ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
เรื่อง การขยายกําหนตเวลาการยื่นบัญชีงบดุล บัญชีทําการ และบัญชีกําไรขาดทุน บัญชีรายรับ รายจ่าย หรือบัญชีรายรับก่อนหักรายจ่ายที่มีบุคคลตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร ตรวจสอบและรับรองในรอบระยะเวลาบัญชี ตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 2)
ตามที่กรมสรรพากรได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรเกี่ยวกับบทกําหนดโทษกรณีบริษัทหรือห้างหันส่วนนิติบุคคลไม่ยื่นบัญชีงบดุล บัญชีทําการ และบัญชีกําไรขาดทุน บัญชีรายรับรายจ่าย หรือบัญชีรายรับก่อนหักรายจ่ายที่มีบุคคลตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร ตรวจสอบและรับรองในรอบระยะเวลาบัญชี ตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร มีความผิดต้องระวางโทษปรับ ตามมาตรา 35 แห่งประมวลรัษฎากร เป็นผลให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องยื่นบัญชีดังกล่าวภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี หากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลรายใดไม่ยื่นบัญชีดังกล่าว ภายในกําหนดเวลาจะต้องเสียค่าปรับอาญา ตามมาตรา 35 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับกรมสรรพากร ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 127) เรื่อง กําหนดการยื่นแบบ แสดงรายการภาษีการชําระภาษีและสถานที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีลงวันที่ 17 เมษายนพ.ศ.2546 โดย กําหนดให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ต้องยื่นบัญชีดังกล่าวภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (Web Site) ของกรมสรรพากร www.rd.go.th หรือยื่น ณ สํานักงานสรรพากรพื้นที่สาขา กรณีวันสุดท้ายของการยื่นบัญชีดังกล่าวตรงกับวันหยุดราชการให้ยื่นได้ภายในวันทําการถัดไป โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 เป็นต้นไป นั้น
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวที่มีวันสุดท้ายแห่งกําหนดเวลาในการยื่นบัญชี ตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร ในหรือหลังวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ค. 2559 เป็นต้นไป ต้องรับผิดเสียค่าปรับอาญา เนื่องจากไม่อาจยื่นบัญชีดังกล่าวภายในเวลาที่กฎหมายกําหนด อีกทั้งระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของกรมสรรพากรยังไม่รองรับการยื่นบัญชีดังกล่าว เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาและเป็นการบรรเทาภาระค่าปรับอาญา อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 3 อัฏฐ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร อธิบดีกรมสรรพากรจึงประกาศ ดังต่อไปนี้