุกรรมการข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. มอบหมายหรือมีมติ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้คณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานดําเนินการประเมินบุคคลและผลงานเพื่อเสื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งในระดับที่สูงขึ้น ในแต่ละปี ดังนี้

รอบประเมินที่ 1 สําหรับผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 30 มิถุนายน และให้คณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานดําเนินการประเมินบุคคลและผลงานให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ตุลาคม ของปีนั้น

รอบประเมินที่ 2 สําหรับผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม และให้คณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานดําเนินการประเมินบุคคลและผลงานให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 เมษายนของปีถัดไปโดยให้ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในรอบประเมินใดสามารถยื่นคําขอเข้ารับการประเมินบุคคลและผลงานพร้อมชื่อเรื่องของผลงานได้ไม่ก่อนวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ภายในรอบประเมินที่กําหนด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในการประเมินบุคคลและผลงานของข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. เพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทวิชาการยุติธรรม ตําแหน่งพนักงานไต่สวนระดับกลาง และระดับสูงให้แบ่งออกเป็น ขั้นตอน คือ

ขั้นตอนที่ 1 การพิจารณาคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้ารับการประเมินผลงาน

ขั้นตอนที่ 2 การประเมินผลงาน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ คุณสมบัติของบุคคลที่มีสิทธิเข้ารับการประเมินบุคคลและผลงานต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะตําแหน่ง ประกอบด้วย

(ก) คุณสมบัติทั่วไป

(1) เป็นข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ตําแหน่งสาขากระบวนการยุติธรรม

(2) ได้รับเงินเดือนไม่ต่ํากว่าขั้นต่ําของระดับที่จะแต่งตั้ง ตามที่กําหนดไว้ในบัญชีเงินเดือนขั้นต่ําขั้นสูงของข้าราชการพลเรือน สําหรับตําแหน่งประเภทวิชาการ ท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งนี้ ในกรณีที่ ก.พ. มีการเปลี่ยนแปลงเงินเดือนขั้นต่ําเป็นอย่างอื่นให้เป็นไปตามที่ ก.พ. กําหนด

(3) มีคุณสมบัติครบถ้วนสําหรับตําแหน่งที่จะเข้ารับการประเมิน ตามที่กําหนดไว้ในมาตรฐานกําหนดตําแหน่งที่ กปปช. กําหนด

(ข) คุณสมบัติเฉพาะตําแหน่ง

(1) กรณีการแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งพนักงานไต่สวนระดับกลาง ต้องเป็นบุคคลที่ดํารงตําแหน่งหรือเคยดํารงตําแหน่งประเภทวิชาการยุติธรรม ตําแหน่งผู้ช่วยพนักงานไต่สวนรวมกับตําแหน่งพนักงานไต่สวนระดับต้น ของสํานักงาน ป.ป.ช. หรือเคยดํารงตําแหน่งอย่างอื่นที่เทียบเท่าในระดับไม่ต่ํากว่าตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ กปปช. กําหนด มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือมีประสบการณ์ในการไต่สวนและวินิจฉัยคดี หรือการให้ความเห็นทางกฎหมาย หรือการดําเนินคดีในชั้นศาล หรือประสบการณ์อื่นที่เทียบเคียงได้ ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยจะต้องปฏิบัติงานในตําแหน่งที่เข้ารับการประเมินต่อเนื่องมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี

(2) กรณีการแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งพนักงานไต่สวนระดับสูง ต้องเป็นบุคคลที่ดํารงตําแหน่งหรือเคยดํารงตําแหน่งประเภทวิชาการยุติธรรม ตําแหน่งพนักงานไต่สวนระดับกลางหรือเคยดํารงตําแหน่งอย่างอื่นที่เทียบเท่าในระดับไม่ต่ํากว่าตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ กปปช. กําหนดมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 ปี หรือมีประสบการณ์ในการไต่สวนและวินิจฉัยคดี หรือการให้ความเห็นทางกฎหมาย หรือการดําเนินดีในชั้นศาล หรือประสบการณ์อื่นที่เทียบเคียงได้ ตามที่คณะกรรมการป.ป.ช. กําหนด มาแล้วไม่น้อยกว่า 12 ปี โดยจะต้องปฏิบัติงานในตําแหน่งที่เข้ารับการประเมินต่อเนื่องมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้คณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานของข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. พิจารณาคัดเลือกบุคคลที่จะเข้ารับการประเมินผลงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนด โดยให้คํานึงถึงความรู้ ความสามารถของบุคคล ความประพฤติ พฤติกรรมการทํางาน ความเหมาะสม และจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ รวมทั้งประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับ โดยให้ระบุเหตุผลในการพิจารณาไว้เป็นลายลักษณ์อักษรด้วย ใน 2 ด้าน ดังนี้

(1) ด้านประวัติการรับราชการและความประพฤติ (50 คะแนน)

ให้นําผลการประเมินคุณลักษณะของบุคคลซึ่งประเมินโดยผู้บังคับบัญชามาประกอบการพิจารณา

(2) ด้านสมรรถนะและลักษณะงาน (50 คะแนน)

ให้นําผลการประเมินด้านสมรรถะและลักษณะงานของบุคคลซึ่งประเมินโดยผู้บังคับบัญชามาประกอบการพิจารณา

ทั้งนี้ ให้ผู้บังคับบัญชาประเมินคุณลักษณะของบุคคล สมรรถะ และลักษณะงานของผู้ขอเข้ารับการประเมิน เมื่อผู้ขอเข้ารับการประเมินมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดเท่านั้น

(3) เกณฑ์การตัดสินการคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้ารับการประเมินผลงาน

ผู้ผ่านการพิจารณาคัดเลือกบุคคลต้องได้คะแนนรวมไม่ต่ํากว่าร้อยละ 60 จึงจะมีสิทธิเข้ารับการประเมินผลงาน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผลงานที่ใช้สําหรับการประเมินข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. สาขากระบวนการยุติธรรมที่ปฏิบัติงานด้านการไต่สวนจะต้องเป็นผลสําเร็จของงาน คิดเป็นสัดส่วนไม่ต่ํากว่าร้อยละ 50 ตามคํารับรองการปฏิบัติราชการตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนดในแต่ละปีรวมกันตามจํานวนปีที่ดํารงตําแหน่งที่ดําเนินการแล้วเสร็จก่อนนํามาเสนอเพื่อขอรับการประเมิน โดยเป็นผลงานที่จัดทําขึ้นในระหว่างที่ดํารงตําแหน่งในระดับที่ต่ํากว่าระดับที่จะประเมิน 1 ระดับ จํานวน 100 คะแนน ประกอบด้วย

(1) ผลงานด้านการไต่สวน จํานวน 3o คะแนน ทั้งนี้ ให้พิจารณาจากจํานวนเรื่องและคุณภาพผลงานพร้อมระบุค่าคะแนนโดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.

ในการพิจารณาคุณภาพของผลงาน ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาจากความถูกต้องสมบูรณ์ของสํานวนคดี ความรวดเร็วในการจัดทําสํานวนคดี และขนาดของสํานวนคดี

(2) ผลงานด้านการตรวจสอบเบื้องต้นที่ดําเนินการแล้วเสร็จ จํานวน 30 คะแนน

(3) เกณฑ์การตัดสินการประเมินผลงาน

ผู้ผ่านการประเมินผลงานต้องได้คะแนนรวมไม่ต่ํากว่าร้อยละ 7อ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในการประเมินผลงานของข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. สาขากระบวนการยุติธรรมที่ปฏิบัติงานในการให้ความเห็นทางกฎหมาย หรือการดําเนินคดีในชั้นศาล หรือ การดําเนินการตามหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสํานักงาน ป.ป.ช.. ให้นําความในข้อ 10 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ทั้งนี้ โดยใช้การเทียบเคียงผลงานกับหลักเกณฑ์การเทียบลักษณะงานปริมาณงาน และการประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. สาขากระบวนการยุติธรรมที่ปฏิบัติงานในการให้ความเห็นทางกฎหมาย หรือการดําเนินคดีในชั้นศาล หรือการดําเนินการตามหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสํานักงาน ป.ป.ช. ตามที่ กปปช.กําหนด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เพื่อประโยชน์ในกรศึกษาหรือใช้อ้างอิงและการตรวจสอบผลงานของผู้เข้ารับการประเมินว่า เป็นผลงานที่ซ้ําซ้อนหรือลอกเลียนจากบุคคลอื่นหรือไม่ หรือเป็นการจัดทําผลงานเท็จโดยนําผลงานของบุคคลอื่นมาใช้เป็นผลงานของตน หรือกําหนดสัดส่วนการร่วมปฏิบัติงานเป็นเท็จหรือไม่ ให้คณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานประกาศรายชื่อผู้เข้ารับการประเมินและชื่อผลงานที่ได้นําเสนอเข้ารับการประเมินอย่างเปิดเผย เช่น ประกาศใน Intranet หรือ Website [www.nacc.go.th](http://www.nacc.go.th) หรือปิดประกาศ ณ สํานักบริหารทรัพยากรบุคคล สํานักงาน ป.ป.ช. และให้มีการทักท้วงได้ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันประกาศ และหากมีผู้ทักท้วงตามกรณีข้างต้นให้คณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานตรวจสอบข้อมูลเบื้องตันโดยเร็ว หากพบว่า ข้อทักท้วงมีมูลเข้าลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ตามหนังสือสํานักงาน ก.พ. ที่ นร 1707.3/ว 5 ลงวันที่ 12 เมษายน 2542 หรือถ้าตรวจสอบแล้วมีหลักฐานว่า ข้อทักท้วงนั้นเป็นการกลั่นแกล้งหรือไม่สุจริตให้รายงานเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อดําเนินการตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งกรณีผู้เข้ารับการประเมินผ่านการประเมินผลงานให้แต่งตั้งได้ไม่ก่อนวันที่ผู้นั้นมีคุณสมบัติและผลงานครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด และไม่ก่อนวันที่สํานักบริหารทรัพยากรบุคคลได้รับผลงานที่มีเอกสารหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์

ในกรณีของข้าราชการผู้เข้ารับการประเมินผลงานที่ปฏิบัติงานในกลุ่มภารกิจปฏิบัติการพื้นที่หากส่งผลงานเพื่อขอเข้ารับการประเมินบุคคลและผลงานทางไปรษณีย์ ให้ถือวันที่ไปรษณีย์ต้นทางประทับตรารับเป็นวันที่สํานักบริหารทรัพยากรบุคคลได้รับผลงาน

ในกรณีของผู้เข้ารับการประเมินมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดตรงกับวันหยุดราชการ ให้ส่งผลงานเพื่อขอเข้ารับการประเมินได้ในวันที่เปิดทําการวันแรก และเมื่อผ่านการประเมินบุคคลและผลงาน ให้แต่งตั้งได้ไม่ก่อนวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด

กรณีนอกเหนือจากหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในข้อนี้ ให้เสนอคณะอนุกรรมการข้าราชการสํานักงาน ป...ช. พิจารณาและมีมติเป็นรายกรณี

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้เจ้าหน้าที่กลุ่มประเมินและข้อมูลบุคคล สํานักบริหารทรัพยากรบุคคลตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด ก่อนนําเสนอคณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงาน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในวาระเริ่มแรก ให้ข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนตามประกาศฉบับนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ถึง 30 มิถุนายน 25'63 ยื่นผลงานเพื่อขอรับการประเมินได้นับแต่วันที่สํานักงาน ป.ป.ช. ได้แจ้งให้ข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ทราบหลักเกณฑ์และรายละเอียดในการยื่นผลงานเพื่อเข้ารับการประเมินจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 และเมื่อผ่านการประเมินบุคคลและผลงาน ให้แต่งตั้งบุคคลที่ผ่านการประเมินได้ไม่ก่อนวันที่มีคุณสมบัติและผลงานครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การใดที่อยู่ระหว่างดําเนินการหรือที่ได้ดําเนินการตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช. พ.ศ. 2555 และที่แก้ไขเพิ่มเติมให้เป็นนใช้ได้ และให้ดําเนินการตามระเบียบฉบับดังกล่าวต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จและให้มีผลใช้บังคับได้ เว้นแต่ กปปช. จะมีมติให้ดําเนินการต่อไปตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในกรณีที่เกิดปัญหาการประเมินบุคคลและผลงานเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งในระดับที่สูงขึ้น นับตั้งแต่ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการบริหารทรัพยากรบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มีผลใช้บังคับ ให้เสนอ กปปช. พิจารณาและมีมติเป็นรายกรณี

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติรักษาการตามประกาศนี้

ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการบังคับใช้หรือการปฏิบัติตามประกาศนี้ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช. มีอํานาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาดคําวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช.ให้เป็นที่สุด

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2562

พลตํารวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ

ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

18 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินบุคคลและผลงาน เพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการยุติธรรม ตำแหน่งพนักงานไต่สวนระดับกลาง และระดับสูง พ.ศ. 2562 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c8ad43439ca8ab69

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com