法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรของพนักงานและลูกจ้างของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2538 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
19
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร

ของพนักงานและลูกจ้างของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

พ.ศ.

๒๕๓๘

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๑๘

แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องสำนักงานปุ๋ย พ.ศ. ๒๕๓๑ ข้อ ๑๗

แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง สถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๓๔ และข้อ

๑๗ แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง สำนักงานตลาด พ.ศ. ๒๕๓๔ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

จึงกำหนดระเบียบว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรของพนักงานและลูกจ้างของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครขึ้นไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรของพนักงานและลูกจ้างของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

พ.ศ. ๒๕๓๘”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ยกเลิกความในหมวด ๘

แห่งระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของสำนักงานตลาด กรุงเทพมหานคร พ.ศ.

๒๕๒๗ และหมวด ๑๑ แห่งระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการบริหารงานสำนักงานปุ๋ย

กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๖

บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ได้กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ปลัดกรุงเทพมหานครรักษาการตามระเบียบนี้

หมวด

ข้อความทั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ในระเบียบนี้

“การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร” [๒]

“หน่วยงาน” หมายความว่า[๓]

ส่วนการบริหารของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครแต่ละแห่งตั้งแต่ระดับฝ่าย

หรือกองขึ้นไป และให้รวมถึงสถานธนานุบาลและตลาดด้วย

“พนักงาน” หมายความว่า

พนักงานและลูกจ้างประจำของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

“สถานศึกษาของทางราชการ”

หมายความว่า

(๑) มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่น

ในสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย

(๒) วิทยาลัยในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

หรือสังกัดส่วนราชการอื่น ที่ ก.พ. รับรองคุณวุฒิ

(๓) โรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

มหาวิทยาลัย วิทยาลัย กรุงเทพมหานคร เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด

(๔) โรงเรียนในสังกัดส่วนราชการอื่น

หรือองค์การของรัฐบาลที่ ก.พ. รับรองคุณวุฒิ

(๕)

โรงเรียนในสังกัดส่วนราชการที่กระทรวงการคลังกำหนด

“สถานศึกษาของเอกชน”

หมายความว่า

(๑)

สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน

ซึ่งจัดหลักสูตรระดับอนุปริญญาหรือเทียบเท่าแยกต่างหากจากปริญญาตรี

(๒) โรงเรียนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนราษฏร์

แต่ไม่รวมถึงโรงเรียนราษฏร์ประเภทอาชีวศึกษาที่ใช้หลักสูตรของโรงเรียนเอง

และโรงเรียนการศึกษาพิเศษ

“เงินบำรุงการศึกษา”

หมายความว่า เงินประเภทต่าง ๆ

ที่สถานศึกษาของทางราชการเรียกเก็บตามอัตราที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการ

ส่วนราชการเจ้าสังกัด มหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด

หรือองค์การของรัฐบาล

“เงินค่าเล่าเรียน”

หมายความว่า เงินค่าธรรมเนียมการเรียนหรือค่าธรรมเนียมต่าง ๆ

ซึ่งสถานศึกษาของเอกชนเรียกเก็บตามอัตราที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการหรือทบวงมหาวิทยาลัย

“บุตร” หมายความว่า

บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งมีอายุไม่เกินยี่สิบห้าปีในวันที่ ๑ พฤษภาคม ของทุกปี

แต่ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรมและบุตรซึ่งบิดามารดาได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของผู้อื่น

“ปีการศึกษา”

หมายความว่า ปีการศึกษาที่กำหนดโดยกระทรวงศึกษาธิการ ทบวงมหาวิทยาลัย

ส่วนราชการเจ้าสังกัด มหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร เทศบาล

องค์การบริหารส่วนจังหวัดหรือองค์การของรัฐบาล

หมวด

การเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

การจ่ายเงินตามงบประมาณรายจ่ายเป็นเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายตามระเบียบนี้

สำหรับวิธีการเบิกจ่ายในส่วนที่มิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้

รวมทั้งแบบพิมพ์การขอรับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร

ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรุงเทพมหานครถือปฏิบัติโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรตามระเบียบนี้

คือ พนักงานซึ่งรับเงินเดือนหรือค่าจ้างประจำจากเงินงบประมาณรายจ่ายของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรตามข้อ

๗ มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรได้เพียงคนที่หนึ่งถึงคนที่สาม

การนับลำดับบุตรคนที่หนึ่งถึงคนที่สาม

ให้นับเรียงตามลำดับการเกิดก่อนหลัง ทั้งนี้ไม่ว่าเป็นบุตรที่เกิดจากการสมรสครั้งใด

หรืออยู่ในอำนาจการปกครองของตนหรือไม่

ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรผู้ใดมีบุตรเกินสามคน

ถ้าบุตรคนหนึ่งคนใดในจำนวนสามคนตามวรรคหนึ่งตาย กายพิการจนไม่สามารถเล่าเรียนได้

หรือเป็นคนไร้ความสามารถ

คนเสมือนไร้ความสามารถที่มิได้ศึกษาในสถานศึกษาที่มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร

วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ก่อนอายุครบยี่สิบห้าปีบริบูรณ์

ก็ให้ผู้นั้นมีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรเพิ่มขึ้นอีกเท่าจำนวนบุตรที่ตาย

กายพิการ หรือเป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ วิกลจริต

หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบนั้น โดยให้นับบุตรคนที่อยู่ในลำดับถัดไปก่อน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรผู้ใดยังไม่มีบุตรหรือมีบุตรที่มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรตามข้อ

๘ ยังไม่ถึงสามคน ถ้าต่อมามีบุตรแฝด ซึ่งทำให้มีจำนวนบุตรเกินสามคน

ให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร

ผู้นั้นมีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรตามข้อ ๘

สำหรับบุตรคนที่หนึ่งถึงคนสุดท้าย

แต่บุตรแฝดดังกล่าวจะต้องเป็นบุตรซึ่งเกิดจากคู่สมรสหรือเป็นบุตรของตนเองในกรณีที่หญิงเป็นผู้ใช้สิทธิเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร

ในกรณีที่บุตรคนหนึ่งคนใดของผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรดังกล่าว

ตามวรรคหนึ่งตาย กายพิการจนไม่สามารถเล่าเรียนได้ หรือเป็นคนไร้ความสามารถ

คนเสมือนไร้ความสามารถที่มิได้ศึกษาที่มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร

วิกลจริต จิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ ก่อนมีอายุครบยี่สิบห้าปีบริบูรณ์

ก็ให้ลดจำนวนบุตรที่ได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรลงจนกว่าจำนวนบุตรที่ได้รับเงินสวัสดิการดังกล่าวเหลือไม่เกินสามคน

และหลังจากนั้นผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรดังกล่าวจึงจะมีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรเพิ่มขึ้นได้ตามข้อ

๘ วรรคสาม

เพื่อประโยชน์แห่งระเบียบข้อนี้

ข้อความที่อ้างถึงบุตรคนที่หนึ่งถึงคนที่สามของผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร

ให้หมายถึงบุตรคนที่หนึ่งถึงคนสุดท้ายของผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรตามวรรคหนึ่ง

การนับลำดับบุตรคนที่หนึ่งถึงคนสุดท้ายในกรณีที่ไม่อาจทราบลำดับการเกิดก่อนหลังของบุตรแฝดได้โดยแน่ชัด

ให้นับลำดับบุตรแฝดตามหลักเกณฑ์ที่กรุงเทพมหานครถือปฏิบัติโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

การจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ประเภทและอัตราดังนี้

(๑)

บุตรที่ศึกษาในสถานศึกษาของทางราชการในหลักสูตรระดับไม่สูงกว่าอนุปริญญาหรือเทียบเท่า

และหลักสูตรนั้นแยกต่างหากจากหลักสูตรปริญญาตรี ให้ได้รับเงินบำรุงการศึกษาเต็มจำนวนที่ได้จ่ายไปจริง

แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินประเภทและอัตราที่กรุงเทพมหานครถือปฏิบัติโดยอนุโลม

(๒) บุตรที่ศึกษาในสถานศึกษาของเอกชนในหลักสูตรระดับไม่สูงกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า

ให้ได้รับเงินค่าเล่าเรียนเต็มจำนวนที่ได้จ่ายไปจริงแต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินประเภทและอัตราที่กรุงเทพมหานครถือปฏิบัติโดยอนุโลม

(๓)

บุตรที่ศึกษาในสถานศึกษาของเอกชนในหลักสูตรระดับสูงกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า

แต่ไม่สูงกว่าระดับอนุปริญญาหรือเทียบเท่าและหลักสูตรนั้นแยกต่างหากจากหลักสูตรปริญญาตรีให้ได้รับเงินค่าเล่าเรียนตามประเภทและอัตราที่กรุงเทพมหานครถือปฏิบัติโดยอนุโลม

แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินครึ่งหนึ่งของจำนวนที่ได้จ่ายไปจริง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

การใช้สิทธิขอรับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรในกรณีทีคู่สมรสเป็นผู้ปฏิบัติงานในรัฐวิสาหกิจ

หน่วยงานของทางราชการ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือกรุงเทพมหานคร

ให้คู่สมรสฝ่ายสามีเป็นผู้ใช้สิทธิขอรับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรแต่เพียงฝ่ายเดียว

คือถ้าคู่สมรสฝ่ายสามีเป็นพนักงาน

ให้ใช้สิทธิขอรับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรตามระเบียบนี้ ถ้าคู่สมรสเป็นผู้ปฏิบัติงานในรัฐวิสาหกิจ

หน่วยงานของทางราชการ

ราชการส่วนท้องถิ่นหรือกรุงเทพมหานครและมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือจากรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานนั้น

ให้ใช้สิทธิขอรับการช่วยเหลือจากทางรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานดังกล่าว

เว้นแต่สิทธิที่ได้รับจากทางรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานนั้นต่ำกว่าสิทธิที่จะพึงได้รับตามระเบียบนี้

ให้คู่สมรสฝ่ายภรรยาที่เป็นพนักงานใช้สิทธิขอรับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรตามระเบียบนี้ได้เพิ่มเท่าจำนวนที่ยังขาดอยู่

ในกรณีหย่าหรือแยกกันอยู่โดยมิได้หย่ากันตามกฎหมาย

และบุตรอยู่ในความปกครองหรืออุปการะเลี้ยงดูของมารดาซึ่งเป็นพนักงาน ให้มารดาเป็นผู้ใช้สิทธิขอรับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรที่อยู่ในอำนาจปกครองหรืออยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของตนนั้นได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ให้ผู้บังคับบัญชาต่อไปนี้เป็นผู้มีอำนาจรับรองการใช้สิทธิ

(๑)

ให้หัวหน้าหน่วยงานเป็นผู้มีอำนาจรับรองการใช้สิทธิของพนักงานในสังกัด

(๒)

ให้ผู้อำนวยการการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครมีอำนาจรับรองการใช้สิทธิของตนเองและของผู้ใต้บังคับบัญชาตั้งแต่หัวหน้าหน่วยงานขึ้นไป

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ให้ผู้อำนวยการการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครหรือผู้ได้รับมอบอำนาจเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติการจ่ายเงินในสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

การเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรตามระเบียบนี้

ให้หน่วยงานเป็นผู้วางฎีกาเบิกเงินกับหน่วยงานการคลังส่วนกลางของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครของตนจากเงินงบกลางของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครแต่ละแห่ง

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

เมื่อการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครได้จ่ายเงินให้แก่ผู้ใช้สิทธิแล้ว

ให้เขียนข้อความหรือประทับตรามีข้อความว่า “จ่ายเงินแล้ว”

ในหลักฐานการรับเงินทุกฉบับ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ในกรณีที่พนักงานใช้สิทธิเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรตามระเบียบนี้โดยทุจริต

หรือกรอกข้อความในคำขอเบิกเงินตามที่กล่าวข้างต้นนี้เป็นเท็จ

นอกจากจะต้องรับโทษทางวินัยแล้ว

ให้เป็นอันหมดสิทธิที่จะได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรดังกล่าวข้างต้นตลอดไปอีกด้วย

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

พนักงานผู้ใดมีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรเกินสามคนอยู่แล้วก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

ก็ให้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการสำหรับบุตรเหล่านั้นต่อไปจนกว่าจะหมดสิทธิตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ในกรณีที่มีการปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสวัสดิการตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรภายหลังวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

ให้นำหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินดังกล่าวมาใช้บังคับกับการจ่ายเงินตามระเบียบนี้

หมวด

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

การเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรที่อยู่ในระหว่างดำเนินการและยังไม่แล้วเสร็จในวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

ให้ดำเนินการตามระเบียบเดิมต่อไปจนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๘

ร้อยเอก

กฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรของพนักงานและลูกจ้างของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๘[๔]

วชิระ/จัดทำ

๑๙

มีนาคม ๒๕๕๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษาเล่ม

๑๑๓/ตอนที่ ๑๑ ง/หน้า ๗๗/๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙

[๒] ข้อ

๕ บทนิยามคำว่า “การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร”

ยกเลิกโดย ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรของพนักงานและลูกจ้างของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๘

[๓] ข้อ

๕ บทนิยามคำว่า “หน่วยงาน”

แก้ไขเพิ่มเติมโดย ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรของพนักงานและลูกจ้างของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๘

[๔] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๒/ตอนพิเศษ ๑๑๓ ง/หน้า ๑๒/๑๐ ตุลาคม ๒๕๔๘

19 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรของพนักงานและลูกจ้างของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2538 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_cb77e57c954519a4

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com