法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ผลการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 ครั้งที่ 1

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
17
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงการคลัง

ประกาศกระทรวงการคลัง

เรื่อง

ผลการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง

ในปีงบประมาณ

พ.ศ. ๒๕๕๖

ครั้งที่ ๑[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง

แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘

กระทรวงการคลังขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ กระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

ได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖

โดยวิธีการออกพันธบัตรเงินกู้ประเภทที่เรียกว่า “พันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง

ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ครั้งที่ ๑” อายุ ๓ ปี จำนวน ๓,๙๓๐,๒๔๗,๐๐๐ บาท (สามพันเก้าร้อยสามสิบล้านสองแสนสี่หมื่นเจ็ดพันบาทถ้วน)

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

พันธบัตรนี้เป็นพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless)

ราคาหน่วยละหนึ่งพันบาท โดยมีรายละเอียดการจำหน่าย ดังนี้

๒.๑ กำหนดการจำหน่ายในวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ - ๕ เมษายน ๒๕๕๖

ผ่านเคาน์เตอร์ของธนาคารตัวแทนจำหน่ายทุกสาขา และเครื่องถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) ของธนาคารตัวแทนจำหน่าย โดยวงเงินซื้อขั้นต่ำ ๑,๐๐๐

บาท จำกัดวงเงินซื้อขั้นสูง ๒,๐๐๐,๐๐๐

บาทต่อ ๑ ธนาคารตัวแทนจำหน่าย โดยซื้อเพิ่มเป็นจำนวนเท่าของ ๑,๐๐๐ บาท

๒.๒ ผู้มีสิทธิ์ซื้อประกอบด้วย บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย

สภากาชาดไทย มูลนิธิ สมาคม สหกรณ์ วัด สถานศึกษาของรัฐ โรงพยาบาลของรัฐ

และนิติบุคคลอื่นใดที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร

(ผู้ไม่มีสิทธิ์ซื้อ ประกอบด้วย ธนาคาร

บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน

บริษัทประกัน กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

กองทุนส่วนบุคคลที่บริหารโดยสถาบันการเงิน กองทุนรวม คณะบุคคล บรรษัท

สำนักงานประกันสังคม รัฐวิสาหกิจ บริษัท ห้างร้าน หน่วยงานธุรกิจ

นิติบุคคลที่แสวงหากำไร นิติบุคคลอาคารชุด นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร โรงพยาบาลเอกชน

และสถานศึกษาเอกชน)

๒.๓ วันชำระเงินค่าพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ

พ.ศ. ๒๕๕๖ ครั้งที่ ๑ และวันจดทะเบียนคือ วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ - ๕ เมษายน

๒๕๕๖ โดยมีผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่เป็นบุคคลธรรมดา ๔,๓๕๕ ราย จำนวน ๓,๘๑๐,๒๙๘,๐๐๐ บาท มูลนิธิ ๓๒

ราย จำนวน ๔๙,๔๗๕,๐๐๐ บาท

สหกรณ์ออมทรัพย์, ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ ๑๕ ราย จำนวน ๒๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท

สถาบันอื่นที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ไม่แสวงหากำไร ๑๕ ราย จำนวน ๒๕,๗๑๔,๐๐๐ บาท ส่วนราชการสังกัดรัฐบาลกลาง ๘ ราย จำนวน

๑๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท และวัด ๕ ราย จำนวน ๗๖๐,๐๐๐ บาท รวมทั้งสิ้น ๔,๔๓๐ ราย จำนวนรวม ๓,๙๓๐,๒๔๗,๐๐๐ บาท

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ธนาคารตัวแทนจำหน่าย ๔ แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์

จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดจำหน่ายพันธบัตร

และผู้รับฝากพันธบัตรจากผู้ถือกรรมสิทธิ์ในพันธบัตร (Custodian) รุ่นนี้และจัดการอื่น ๆ ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นนายทะเบียน

และตัวแทนการจ่ายเงินพันธบัตรรุ่นนี้และจัดการอื่น ๆ ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้

ตามระเบียบและวิธีการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด

เป็นผู้รับฝากพันธบัตรรุ่นนี้และจัดการอื่น ๆ ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้

ตามพิธีปฏิบัติของบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

กระทรวงการคลังโดยธนาคารตัวแทนจำหน่ายจะออกสมุดพันธบัตรรัฐบาล (Bond Book) ให้กับผู้ถือกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรรายใหม่

เพื่อแสดงการรับฝากพันธบัตร ซึ่งจะได้รับในวันที่ซื้อหรืออาจได้รับภายหลังไม่เกิน

๓๐ วันทำการ สำหรับผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่มี Bond Book อยู่แล้ว ให้นำ Bond Book

ไปปรับปรุงข้อมูลรายการซื้อให้เป็นปัจจุบันได้ที่ธนาคารตัวแทนจำหน่ายที่ทำรายการซื้อภายหลังไม่เกิน

๓๐ วันทำการ โดยผู้ถือกรรมสิทธิ์จะนำไปใช้อ้างอิงสำหรับการทำธุรกรรมได้

รายการที่ปรากฏอยู่ใน Bond Book

เป็นรายการซื้อที่แสดงมูลค่าตามราคาตรา (Par Value) ในวันที่จดทะเบียน และในวันที่ทำรายการจะแสดงมูลค่าตามราคาตลาด (Market Value) ของแต่ละธนาคารตัวแทนจำหน่าย

โดยจะถือว่าถูกต้องเมื่อรายการดังกล่าวตรงกันกับรายการที่บันทึกไว้ที่ธนาคารตัวแทนจำหน่าย ทั้งนี้

จะปรากฏเฉพาะรุ่นพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) ที่ซื้อผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น

โดยผู้ถือกรรมสิทธิ์สามารถนำ Bond Book

ไปปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่ายที่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ทำรายการซื้อเท่านั้น

สำหรับการชำระคืนต้นเงินพันธบัตรเมื่อครบกำหนดไถ่ถอน

กระทรวงการคลังจะชำระคืนตามราคาตรา (Par Value)

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรสามารถใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันให้กับหน่วยงานราชการและองค์กรของรัฐ

เช่น การประกันทางศาล หรือการประกันไฟฟ้า

และสามารถใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันกับสถาบันการเงินหรือบุคคลอื่นได้ ทั้งนี้

ขึ้นอยู่กับระเบียบหลักเกณฑ์การรับหลักประกันของหน่วยงานหรือบุคคลนั้น ๆ

โดยจะต้องติดต่อธนาคารตัวแทนจำหน่ายที่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ทำรายการซื้อ

เพื่อขอถอนพันธบัตรจากระบบ Scripless

โดยมีค่าธรรมเนียมการถอนพันธบัตร ตามรายละเอียดข้อ ๑๔

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

การโอนกรรมสิทธิ์สามารถกระทำได้ตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๖ เป็นต้นไป

ยกเว้นการโอนกรรมสิทธิ์เพื่อเป็นหลักประกัน หรือโอนทางมรดก

หรือการแบ่งทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการหย่า หรือล้มละลาย หรือการชำระบัญชี

ให้กระทำได้หลังจากวันที่ทำรายการซื้อแล้ว ๓๐ วัน ทั้งนี้ การโอนกรรมสิทธิ์จะกระทำในระหว่างระยะเวลา

๓๐ วัน ก่อนวันครบกำหนดชำระคืนต้นเงินมิได้

การโอนกรรมสิทธิ์พันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless)

สามารถกระทำได้

โดยอาจเป็นการโอนให้กับลูกค้ารายใหม่หรือลูกค้าเดิมภายในกลุ่มผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ซื้อผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่ายเดียวกัน

และไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ระหว่างธนาคารตัวแทนจำหน่ายได้

โดยผู้ถือกรรมสิทธิ์จะต้องนำสมุดพันธบัตรรัฐบาลกระทรวงการคลัง (Bond Book)

ไปติดต่อธนาคารตัวแทนจำหน่ายที่ได้ฝากพันธบัตรไว้

การโอนกรรมสิทธิ์พันธบัตรแบบมีใบตราสาร

ให้เป็นไปตามพิธีปฏิบัติของธนาคารแห่งประเทศไทย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

พันธบัตรรุ่นนี้มีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๓.๗๕ ต่อปี ชำระดอกเบี้ยปีละ ๒ งวด

คือในวันที่ ๒๒ พฤษภาคม และ ๒๒ พฤศจิกายน ของทุกปี โดยชำระเป็นเงินงวดละเท่า ๆ กัน

จนกว่าพันธบัตรจะครบกำหนด ยกเว้นงวดแรก และงวดที่ ๒

จะคำนวณดอกเบี้ยโดยใช้หลักเกณฑ์หนึ่งปีมี ๓๖๕ วัน

และนับตามจำนวนวันที่เกิดขึ้นจริง เศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง

หากวันครบกำหนดชำระดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดธนาคารแห่งประเทศไทย

ให้เลื่อนไปชำระในวันทำการถัดไปโดยไม่คำนวณดอกเบี้ยเพิ่มให้

เว้นแต่ดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะคำนวณดอกเบี้ยเพิ่มตามจำนวนวันที่เลื่อนออกไป

ธนาคารแห่งประเทศไทยจะโอนดอกเบี้ยเข้าบัญชีเงินฝาก (ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ)

ของผู้ถือกรรมสิทธิ์

ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับแจ้งรายชื่อและข้อมูลจากบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์

(ประเทศไทย) จำกัด (กรณีพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร) หรือตามรายชื่อทางทะเบียน

(กรณีพันธบัตรแบบมีใบตราสาร) ณ วันทำการสุดท้ายของธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนถึงช่วงระยะเวลา

๓๐ วัน ก่อนวันถึงกำหนดชำระดอกเบี้ย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ภาระภาษี

ผู้ถือพันธบัตรจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายจากดอกเบี้ยตามอัตราที่ประกาศในประมวลรัษฎากร

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

การขายพันธบัตรก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอน ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรสามารถขายพันธบัตรก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอนได้ตั้งแต่วันที่

๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๖ เป็นต้นไป โดยดำเนินการได้ ดังนี้

พันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless)

สามารถขายพันธบัตรก่อนวันครบกำหนดได้ที่ธนาคารตัวแทนจำหน่ายที่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ทำรายการซื้อ

ตามราคาที่ตกลงกัน (ธนาคารตัวแทนจำหน่ายจะมีการกำหนดราคารับซื้อพันธบัตร

รวมถึงสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยจะมีการกำหนดราคามาตรฐาน)

พันธบัตรแบบมีใบตราสาร

สามารถขายพันธบัตรก่อนวันครบกำหนดให้แก่สถาบันการเงินหรือบุคคลอื่นตามราคาที่ตกลงกัน

ทั้งนี้ การขายพันธบัตรจะกระทำในระหว่างระยะเวลา ๓๐ วัน ก่อนวันครบกำหนดชำระคืนต้นเงินมิได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

พันธบัตรรุ่นนี้ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

หากวันครบกำหนดไถ่ถอนตรงกับวันหยุดธนาคารแห่งประเทศไทย

ให้เลื่อนไปชำระในวันทำการถัดไป

กรณีพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร ธนาคารแห่งประเทศไทยจะชำระคืนต้นเงิน

โดยโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝาก

(ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ)

ให้แก่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามรายชื่อและข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์

(ประเทศไทย) จำกัด

กรณีพันธบัตรแบบมีใบตราสาร การชำระคืนต้นเงินตามพันธบัตร

จะกระทำได้ต่อเมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับคืนใบพันธบัตร

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

กรณีที่มีการออกใบพันธบัตร มิให้ถือว่าพันธบัตรฉบับใดสมบูรณ์

เว้นแต่พนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย

ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้แต่งตั้งให้เป็นเจ้าหน้าที่นายทะเบียนโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ลงลายมือชื่อกำกับในพันธบัตรฉบับนั้นแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

กำหนดค่าธรรมเนียมต่าง ๆ จากการทำธุรกรรม

ภายหลังการซื้อพันธบัตรของผู้ถือกรรมสิทธิ์ ดังนี้

ประเภทธุรกรรม

ผู้เรียกเก็บ

บริษัท ศูนย์รับฝาก

หลักทรัพย์ฯ

(ต่อรายการ

ไม่รวม VAT)

ธนาคารแห่ง

ประเทศไทย

(ไม่คิด VAT)

ธนาคารตัวแทนจำหน่าย

(ต่อรายการ

รวม VAT)

กรณีไร้ใบตราสาร

(๑)

การถอนพันธบัตรจากระบบ Scripless เพื่อขอออกใบพันธบัตร

๖๕ บาท

บุคคลธรรมดา

๒๐ บาท/ฉบับ

นิติบุคคล

๑๐๐ บาท/ฉบับ

๒๐๐ บาท

(๒)

การฝากพันธบัตร

เข้าระบบ

Scripless

(ภายหลังการถอนแล้ว

ต้องการนำฝากใหม่)

๑๐ บาท

๑๐ บาท/

รายการ

๒๐๐ บาท

(๓)

การขายพันธบัตร

ก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอน

ไม่คิดค่าธรรมเนียม

(๔)

การโอนกรรมสิทธิ์

ไม่คิดค่าธรรมเนียมในการโอนกรรมสิทธิ์ระหว่างลูกค้าเดิมภายในกลุ่มผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ซื้อผ่านธนาคารเดียวกัน ทั้งนี้

หากเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ระหว่างลูกค้าเดิมให้กับลูกค้ารายใหม่

ธนาคารจะคิดค่าธรรมเนียมในการโอนกรรมสิทธิ์จากลูกค้ารายใหม่ ๒๕๐ บาท

(๕)

การขอแก้ไขชื่อที่

จดทะเบียนกรรมสิทธิ์

ในพันธบัตร

ที่อยู่ บัญชีรับ

ดอกเบี้ยและต้นเงิน

ไม่คิดค่าธรรมเนียม

(๖)

การขอออก Bond

Book ใหม่กรณีสูญหาย

คิดค่าธรรมเนียมการออก Bond Book ใหม่

ตามอัตราที่แต่ละธนาคารประกาศกำหนด ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่าง ๕๐ - ๑๐๐ บาท

ต่อเล่ม

(๗)

การขอหนังสือรับรอง

ยอดพันธบัตร

คิดค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือรับรองยอดพันธบัตรตามอัตราที่แต่ละธนาคารประกาศกำหนด

ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่าง ๕๐ - ๒๐๐ บาทต่อฉบับ

(๘)

การขออายัดพันธบัตร

ไม่คิดค่าธรรมเนียม

กรณีมีใบตราสาร

การทำธุรกรรมต่าง

ๆ ของ

พันธบัตรแบบมีใบตราสาร

(เช่น

การโอน การจำนำ

การถอนจำนำ

การขอแยกหน่วยพันธบัตร การขอ

หนังสือรับรองยอด เป็นต้น)

บุคคลธรรมดา

๒๐ บาท/ฉบับ

นิติบุคคล

๑๐๐ บาท/ฉบับ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ธนาคารตัวแทนจำหน่ายจะชำระค่าธรรมเนียมการฝากพันธบัตรให้กับบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์

(ประเทศไทย) จำกัด

เพื่อเป็นการนำฝากพันธบัตรออมทรัพย์ซึ่งเป็นพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) โดยคำนวณตามมูลค่าพันธบัตรคงเหลือล้านละ ๑.๐๐ บาทต่อเดือน สำหรับราคาที่ใช้ในการคำนวณมูลค่าพันธบัตรคงเหลือให้ใช้ตามราคาตราของพันธบัตร

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

กำหนดค่าธรรมเนียมในการเป็นผู้จัดจำหน่ายพันธบัตร

และผู้รับฝากพันธบัตรจากผู้ถือกรรมสิทธิ์ในพันธบัตร (Custodian) ให้แก่ธนาคารตัวแทนจำหน่ายในอัตรา ๒๕๐ บาทต่อรายการ

(รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ Custodian แล้ว)

เรียกเก็บได้เฉพาะรายการซื้อที่เกิดขึ้นจริงทั้งการซื้อผ่านเคาน์เตอร์และเครื่องถอนเงินอัตโนมัติ

(ATM) และชำระเงินได้ถูกต้อง

โดยไม่นับรวมรายการที่มาลงทะเบียนไว้ แต่ไม่มีการทำรายการซื้อ

ธนาคารตัวแทนจำหน่ายจะต้องแจ้งยอดค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่ายทั้งหมดมายังกระทรวงการคลังเมื่อสิ้นสุดการจำหน่าย

หรือเมื่อจำหน่ายครบตามวงเงินที่ได้รับจัดสรรแล้ว

และธนาคารตัวแทนจำหน่ายจะไม่สามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ

เพิ่มเติมในภายหลัง

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

กำหนดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย ดังนี้

๑๗.๑

ค่าธรรมเนียมในการเป็นนายทะเบียนและตัวแทนการจ่ายเงินเกี่ยวกับพันธบัตรในอัตราร้อยละ

๐.๑ ของดอกเบี้ยที่ชำระและต้นเงินกู้ตามพันธบัตรที่ชำระคืน

๑๗.๒ ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์แบบพิมพ์พันธบัตรตามที่จ่ายจริง

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๖

สุภา ปิยะจิตติ

รองปลัดกระทรวงการคลัง

หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน

ปฏิบัติราชการแทน

ปลัดกระทรวงการคลัง

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๔ มิถุนายน

๒๕๕๖

โชติกานต์/ผู้ตรวจ

๗ มิถุนายน ๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๐/ตอนพิเศษ ๖๔ ง/หน้า ๑๒/๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖

17 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ผลการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 ครั้งที่ 1 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_cafb62cedc754e79

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com