ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สนส. 51/2551
เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนและหลักเกณฑ์การดํารงเงินกองทุน
สําหรับสาขาของธนาการพาณิชย์ต่างประเทศ
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
ปัจจุบัน สถาบันการเงินจําเป็นต้องมีเงินกองทุนให้เพียงพอเพื่อรองรับความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต หรือชดเชยผลขาดทุนที่ไม่ได้คาดไว้ล่วงหน้า (Unexpected Loss) สถาบันการเงินที่ดํารงเงินกองทุนในอัตราส่วนที่สูงเพียงพอต่อความเสี่ยงของแต่ละสถาบันการเงินจะสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ฝากเงินและเจ้าหนี้ว่าสถาบันการเงินมีความสามารถที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงที่ทําไว้ได้ และส่งผลให้เกิดความมั่นคงและเสถียรภาพแก่ระบบสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดให้สถาบันการเงินดํารงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์และภาระผูกพันที่มีความเสี่ยงทั้งหมดของสถาบันการเงิน ทั้งนี้ ตามหลักการการดํารงเงินกองทุนตาม The 1998 Basel Capital Accord (Basel I) เงินกองทุนจะใช้ในการรองรับความเสี่ยงเฉพาะความเสี่ยงด้านเครดิตและความเสี่ยงด้านตลาด เท่านั้น เพื่อให้สามารถสะท้อนดวามเสี่ยงได้ดีขึ้นตามหลักเกณฑ์ Basel II (2004) จึงได้เพิ่มการดํารงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านปฏิบัติการด้วย
ในครั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกประกาศที่เกี่ยวข้องกับการดํารงเงินกองทุนของสถาบันการเงินตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 โดยสาระสําคัญขององค์ประกอบของเงินกองทุน หลักเกณฑ์การดํารงเงินกองทุน และการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงไม่มีการเปลี่ยนแปลง และยังคงเป็นหลักเกณฑ์ที่อ้างอิงการดํารงเงินกองทุนตามหลักเกณฑ์ Basel I ในโอกาสนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รวบรวมประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยและหนังสือเวียนที่เกี่ยวข้องมาประมวลไว้ในคราวเดียวกัน โดยแยกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยออกเป็นฉบับหลัก ดังนี้
1. ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยองค์ประกอบของเงินกองทุนและหลักเกณฑ์การดํารงเงินกองทุนสําหรับธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ 1 ฉบับ และว่าด้วยองค์ประกอบของเงินกองทุนและหลักเกณฑ์การดํารงเงินกองทุนสําหรับสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ 1 ฉบับ ทั้งนี้ ได้แยกเป็น 2 ฉบับดังกล่าว เนื่องจากองค์ประกอบของเงินกองทุนและอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั้งสิ้นของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศกับสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศมีหลักการที่ต่างกัน โดยธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศจะต้องดํารงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์เสี่ยงทั้งสิ้นไม่ต่ํากว่าร้อยละ 8.5 ขณะที่สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศต้องดํารงเงินกองทุนดังกล่าวไม่ต่ํากว่าร้อยละ 7.5
2. ประกาศธนาคารแห่งประเทศว่าด้วยหลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครติดสําหรับธนาคารพาณิชย์ ซึ่งธนาการพณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศและสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศจะใช้ฉบับเดียวกันเนื่องจากมีหลักการเหมือนกัน โดยการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตจะเป็นการคํานวณมูลค่าสินทรัพย์เสี่ยงที่ปรากฏอยู่ในและนอกงบดุลที่เกิดจากลูกหนี้หรือคู่สัญญาของสถาบันการเงินไม่สามารถปฏิบัติได้ตามสัญญา
3. ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดและการคํารงเงินกองทุนเพื่อรองรับตวามเสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงิน ซึ่งครอบคลุมวิธีการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาดสําหรับสถาบันการเงินทุกประเภทที่ต้องดํารงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาด โดยการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาดจะเป็นการคํานวณมูลค่าสินทรัพย์เสี่ยงที่ปรากฏอยู่ในและนอกงบดุลที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของราคาตลาดต่างๆ โดยความเสี่ยงด้านตลาดประกอบด้วย ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน ราคาตราสารทุนและราคาสินค้าโภคภัณฑ์
ในการแยกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาเป็นรายฉบับดังกล่าวก็เพื่ออํานวยความสะดวกให้แก่สถาบันการเงินและผู้ที่เกี่ยวข้อง และเพื่อเป็นประโยชน์ในการเตรียมพร้อมสําหรับการดํารงเงินกองทุนตาม Basel II ต่อไป สําหรับสถาบันการเงินใดที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดํารงเงินกองทุนตามที่กฎหมายฉบับเดิมกําหนดให้สถาบันการเงินนั้นสามารถดํารงเงินกองทุนนั้นต่อไปได้ โดยไม่ต้องยื่นขออนุญาตใหม่อีกครั้ง
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 29 มาตรา 30 มาตรา 32 และมาตรา 71 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาการแห่งประเทศไทยออกหลักเกณฑ์องค์ประกอบของเงินกองทุนและหลักเกณฑ์การดํารงเงินกองทุนให้สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศดํารงเงินกองทุนตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้
อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับสาขาของธนาการพาณิชย์ต่างประเทศตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกธนาคาร
อื่นๆ - 4. ประกาศและหนังสือเวียนที่ถูกยกเลิก
ตามรายการในเอกสารแนบ 1
อื่นๆ - 5. เนื้อหา
5.1 อัตราส่วนการดํารงเงินกองทุน
ให้สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศดํารงเงินกองทุนเมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆ เป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์เสี่ยงทั้งสิ้น ไม่ต่ํากว่าร้อยละ 7.5
5.2 องค์ประกอบของเงินกองทุน
5.2.1 ให้เงินกองทุนของสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ ประกอบด้วย สินทรัพย์หรือหลักทรัพย์ที่สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศต้องดํารงตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 กล่าวคือ เป็นสินทรัพย์ที่สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศต้องดํารงไว้ในประเทศไทยหรือมีหลักทรัพย์ในต่างประเทศตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด รายละเอียดตามเอกสารแนบ 2
5.2.2 รายการหักจากเงินกองทุน
(1) ในกรณีที่สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศใดทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิต (Credit Derivatives) ให้หักเงินกองทุนตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรม Credit Derivatives
(2) ในกรณีที่สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศใดทําธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (Securitisation) ให้หักเงินกองทุนตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการอนุญาตให้สถาบันการเงินประกอบธุรกิจการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์
5.3 ประเภทของสินทรัพย์เสี่ยง
สินทรัพย์เสี่ยงทั้งสิ้น หมายถึง ยอดรวมของสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิต และสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาด (ถ้ามี) แล้วหักด้วยสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตในส่วนที่ซ้ําซ้อนกับสินทรัพย์ที่ได้นําไปคํานวณความเสี่ยงด้านตลาดแล้ว (ถ้ามี)
ทั้งนี้ การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตสําหรับธนาคารพาณิชย์
การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาดให้เป็นไปตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดและการดํารงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงิน ซึ่งครอบคลุมการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาดของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ และ สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ ส่วนสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศที่มีปริมาณธุรกรรมในบัญชีเพื่อการค้าต่ํากว่าระดับที่มีนัยสําคัญที่กําหนดในหลักเกณฑ์การกํากับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดและการดํารงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงินดังกล่าวข้างต้น แต่มีการทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตในบัญชีเพื่อการค้าให้สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศคํานวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดเฉพาะสําหรับธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตในบัญชีเพื่อการค้า โดยให้ถือปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรม Credit Derivatives
อื่นๆ - 6. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2551
(นางธาริษา วัฒนเกส)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย