法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง ว่าด้วยการขอรับความคุ้มครองการประดิษฐ์ตามสนธิสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตร พ.ศ. ๒๕๕๒

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
25
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

ว่าด้วยการขอรับความคุ้มครองการประดิษฐ์ตามสนธิสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตร

พ.ศ. ๒๕๕๒

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. ๒๕๒๒ และมาตรา ๑๗ และมาตรา ๖๕ ทศ แห่งพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสิทธิบัตร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๒ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้

“สนธิสัญญา” หมายความว่า สนธิสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตร ทําขึ้น ณ กรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๓

“ข้อบังคับ” หมายความว่า ข้อบังคับตามสนธิสัญญา

“คําขอระหว่างประเทศ” หมายความว่า คําขอรับความคุ้มครองการประดิษฐ์ที่ยื่นตามสนธิสัญญา

“ผู้ขอ” หมายความว่า ผู้ยื่นคําขอระหว่างประเทศ

“วันยื่นคําขอครั้งแรก” หมายความว่า

(๑) วันยื่นคําขอระหว่างประเทศ หรือ

(๒) วันยื่นคําขอรับความคุ้มครองการประดิษฐ์ที่ผู้ขอได้ยื่นไว้ครั้งแรกก่อนการยื่นคําขอระหว่างประเทศในกรณีที่มีการขอถือสิทธิตามข้อ ๑๖

“สํานักระหว่างประเทศ”หมายความว่า สํานักระหว่างประเทศขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก

“องค์กรตรวจค้นระหว่างประเทศ”หมายความว่า สํานักงานสิทธิบัตรของประเทศสมาชิก หรือองค์การระหว่างประเทศ ที่ได้รับแต่งตั้งจากที่ประชุมสมัชชาของสนธิสัญญาให้มีอํานาจดําเนินการตรวจค้นและรายงานความเห็นเกี่ยวกับงานที่ปรากฏอยู่แล้วที่เกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์

ตามคําขอระหว่างประเทศ

“องค์กรตรวจสอบเบื้องต้นระหว่างประเทศ” หมายความว่า สํานักงานสิทธิบัตรของประเทศสมาชิก หรือองค์การระหว่างประเทศ ที่ได้รับแต่งตั้งจากที่ประชุมสมัชชาของสนธิสัญญาให้มีอํานาจดําเนินการพิจารณาและจัดทําความเห็นเบื้องต้นว่าการประดิษฐ์ที่ปรากฏตามข้อถือสิทธิของคําขอระหว่างประเทศเป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่ มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น และสามารถประยุกต์ในทางอุตสาหกรรม

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับแก่การขอรับความคุ้มครองการประดิษฐ์ตามสนธิสัญญา ซึ่งประเทศไทยเข้าเป็นภาคีแห่งสนธิสัญญา เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒

การประดิษฐ์ในประเทศภาคีแห่งสนธิสัญญา

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ บุคคลผู้มีสัญชาติไทยหรือมีภูมิลําเนาในประเทศไทยอาจยื่นคําขอระหว่างประเทศต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา

บุคคลผู้มีภูมิลําเนาในประเทศไทยให้หมายความรวมถึงบุคคลที่อยู่ในระหว่างการประกอบอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมอย่างแท้จริงและจริงจังในประเทศไทย และนิติบุคคลที่มีสํานักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทยด้วย

ในกรณีที่บุคคลผู้มีสัญชาติหรือมีภูมิลําเนาในประเทศภาคีอื่นแห่งสนธิสัญญายื่นคําขอระหว่างประเทศต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา ให้ผู้ขอชําระค่าดําเนินการในอัตราเท่ากับค่าดําเนินการเพื่อจัดส่งคําขอระหว่างประเทศตามข้อ ๑๐ และให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาส่งคําขอระหว่างประเทศนั้นไปยังสํานักระหว่างประเทศเพื่อดําเนินการต่อไป

ในกรณีที่เป็นคําขอระหว่างประเทศของผู้ขอหลายคน ผู้ขออย่างน้อยหนึ่งคนต้องเป็นบุคคลตามที่กําหนดในวรรคหนึ่ง หรือวรรคสาม แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในกรณีที่ผู้ขอประสงค์จะมอบอํานาจให้ผู้อื่นกระทําการแทน ให้มอบอํานาจแก่ตัวแทนซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้วตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๑ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นผู้กระทําการแทน

การมอบอํานาจให้แก่ตัวแทนตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ขอยื่นหนังสือมอบอํานาจตามแบบที่อธิบดีประกาศกําหนด ประกอบคําขอระหว่างประเทศ หรือในกรณีที่ผู้ขอเป็นผู้ลงลายมือชื่อในคําขอระหว่างประเทศ ผู้ขออาจแต่งตั้งตัวแทนโดยระบุการมอบอํานาจนั้นไว้ในคําขอระหว่างประเทศก็ได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ คําขอระหว่างประเทศ ให้มีรายการดังต่อไปนี้

(๑) คําร้อง

(๒) รายละเอียดการประดิษฐ์

(๓) ข้อถือสิทธิ

(๔) รูปเขียน (ถ้ามี) และ

(๕) บทสรุปการประดิษฐ์

รายการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบคําขอระหว่างประเทศตามที่อธิบดีประกาศกําหนดตามสนธิสัญญา

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ คําขอระหว่างประเทศจะต้องไม่มีข้อความหรือรูปเขียนที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือดูหมิ่นบุคคลใด ๆ หากกรมทรัพย์สินทางปัญญาเห็นว่าคําขอระหว่างประเทศปรากฏข้อความหรือรูปเขียนในลักษณะดังกล่าว ให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอแก้ไขข้อความหรือรูปเขียน พร้อมทั้งแจ้งให้สํานักระหว่างประเทศและองค์กรตรวจค้นระหว่างประเทศทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ผู้ขอยื่นคําขอระหว่างประเทศและเอกสารประกอบที่มีรายการและข้อความถูกต้องครบถ้วนเป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา จํานวนสามชุด

ให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุเลขที่คําขอไว้ในคําขอระหว่างประเทศ และประทับข้อความในคําขอระหว่างประเทศแต่ละชุดว่าเป็นคําขอระหว่างประเทศฉบับสํานักระหว่างประเทศ

คําขอระหว่างประเทศฉบับองค์กรตรวจค้นระหว่างประเทศ หรือคําขอระหว่างประเทศฉบับสํานักงานรับคําขอ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่ผู้ขอยื่นคําขอระหว่างประเทศและเอกสารประกอบเป็นภาษาไทย ให้ผู้ขอจัดทําคําแปลเป็นภาษาอังกฤษ และยื่นต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาภายในระยะเวลาหนึ่งเดือน

นับแต่กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้รับคําขอระหว่างประเทศ

ในกรณีที่กรมทรัพย์สินทางปัญญายังไม่ได้รับคําแปลก่อนที่มีหนังสือแจ้งตามข้อ ๑๓ (๑) ให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาแจ้งเตือนกําหนดระยะเวลาการจัดทําคําแปลตามวรรคหนึ่งไปพร้อมกับหนังสือแจ้งด้วย

ในกรณีที่ผู้ขอไม่อาจยื่นคําแปลภายในระยะเวลาที่กําหนดตามวรรคหนึ่ง ผู้ขออาจยื่นคําแปลได้ภายในระยะเวลาหนึ่งเดือนนับแต่วันที่กรมทรัพย์สินทางปัญญามีหนังสือแจ้งตามข้อ ๑๓ (๑) หรือภายในระยะเวลาสองเดือนนับแต่วันที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้รับคําขอระหว่างประเทศ แล้วแต่ว่ากําหนดระยะเวลาใดจะสิ้นสุดลงภายหลัง โดยต้องชําระค่ายื่นคําแปลล่าช้าในอัตราร้อยละยี่สิบห้าของค่ายื่นคําขอระหว่างประเทศ

เมื่อพ้นกําหนดระยะเวลาตามวรรคสาม หากปรากฏว่าผู้ขอไม่ยื่นคําแปลต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา ให้ถือว่าผู้ขอถอนคําขอระหว่างประเทศ และให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาประกาศการถอนคําขอระหว่างประเทศในที่เปิดเผย ณ กรมทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมทั้งแจ้งไปยังสํานักระหว่างประเทศและผู้ขอเพื่อทราบ เว้นแต่ผู้ขอได้ยื่นคําแปลและชําระค่ายื่นคําแปลล่าช้าก่อนการประกาศการถอนคําขอระหว่างประเทศและก่อนครบกําหนดระยะเวลาสิบห้าเดือนนับแต่วันยื่นคําขอครั้งแรก

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้ขอต้องชําระเงินค่ายื่นคําขอระหว่างประเทศ ค่าตรวจค้นระหว่างประเทศ และค่าดําเนินการเพื่อจัดส่งคําขอระหว่างประเทศภายในระยะเวลาหนึ่งเดือนนับแต่วันที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้รับคําขอระหว่างประเทศ และตามอัตราที่อธิบดีประกาศกําหนด

ในกรณีที่ผู้ขอไม่ชําระเงินหรือชําระไม่ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กําหนดตามวรรคหนึ่ง ให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาแจ้งให้ผู้ขอชําระเงินที่ค้างชําระให้ครบถ้วน พร้อมทั้งค่าชําระเงินล่าช้า ภายในระยะเวลาหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ระบุในหนังสือแจ้ง โดยค่าชําระเงินล่าช้าให้เป็นไปตามอัตราที่อธิบดีประกาศกําหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่าค่าดําเนินการเพื่อจัดส่งคําขอระหว่างประเทศและไม่เกินร้อยละห้าสิบของค่ายื่นคําขอระหว่างประเทศ

ในกรณีที่ผู้ขอไม่ชําระเงินหรือชําระไม่ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กําหนดตามวรรคสอง ให้ถือว่าผู้ขอถอนคําขอระหว่างประเทศ และให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาประกาศการถอนคําขอระหว่างประเทศในที่เปิดเผย ณ กรมทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมทั้งแจ้งไปยังสํานักระหว่างประเทศ

และผู้ขอเพื่อทราบ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุวันที่ที่ได้รับคําขอระหว่างประเทศเป็นวันยื่นคําขอระหว่างประเทศ เมื่อปรากฏว่าในวันที่ได้รับคําขอระหว่างประเทศนั้น ผู้ขอเป็นผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๔ วรรคหนึ่งและวรรคสี่ และคําขอระหว่างประเทศมีลักษณะครบถ้วนตามที่กําหนด ดังต่อไปนี้

(๑) คําขอระหว่างประเทศใช้ภาษาที่กําหนดในข้อ ๘ และ

(๒) คําขอระหว่างประเทศมีข้อความและเอกสาร ดังต่อไปนี้

(ก) ข้อความที่ระบุว่าผู้ขอประสงค์จะยื่นเป็นคําขอระหว่างประเทศ

(ข) ข้อความที่ระบุว่าผู้ขอประสงค์ที่จะขอรับความคุ้มครองการประดิษฐ์

ในประเทศภาคีแห่งสนธิสัญญา

(ค) ชื่อผู้ขอ

(ง) เอกสารที่เป็นรายละเอียดการประดิษฐ์ และข้อถือสิทธิ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีที่คําขอระหว่างประเทศมีลักษณะไม่ครบถ้วนตามที่กําหนดในข้อ ๑๑ ให้กรมทรัพย์สินทางปัญญามีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอแก้ไขข้อบกพร่องภายในระยะเวลาสองเดือนนับแต่วันที่ระบุในหนังสือแจ้ง

หากผู้ขอได้แก้ไขข้อบกพร่องถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กําหนดตามวรรคหนึ่งให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุวันที่ที่ได้รับคําขอระหว่างประเทศที่ถูกต้องครบถ้วนเป็นวันยื่นคําขอระหว่างประเทศ

ในกรณีที่ผู้ขอมิได้แก้ไขข้อบกพร่องภายในระยะเวลาที่กําหนดตามวรรคหนึ่ง ให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาแจ้งให้ผู้ขอทราบพร้อมเหตุผลที่ไม่อาจดําเนินการต่อไปได้ และให้เก็บ

คําขอระหว่างประเทศไว้เป็นหลักฐานและแจ้งไปยังสํานักระหว่างประเทศทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เมื่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุวันยื่นคําขอระหว่างประเทศตามข้อ ๑๑ หรือข้อ ๑๒ แล้ว ให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาเก็บคําขอระหว่างประเทศฉบับสํานักงานรับคําขอ

ไว้ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา และดําเนินการดังต่อไปนี้

(๑) มีหนังสือแจ้งเลขที่คําขอและวันยื่นคําขอระหว่างประเทศให้ผู้ขอทราบโดยเร็ว

(๒) ส่งคําขอระหว่างประเทศฉบับสํานักระหว่างประเทศและสําเนาหนังสือแจ้งตาม (๑) ไปยังสํานักระหว่างประเทศก่อนสิ้นสุดระยะเวลาสิบสามเดือนนับแต่วันยื่นคําขอครั้งแรก

(๓) ส่งคําขอระหว่างประเทศฉบับองค์กรตรวจค้นระหว่างประเทศไปยังองค์กรตรวจค้นระหว่างประเทศก่อนสิ้นสุดระยะเวลาสิบสามเดือนนับแต่วันยื่นคําขอครั้งแรก เมื่อผู้ขอได้ชําระเงินค่าตรวจค้นระหว่างประเทศครบถ้วนและส่งคําแปลตามข้อ ๙ แล้ว

(๔) ส่งคําแปลตามข้อ ๙ ไปยังสํานักระหว่างประเทศโดยเร็ว

(๕) ส่งเงินค่ายื่นคําขอระหว่างประเทศไปยังสํานักระหว่างประเทศ และค่าตรวจค้นระหว่างประเทศไปยังองค์กรตรวจค้นระหว่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เมื่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุวันยื่นคําขอระหว่างประเทศตามข้อ ๑๑ หรือข้อ ๑๒ แล้ว หากพบข้อบกพร่องของคําขอระหว่างประเทศ ให้ดําเนินการดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่พบว่าคําขอระหว่างประเทศไม่ปรากฏลายมือชื่อของผู้ขอ ที่อยู่ สัญชาติ หรือภูมิลําเนาของผู้ขอ หรือไม่ปรากฏชื่อที่แสดงถึงการประดิษฐ์ หรือไม่ปรากฏบทสรุปการประดิษฐ์ หรือไม่เป็นไปตามรูปแบบที่อธิบดีประกาศกําหนด ให้กรมทรัพย์สินทางปัญญามีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอแก้ไขข้อบกพร่องภายในระยะเวลาสองเดือนนับแต่วันที่ระบุในหนังสือแจ้ง

หากผู้ขอได้แก้ไขข้อบกพร่องถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กําหนดตาม (๑) วรรคหนึ่ง ให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาส่งเอกสารการแก้ไขไปยังสํานักระหว่างประเทศ และองค์กรตรวจค้นระหว่างประเทศ

หากผู้ขอมิได้แก้ไขข้อบกพร่องให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กําหนดตาม (๑) วรรคหนึ่ง และกรมทรัพย์สินทางปัญญาเห็นสมควรขยายระยะเวลาดังกล่าวออกไป ให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาแจ้งกําหนดระยะเวลาที่ขยายออกไปให้ผู้ขอดําเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง

เมื่อครบกําหนดระยะเวลาที่ให้แก้ไขข้อบกพร่องแล้ว หากผู้ขอมิได้แก้ไขข้อบกพร่องให้ถูกต้องครบถ้วน ให้ถือว่าผู้ขอถอนคําขอระหว่างประเทศ และให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาประกาศการถอนคําขอระหว่างประเทศในที่เปิดเผย ณ กรมทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมทั้งแจ้งไปยังสํานัก

ระหว่างประเทศและผู้ขอเพื่อทราบ

(๒) ในกรณีที่พบว่าคําขอระหว่างประเทศมีลักษณะไม่ครบถ้วนตามที่กําหนดในข้อ ๑๑ ให้กรมทรัพย์สินทางปัญญามีหนังสือแจ้งผู้ขอพร้อมด้วยเหตุผล ภายในระยะเวลาสี่เดือนนับแต่วันที่ระบุว่าเป็นวันยื่นคําขอระหว่างประเทศว่าจะดําเนินการถอนคําขอระหว่างประเทศ

ให้ผู้ขอมีสิทธิยื่นคําโต้แย้งต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาภายในระยะเวลาหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งตาม (๒) วรรคหนึ่ง หากผู้ขอมิได้ยื่นคําโต้แย้งภายในระยะเวลาที่กําหนด หรือกรมทรัพย์สินทางปัญญาไม่เห็นด้วยกับคําโต้แย้งนั้น ให้ถือว่าผู้ขอถอนคําขอระหว่างประเทศ และให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาประกาศการถอนคําขอระหว่างประเทศในที่เปิดเผย ณ กรมทรัพย์สินทางปัญญา

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ เมื่อผู้ขอได้รับหนังสือแจ้งจากสํานักระหว่างประเทศว่าสํานักระหว่างประเทศยังไม่ได้รับคําขอระหว่างประเทศฉบับสํานักระหว่างประเทศ ผู้ขออาจขอให้กรมทรัพย์สินทางปัญญารับรองความถูกต้องของสําเนาคําขอระหว่างประเทศได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และให้ผู้ขอจัดส่งสําเนาคําขอระหว่างประเทศดังกล่าวไปยังสํานักระหว่างประเทศ

กรมทรัพย์สินทางปัญญาอาจปฏิเสธการขอให้รับรองความถูกต้องของสําเนาคําขอระหว่างประเทศได้ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) สําเนาคําขอระหว่างประเทศที่ผู้ขอส่งให้รับรองไม่เหมือนกับคําขอระหว่างประเทศที่ได้ยื่นไว้ หรือ

(๒) กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ส่งคําขอระหว่างประเทศฉบับสํานักระหว่างประเทศไปยังสํานักระหว่างประเทศ และสํานักระหว่างประเทศได้แจ้งให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาทราบว่าได้รับคําขอระหว่างประเทศฉบับสํานักระหว่างประเทศแล้ว

ในกรณีที่สํานักระหว่างประเทศไม่ได้รับคําขอระหว่างประเทศหรือสําเนาคําขอระหว่างประเทศตามวรรคหนึ่งภายในระยะเวลาสามเดือนนับแต่วันที่สํานักระหว่างประเทศมีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอทราบว่ายังไม่ได้รับคําขอระหว่างประเทศฉบับสํานักระหว่างประเทศตามวรรคหนึ่ง

ให้ถือว่าผู้ขอถอนคําขอระหว่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ผู้ขออาจขอถือสิทธิการขอรับความคุ้มครองการประดิษฐ์เริ่มตั้งแต่วันยื่นคําขอรับความคุ้มครองการประดิษฐ์ที่ผู้ขอได้ยื่นไว้ครั้งแรกก่อนการยื่นคําขอระหว่างประเทศตามสนธิสัญญาได้ หากผู้ขอได้ยื่นคําขอระหว่างประเทศสําหรับการประดิษฐ์อย่างเดียวกันภายในสิบสองเดือนนับแต่วันที่ได้ยื่นคําขอนั้นเป็นครั้งแรก

การขอถือสิทธิตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ขอระบุการขอถือสิทธิไว้ในคําขอระหว่างประเทศ และยื่นสําเนาคําขอครั้งแรกที่ได้ยื่นไว้ พร้อมคํารับรองความถูกต้องจากสํานักงานสิทธิบัตรของประเทศที่ได้ยื่นคําขอไว้ครั้งแรกนั้นต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือสํานักระหว่างประเทศ ภายในระยะเวลาสิบหกเดือนนับแต่วันยื่นคําขอครั้งแรก

ในกรณีที่ผู้ขอได้ยื่นคําขอครั้งแรกไว้ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา ผู้ขออาจทําคําร้องยื่นต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาให้จัดส่งสําเนาคําขอที่ได้ยื่นไว้ครั้งแรกในประเทศไทยพร้อมคํารับรองความถูกต้องไปยังสํานักระหว่างประเทศแทนผู้ขอ ภายในระยะเวลาสิบหกเดือนนับแต่วันยื่นคําขอครั้งแรก โดยผู้ขอเป็นผู้ชําระค่าใช้จ่ายในการจัดส่งเอกสารนั้น

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในกรณีที่ผู้ขอไม่อาจยื่นคําขอระหว่างประเทศภายในระยะเวลาสิบสองเดือนนับแต่วันยื่นคําขอครั้งแรก หากผู้ขอประสงค์จะขอถือสิทธิตามข้อ ๑๖ ผู้ขออาจยื่นคําร้องเพื่อขอฟื้นสิทธิการขอรับความคุ้มครองการประดิษฐ์เริ่มตั้งแต่วันยื่นคําขอครั้งแรกต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาภายในระยะเวลาสองเดือนนับแต่วันครบกําหนดระยะเวลาการขอถือสิทธิตามข้อ ๑๖ วรรคหนึ่ง พร้อมทั้งแจ้งเหตุผลและหลักฐานที่แสดงว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่กรณีแล้ว

หากกรมทรัพย์สินทางปัญญาเห็นว่าผู้ขอได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่กรณีแล้วแต่ไม่สามารถดําเนินการได้ตามที่กําหนด ให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาดําเนินการตามคําร้องต่อไปได้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ผู้ขออาจถอนคําขอระหว่างประเทศในเวลาใดก็ได้ก่อนสิ้นสุดระยะเวลาสามสิบเดือนนับแต่วันยื่นคําขอครั้งแรก ต่อองค์กรดังต่อไปนี้

(๑) กรมทรัพย์สินทางปัญญา

(๒) สํานักระหว่างประเทศ หรือ

(๓) องค์กรตรวจสอบเบื้องต้นระหว่างประเทศ ในกรณีที่ผู้ขอประสงค์จะให้มี

การตรวจสอบเบื้องต้นระหว่างประเทศ

การขอถอนคําขอระหว่างประเทศให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีประกาศกําหนดตามสนธิสัญญา และให้มีผลเมื่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือสํานักระหว่างประเทศ หรือองค์กรตรวจสอบเบื้องต้นระหว่างประเทศได้รับแจ้งการขอถอนคําขอระหว่างประเทศ

ในกรณีที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้รับแจ้งการขอถอนคําขอระหว่างประเทศตามวรรคหนึ่ง ให้แจ้งการขอถอนดังกล่าวไปยังสํานักระหว่างประเทศโดยเร็ว และในกรณีที่ได้ส่งคําขอระหว่างประเทศฉบับองค์กรตรวจค้นระหว่างประเทศไปยังองค์กรตรวจค้นระหว่างประเทศตามข้อ ๑๓ แล้ว ให้แจ้งการขอถอนไปยังองค์กรตรวจค้นระหว่างประเทศด้วย

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาคืนเงินค่ายื่นคําขอระหว่างประเทศหรือค่าตรวจค้นระหว่างประเทศแก่ผู้ขอ ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) กรณีที่ไม่มีการดําเนินการกับคําขอระหว่างประเทศตามข้อ ๑๒ วรรคสาม

(๒) กรณีที่มีการถอนคําขอระหว่างประเทศตามข้อ ๑๐ วรรคสาม ข้อ ๑๔ (๑) วรรคสี่ ข้อ ๑๔ (๒) วรรคสอง และข้อ ๑๕ วรรคสาม หรือกรณีที่ผู้ขอถอนคําขอระหว่างประเทศตามข้อ ๑๘ ก่อนส่งคําขอระหว่างประเทศฉบับสํานักระหว่างประเทศไปยังสํานักระหว่างประเทศ หรือก่อนส่งคําขอระหว่างประเทศฉบับองค์กรตรวจค้นระหว่างประเทศไปยังองค์กรตรวจค้นระหว่างประเทศ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในกรณีที่องค์กรตรวจค้นระหว่างประเทศที่สนธิสัญญารับรองมีหลายแห่งให้อธิบดีประกาศรายชื่อองค์กรตรวจค้นระหว่างประเทศที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะให้ดําเนินการตรวจค้นคําขอระหว่างประเทศของผู้ขอที่ยื่นต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา และแจ้งให้สํานักระหว่างประเทศทราบ

ในกรณีที่อธิบดีประกาศรายชื่อองค์กรตรวจค้นระหว่างประเทศมากกว่าหนึ่งองค์กรให้ผู้ขอระบุองค์กรตรวจค้นระหว่างประเทศที่ประสงค์จะให้ดําเนินการตรวจค้นคําขอระหว่างประเทศไว้ในคําขอระหว่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในกรณีที่องค์กรตรวจสอบเบื้องต้นระหว่างประเทศที่สนธิสัญญารับรองมีหลายแห่ง ให้อธิบดีประกาศรายชื่อองค์กรตรวจสอบเบื้องต้นระหว่างประเทศที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะให้ดําเนินการตรวจสอบเบื้องต้นระหว่างประเทศเกี่ยวกับการประดิษฐ์ตามคําขอระหว่างประเทศของผู้ขอที่ยื่นต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา และแจ้งให้สํานักระหว่างประเทศทราบ

ในกรณีที่ผู้ขอประสงค์จะให้องค์กรตรวจสอบเบื้องต้นระหว่างประเทศองค์กรใดที่อธิบดีประกาศรายชื่อเป็นองค์กรตรวจสอบเบื้องต้นระหว่างประเทศเกี่ยวกับการประดิษฐ์ตามคําขอระหว่างประเทศของตน ให้ยื่นคําร้องขอไปยังองค์กรตรวจสอบเบื้องต้นระหว่างประเทศนั้นโดยตรง หรือยื่นผ่านกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อส่งต่อไปยังองค์กรตรวจสอบเบื้องต้นระหว่างประเทศ และให้ผู้ขอชําระค่าตรวจสอบเบื้องต้นระหว่างประเทศต่อองค์กรตรวจสอบเบื้องต้นระหว่างประเทศโดยตรง

ที่ขอรับความคุ้มครองการประดิษฐ์ในประเทศไทย

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ผู้ขอซึ่งได้ยื่นคําขอระหว่างประเทศในประเทศภาคีแห่งสนธิสัญญาไว้แล้ว หากประสงค์จะขอรับความคุ้มครองการประดิษฐ์ในประเทศไทย ให้แจ้งความประสงค์มายัง

กรมทรัพย์สินทางปัญญาตามแบบที่อธิบดีประกาศกําหนด พร้อมทั้งส่งคําแปลเป็นภาษาไทยและชําระค่าธรรมเนียมคําขอรับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรตามอัตราที่กําหนดในพระราชบัญญัตินี้ ภายในระยะเวลาสามสิบเดือนนับแต่วันยื่นคําขอครั้งแรก

ในกรณีที่ผู้ขอมิได้ดําเนินการภายในระยะเวลาที่กําหนดตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าคําขอระหว่างประเทศนั้นสิ้นผลในประเทศไทย

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ในกรณีที่ผู้ขอไม่อาจดําเนินการภายในระยะเวลาสามสิบเดือนตามข้อ ๒๒ วรรคหนึ่ง ผู้ขออาจยื่นคําร้องเพื่อขอฟื้นสิทธิให้คําขอระหว่างประเทศยังคงมีผลในประเทศไทย

ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา ภายในระยะเวลาสองเดือนนับแต่วันที่เหตุที่ทําให้ไม่สามารถดําเนินการภายในระยะเวลาที่กําหนดได้สิ้นสุดลง หรือภายในระยะเวลาสิบสองเดือนนับแต่วันครบกําหนดระยะเวลาตามข้อ ๒๒ วรรคหนึ่ง แล้วแต่ระยะเวลาใดจะสิ้นสุดลงก่อน โดยแสดงเหตุผลและหลักฐาน พร้อมทั้งดําเนินการตามที่กําหนดในข้อ ๒๒

เมื่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาพิจารณาคําร้องตามวรรคหนึ่งแล้ว เห็นว่าผู้ขอได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่กรณีแล้ว แต่ไม่สามารถดําเนินการได้ตามระยะเวลาที่กําหนด ให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาดําเนินการกับคําขอระหว่างประเทศตามขั้นตอนที่กําหนดในพระราชบัญญัตินี้ต่อไป และแจ้งให้ผู้ขอทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ผู้ขอซึ่งได้ยื่นคําขอระหว่างประเทศไว้แล้วในประเทศภาคีแห่งสนธิสัญญาและประสงค์ที่จะขอรับความคุ้มครองการประดิษฐ์ในประเทศไทย อาจร้องขอให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาทบทวนผลการพิจารณาคําขอระหว่างประเทศในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) กรณีที่สํานักงานรับคําขอในประเทศภาคีแห่งสนธิสัญญาปฏิเสธที่จะระบุวันยื่นคําขอระหว่างประเทศ หรือ

(๒) กรณีที่ถือว่ามีการถอนคําขอระหว่างประเทศ

การยื่นคําร้องตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ขอยื่นคําร้องไปยังสํานักระหว่างประเทศภายในระยะเวลาสองเดือนนับแต่วันที่ผู้ขอได้รับแจ้งผลการพิจารณา เพื่อขอให้สํานักระหว่างประเทศจัดส่งคําขอระหว่างประเทศนั้นมายังกรมทรัพย์สินทางปัญญา

หากปรากฏแก่กรมทรัพย์สินทางปัญญาว่า ผลการพิจารณาคําขอระหว่างประเทศตามวรรคหนึ่ง เกิดจากความผิดพลาดหรือความละเลยของสํานักงานรับคําขอในประเทศภาคีแห่งสนธิสัญญาหรือสํานักระหว่างประเทศ ให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาดําเนินการกับคําขอระหว่างประเทศนั้นตามขั้นตอนที่กําหนดในพระราชบัญญัตินี้ต่อไป และให้ถือว่าคําขอระหว่างประเทศดังกล่าวเป็นคําขอรับสิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตร ที่ได้ยื่นต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาดําเนินการกับคําขอระหว่างประเทศที่ขอรับความคุ้มครองการประดิษฐ์ในประเทศไทยตามข้อ ๒๒ เมื่อครบกําหนดระยะเวลาสามสิบเดือนนับแต่วันยื่นคําขอครั้งแรก เว้นแต่ผู้ขอได้ยื่นคําร้องขอให้ดําเนินการก่อนครบกําหนดระยะเวลาดังกล่าว

25 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง ว่าด้วยการขอรับความคุ้มครองการประดิษฐ์ตามสนธิสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตร พ.ศ. ๒๕๕๒ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_cb61926489c52198

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com