法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ เรื่อง มารตรการในการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวิดิทัศน์ พ.ศ. 2552

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
21
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ

ระเบียบคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ

เรื่อง

มาตรการในการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์

พ.ศ. ๒๕๕๒

โดยที่ภาพยนตร์และวีดิทัศน์เป็นอุตสาหกรรมประเภทหนึ่งที่มีความสำคัญ

สร้างรายได้ให้กับประเทศ เป็นสื่อบันเทิงที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย แต่อุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ในปัจจุบันยังขาดความพร้อมและการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเหมาะสม

ดังนั้น เพื่อให้การส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์บรรลุผลยิ่งขึ้น

ภาครัฐจึงจำเป็นต้องเข้ามาช่วยเหลือและสนับสนุนในด้านต่าง ๆ

เพื่อให้การส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ที่มีลักษณะสร้างสรรค์

ส่งเสริมการเรียนรู้ หรือมีคุณค่าในทางศิลปวัฒนธรรม

ในรูปแบบที่คนทุกกลุ่มรวมทั้งคนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้

เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.

๒๕๕๑

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา

๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๓ และมาตรา ๔๕

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติกำหนดมาตรการในการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ

เรื่อง มาตรการในการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“ผู้ขอรับการส่งเสริม”

หมายความว่า

ผู้มีสิทธิขอรับการส่งเสริมในโครงการหรือกิจกรรมเพื่อการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์

“โครงการ”

หมายความว่า โครงการที่เกี่ยวกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์

“กิจกรรม”

หมายความว่า กิจกรรมที่เกี่ยวกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์

“คณะอนุกรรมการ”

หมายความว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการสนับสนุนกิจกรรมหรือโครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์

“คณะกรรมการ”

หมายความว่า คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ

“สำนักงาน”

หมายความว่า สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ที่จะขอรับการส่งเสริมต้องมีเนื้อหาของภาพยนตร์และวีดิทัศน์อย่างใดอย่างหนึ่ง

ดังต่อไปนี้

(๑)

ส่งเสริมประวัติศาสตร์ การเรียนรู้ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม หรือขนบธรรมเนียมประเพณี

(๒)

ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม เสริมสร้างความสามัคคี

สร้างจิตสำนึกเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

หรือความสมานฉันท์ของสังคมและมนุษยชาติ

(๓)

ส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การลดภาวะโลกร้อน การประหยัดพลังงาน การท่องเที่ยวเชิงศิลปะและวัฒนธรรม

หรือการส่งเสริมการกีฬาและนันทนาการ

(๔)

ส่งเสริมศิลปะเชิงสร้างสรรค์

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ โครงการหรือกิจกรรมที่จะขอรับการส่งเสริมต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง

ดังต่อไปนี้

(๑)

การศึกษาวิจัยองค์ความรู้ การพัฒนาข้อมูล

สารสนเทศและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาและการผลิตผลงานภาพยนตร์และวีดิทัศน์

(๒)

การพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ให้มีศักยภาพ

และมีความรู้ในการผลิตผลงานหรือการส่งเสริมเกี่ยวกับธุรกิจภาพยนตร์และวีดิทัศน์

(๓)

การส่งเสริมการสร้างภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ตามขั้นตอนต่าง ๆ

ในกระบวนการสร้างตามที่เหมาะสมและจำเป็น

(๔)

การจัดงานเทศกาลภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

(๕)

การเผยแพร่ โฆษณา

และประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ไปสู่สาธารณชนให้ได้รู้จักในวงกว้างสำหรับภาพยนตร์และวีดิทัศน์ที่มีความสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ

(๖)

การยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลผู้มีส่วนสำคัญในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์และยกระดับมาตรฐานของผลงานไปสู่ระดับนานาชาติ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้ขอรับการส่งเสริมต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม

ดังต่อไปนี้

(๑)

บุคคลธรรมดา

(ก)

เป็นผู้มีสัญชาติไทย

(ข)

ไม่เคยต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์

(ค)

ไม่เป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

(ง)

ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๒)

นิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย

ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการด้านภาพยนตร์หรือวีดิทัศน์ และกรรมการ

ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการดำเนินการของนิติบุคคลต้องมีคุณสมบัติตาม (๑) (ข)

(ค) และ (ง) และนิติบุคคลดังกล่าวไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

(ก)

มีหุ้นอันเป็นทุนตั้งแต่กึ่งหนึ่งของนิติบุคคลนั้นถือโดยบุคคลธรรมดา

ซึ่งไม่มีสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลซึ่งไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย

หรือบุคคลธรรมดาซึ่งไม่มีสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลซึ่งไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทยลงทุนมีมูลค่าตั้งแต่กึ่งหนึ่งของทุนทั้งหมดในนิติบุคคลนั้น

(ข)

ห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่จดทะเบียน

ซึ่งหุ้นส่วนผู้จัดการหรือผู้จัดการเป็นบุคคลธรรมดาซึ่งไม่มีสัญชาติไทย

ทั้งนี้

ให้ถือว่าหุ้นของบริษัทจำกัด ที่มีใบหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือเป็นหุ้นของคนไทย

(๓)

มูลนิธิหรือสมาคม

ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการดำเนินงานด้านภาพยนตร์หรือวีดิทัศน์

(๔)

สถานศึกษา

ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่มีหลักสูตรและจัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับภาพยนตร์หรือวีดิทัศน์

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ผู้ขอรับการส่งเสริมยื่นคำขอต่อสำนักงาน

โดยจัดทำเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับโครงการหรือกิจกรรมที่มีรายละเอียดอย่างน้อย

ดังต่อไปนี้

(๑)

ชื่อและรายละเอียดของผู้ขอรับการส่งเสริม รวมทั้งผู้ร่วมดำเนินการ

(๒)

วงเงินที่ขอรับการส่งเสริม

(๓)

รายละเอียดแห่งสินทรัพย์ และภาระผูกพันต่าง ๆ ของผู้ขอรับการส่งเสริม

(๔)

รายละเอียดของโครงการหรือกิจกรรม เช่น ชื่อเรื่อง เรื่องย่ออย่างสั้น

โครงเรื่องขยาย (Treatment) วัตถุประสงค์ของโครงการหรือกิจกรรมและประโยชน์ที่คาดว่าประชาชนจะได้รับ

ประเภทภาพยนตร์หรือวีดิทัศน์ แผน และขั้นตอนการดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ

และแผนการใช้จ่าย รวมทั้งข้อเสนออื่น ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา

(๕)

ชื่อของผู้ให้การส่งเสริมทางการเงินหรือประโยชน์อื่นจากแหล่งอื่น

พร้อมรายละเอียดในการให้การส่งเสริม (ถ้ามี)

(๖)

หนังสือรับรองสิทธิในการสร้างภาพยนตร์และวีดิทัศน์

หรือในการจัดกิจกรรมซึ่งผู้ขอรับการส่งเสริมได้รับรองสิทธินั้นด้วยตนเอง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เมื่อสำนักงานได้รับคำขอรับการส่งเสริมแล้ว

ให้ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๖ และเอกสารหลักฐานตามข้อ ๗ แล้ว

ให้เสนอต่อคณะอนุกรรมการพิจารณา

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่คณะอนุกรรมการพิจารณาตรวจสอบตามข้อ

๘ แล้ว เห็นว่าไม่ครบถ้วนหรือไม่สมบูรณ์

ให้สำนักงานแจ้งผู้ขอรับการส่งเสริมเพื่อส่งเอกสารหลักฐานและรายละเอียดเพิ่มเติมหรือแก้ไขภายในสิบสี่วันทำการ

ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่ปฏิบัติตามจนพ้นระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง

ให้สำนักงานคืนคำขอนั้นแก่ผู้ขอรับการส่งเสริม ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิที่ผู้นั้นจะขอรับการส่งเสริมใหม่

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้คณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการหรือกิจกรรมที่ขอรับการส่งเสริมโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่จะได้รับตามข้อ

๔ หรือข้อ ๕ เป็นสำคัญ

ในการพิจารณาคณะอนุกรรมการอาจขอให้ผู้ขอรับการส่งเสริมปรับปรุงหรือแก้ไขรายละเอียดของโครงการหรือกิจกรรม

แผนงานและงบประมาณ หรือให้ผู้ขอรับการส่งเสริมมาชี้แจงก่อนพิจารณาก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เมื่อคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการหรือกิจกรรมเพื่อการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์เสร็จแล้ว

ให้เสนอต่อคณะกรรมการภายในไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันพิจารณาเสร็จ โดยระบุเหตุผล กรอบวงเงินที่เห็นควรส่งเสริม

วิธีการให้การส่งเสริมและรายละเอียดอื่น ๆ

ที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การให้การส่งเสริมแก่ผู้ขอรับการส่งเสริมอาจพิจารณาให้การส่งเสริม

ดังต่อไปนี้

(๑)

การให้เงินอุดหนุนแบบให้เปล่า

(๒)

การให้เงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไขตามที่กำหนดไว้ในสัญญา

การกำหนดเงื่อนไขของสัญญาใน

(๒) ให้พิจารณาถึงความเหมาะสม และความจำเป็นแก่ผู้ขอรับการส่งเสริมแต่ละราย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้การส่งเสริมแก่ผู้ขอรับการส่งเสริมตามข้อ

๑๒ แล้ว ให้สำนักงานแจ้งผู้ขอรับการส่งเสริมเป็นหนังสือภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับอนุมัติ

ในกรณีที่คณะกรรมการไม่อนุมัติ

ให้สำนักงานแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอรับ

การส่งเสริมทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ไม่ได้รับอนุมัติ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ผู้ได้รับอนุมัติให้รับการสนับสนุนตามข้อ

๑๒ ต้องมายื่นขอรับเงิน หรือมาทำสัญญา แล้วแต่กรณี กับสำนักงานภายในสิบห้าวันนับแต่ได้รับแจ้ง

ในกรณีที่ผู้ได้รับอนุมัติ

ไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าการขอรับการส่งเสริมเป็นอันยุติ ทั้งนี้

ไม่ตัดสิทธิที่ผู้นั้นจะขอรับการส่งเสริมใหม่

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้สำนักงานจัดทำทะเบียนผู้ได้รับการส่งเสริม

เพื่อกำกับ ดูแล ช่วยเหลือติดตามประเมินผลการดำเนินงาน

และการใช้จ่ายเงินที่ได้รับการส่งเสริม

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้ผู้ได้รับการส่งเสริมมีหน้าที่รายงานความก้าวหน้าของการดำเนินงานตามที่ขอรับการส่งเสริมต่อสำนักงานตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่คณะอนุกรรมการกำหนด

เมื่อคณะอนุกรรมการได้รับรายงานตามวรรคหนึ่งแล้ว

ให้พิจารณาประเมินผลการดำเนินงานตลอดจนปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน

เพื่อรายงานพร้อมทั้งความเห็นให้คณะกรรมการพิจารณา ทั้งนี้

คณะอนุกรรมการอาจเรียกให้ผู้ได้รับการส่งเสริมมาชี้แจงเพื่อประกอบการพิจารณาประเมินผลก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ผู้ที่ได้รับการส่งเสริมจะต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากสำนักงานตรวจเยี่ยมการดำเนินงานตามโครงการหรือกิจกรรมที่ได้รับการส่งเสริม

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในกรณีที่ผู้ได้รับการส่งเสริมไม่ดำเนินการตามโครงการหรือกิจกรรมซึ่งได้ระบุในสัญญา

ให้คณะอนุกรรมการพิจารณาและมอบหมายให้สำนักงานตักเตือนให้ผู้ได้รับการส่งเสริมปฏิบัติตามสัญญา

และให้คณะอนุกรรมการรายงานต่อคณะกรรมการด้วย

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในกรณีที่สำนักงานตักเตือนตามข้อ ๑๘

แต่ผู้ได้รับการส่งเสริมยังไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญา หรือมีข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้ได้รับการส่งเสริมนำเงินไปใช้นอกเหนือจากวัตถุประสงค์หรือดำเนินการล่าช้าเกินกว่ากำหนด

ให้คณะอนุกรรมการรายงานต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาระงับการให้การส่งเสริมตามโครงการหรือกิจกรรมดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การให้การส่งเสริมตามโครงการหรือกิจกรรม

สิ้นสุดลงด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(๑)

ผู้ได้รับการส่งเสริมมีหนังสือขอเลิกการส่งเสริม

(๒)

คณะกรรมการมีคำสั่งให้เลิกการส่งเสริม

เพราะผู้ได้รับการส่งเสริมหยุดดำเนินการโดยไม่มีเหตุผลอันควร

(๓)

คณะกรรมการมีคำสั่งให้เลิกการส่งเสริม

เพราะผู้ได้รับการส่งเสริมไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้โดยไม่มีเหตุผลอันควร

(๔)

ผู้ได้รับการส่งเสริมแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ

(๕)

ผู้ได้รับการส่งเสริมขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๖

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในกรณีที่ผู้ได้รับการส่งเสริมไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ไม่ว่าด้วยเหตุหนึ่งเหตุใดตามข้อ

๒๐ ให้คณะกรรมการเรียกเงินหรือทรัพย์สินตามที่กำหนดไว้ในสัญญาคืน

ประกาศ ณ วันที่ ๑๖

ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ

รองนายกรัฐมนตรี

ปฏิบัติราชการแทน

นายกรัฐมนตรี

ประธานกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ

ปริญสินีย์/ผู้จัดทำ

๒๕ เมษายน ๒๕๕๕

วิชพงษ์/ผู้ตรวจ

๓๐ เมษายน ๒๕๕๕

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๗ ง/หน้า ๙/๑๕ มกราคม ๒๕๕๓

21 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ เรื่อง มารตรการในการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวิดิทัศน์ พ.ศ. 2552 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c96155c3d3515a34

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com