ข้อ ๔ ในเทศบัญญัตินี้
(๑) อาคารที่พักอาศัย
หมายความว่าตึก บ้าน โรง เรือน แพ ซึ่งโดยปกติบุคคลอาศัยอยู่ทั้งกลางวันและกลางคืน
(๒) อาคารพาณิชย์
หมายความว่าอาคารที่ใช้เพื่อประโยชน์แห่งการค้าหรือโรงงานที่ใช้เครื่องจักรซึ่งเทียบได้ไม่เกิน
๕ แรงม้า
หรืออาคารที่ก่อสร้างห่างแนวทางสาธารณะหรือทางซึ่งมีสภาพเป็นสาธารณะไม่เกิน ๑๔.๐๐
เมตร
(๓) ห้องแถว
หมายความว่าอาคารที่พักอาศัย หรืออาคารพาณิชย์ซึ่งปลูกสร้างติดต่อกันเป็นแถวเกินกว่า
๒ ห้อง และประกอบด้วยวัตถุอันมิใช่วัตถุทนไฟเป็นส่วนใหญ่
(๔) ตึกแถว
หมายความว่า อาคารที่พักอาศัย หรือ อาคารพาณิชย์ ซึ่งปลูกสร้างติดต่อกันเป็นแถวเกินกว่า
๒ ห้อง แต่ประกอบด้วยวัตถุถาวรและทนไฟเป็นส่วนใหญ่
(๕) โรงงานอุตสาหกรรม
หมายความว่า โรงงานสำหรับประกอบการอุตสาหกรรมโดยใช้เครื่องจักรซึ่งเทียบได้เกินกว่า
๕ แรงม้า เป็นปัจจัย
(๖) อาคารสาธารณะ
หมายความว่าโรงมหรสพ หอประชุม หรือสถานที่ซึ่งกำหนดให้เป็นที่ชุมนุมชนได้ทั่วไป
เช่นโรงแรม โรงเรียน ภัตตาคาร หรือโรงพยาบาลเป็นต้น
(๗) อาคารแผงลอย
หมายความว่า โต๊ะ แท่น แคร่ มีหลังคาตั้งอยู่บนพื้นดิน สามารถเคลื่อนที่ได้
ขนาดไม่เกิน ๔ ตารางเมตร ไม่มีฝาหรือผนัง ซึ่งใช้ประโยชน์แห่งการค้าย่อย
โดยมีกำหนดเวลาเข้าใช้สอยและเลิกเป็นประจำวัน และไม่ได้ใช้เป็นที่พักอาศัย
(๘) อาคารเลี้ยงสัตว์
หมายความว่าสิ่งปลูกสร้างเพื่อให้สัตว์พาหนะ เช่น ช้าง ม้า โค กระบือ พักอาศัย
(๙) อาคารชั่วคราว
หมายความว่าสิ่งปลูกสร้างซึ่งคณะเทศมนตรีพิจารณาเห็นว่าเพื่อใช้ประโยชน์เป็นการชั่วคราว
และมีกำหนดเวลาที่จะรื้อถอน
(๑๐) อาคารพิเศษ
หมายความถึงอาคารดังต่อไปนี้
ก. โรงมหรสพ อัฒจันทร์ หรือหอประชุม
ข. อู่เรือ คานเรือ หรือท่าเรือสำหรับเรือขนาดใหญ่เกินกว่า
๑๐๐ ตัน และโป๊ะ (ท่าเรือ)
ค. อาคารสูงกว่า ๑๕.๐๐ เมตร
หรือสะพานในที่ซึ่งติดต่อกับทางสาธารณะ หรืออาคารที่มี คานหรือโครงหลังคาช่วงหนึ่งยาวเกิน
๑๐.๐๐ เมตร
(๑๑) ผู้ออกแบบ
หมายความว่า ผู้รับผิดชอบในการคำนวณเขียนแบบ และกำหนดรายการเพื่อใช้ในการก่อสร้าง
(๑๒) นายงาน
หมายความว่า ผู้มีหน้าที่ควบคุมการปลูกสร้างให้ผู้ได้รับอนุญาต
(๑๓) นายช่าง
หมายความว่านายช่างตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พุทธศักราช ๒๔๗๙
(๑๔) แผนผัง
หมายความว่า แผนที่แสดงลักษณะที่ดินบริเวณปลูกสร้างอาคาร และที่ดินติดต่อ
(๑๕) แบบก่อสร้าง
หมายความว่า แบบเพื่อใช้ประโยชน์ในการปลูกสร้างตัวอาคาร
(๑๖) รายการ
หมายความว่า ข้อความชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวแก่การปลูกสร้าง ตามแนวของแบบก่อสร้างนั้น
(๑๗) รายคำนวณ
หมายความว่า
รายละเอียดแสดงวิธีการคิดกำลังต้านทานของส่วนอาคารตามที่ปรากฏในแบบก่อสร้าง
(๑๘) แบบสังเขป
หมายความว่า แบบชนิดซึ่งเขียนไว้พอเป็นประมาณ
(๑๙) แผนอาคาร
หมายความว่า แบบแสดงลักษณะส่วนราบของอาคาร
(๒๐) รูปด้าน
หมายความว่า แบบแสดงลักษณะส่วนตั้งภายนอกของอาคาร
(๒๑) รูปตัด
หมายความว่า แบบแสดงลักษณะส่วนตั้งภายในของอาคาร
(๒๒) พื้นอาคาร
หมายความว่า เนื้อที่ส่วนราบของอาคารซึ่งอยู่ภายในขอบเขตของคาน หรือรอดที่รับพื้นนั้น
หรือภายในขอบเขตของเสาอาคาร
(๒๓) ฝา
หมายความว่า ส่วนก่อสร้างในด้านตั้ง ซึ่งกั้นแบ่งพื้นอาคารให้เป็นห้องๆ
(๒๔) ผนัง
หมายความว่า ส่วนก่อสร้างในด้านตั้ง
ซึ่งกั้นด้านนอกของอาคารให้เป็นหลังหรือหน่วยจากกัน
(๒๕) ผนังกันไฟ
หมายความว่า ผนังซึ่งทำด้วยวัตถุทนไฟ และไม่มีช่องที่จะให้ไฟผ่านได้
(๒๖) หลังคา
หมายความว่า หมายความว่า สิ่งปกคลุมส่วนบนของอาคารสำหรับบังแดดและฝน
รวมทั้งสิ่งใดซึ่งประกอบขึ้นเพื่อยึดเหนี่ยวสิ่งปกคลุมนี้ให้มั่นคงแข็งแรง
(๒๗) รากฐาน
หมายความว่า ส่วนรับน้ำหนักของอาคาร
นับจากใต้พื้นชั้นล่างลงไปจนถึงที่ฝังอยู่ในดิน
(๒๘) เสาเข็ม
หมายความว่า เสาที่ตอกลงไปในดินเพื่อช่วยรับน้ำหนักบรรทุกของอาคาร
(๒๙) ช่วงบันได
หมายความว่า ระยะตั้งบันไดซึ่งมีขั้นต่อกันโดยตลอด
(๓๐) ลูกตั้ง
หมายความว่า ระยะตั้งของขั้นบันได
(๓๑) ลูกนอน
หมายความว่า ระยะราบของขั้นบันได
(๓๒) บ่อตรวจระบาย หมายความว่า
ส่วนที่เปิดได้ของท่อระบาย ซึ่งกำหนดไว้ใช้ในการชำระล้างท่อ
(๓๓) บ่อพักขยะ
หมายความว่า ส่วนของทางระบายน้ำที่กำหนดกั้นขยะให้หยุดระบายไปด้วยกับน้ำ
(๓๔) อุปกรณ์อนามัย
หมายความว่า เครื่องประกอบอันใช้ประโยชน์ในการสุขาภิบาลของอาคาร
(๓๕) บ่ออาจม หมายความว่า
บ่อพักอุจจาระหรือสิ่งโสโครก อันไม่มีวิธีการระบายออกไป ตามสภาพปกติ
(๓๖) ลิฟต์
หมายความว่า เครื่องสำหรับใช้บรรทุกบุคคล หรือของ ขึ้นลงระหว่างพื้นต่างๆ ของอาคาร
(๓๗) ท่อเอกประปา
หมายความว่า ท่อน้ำประปาในทางสาธารณะ ซึ่งเป็นสมบัติของกองการประปา
(๓๘) วัตถุทนไฟ
หมายความว่า วัตถุก่อสร้างซึ่งไม่เป็นเชื้อเพลิง
(๓๙) วัตถุถาวร
หมายความว่า วัตถุทนไฟซึ่งตามปกติไม่แปลงสภาพได้ง่าย โดยน้ำ ลม ไฟ ดินฟ้าอากาศ
(๔๐) อิฐธรรมดา
หมายความว่า ดินชนิดที่ปั้นขึ้นเป็นแท่ง โดยไม่ใช้เครื่องอัด และเผาไฟสุกแล้ว
(๔๑) อิฐอัด
หมายความว่า อิฐชนิดซึ่งได้ประดิษฐ์ขึ้นโดยใช้เครื่องอัดให้แน่นก่อนเผา
(๔๒) คอนกรีต
หมายความว่า วัตถุซึ่งประกอบขึ้นด้วยส่วนผสมของซีเมนต์ ทราย น้ำ และหินหรือกรวด
(๔๓) คอนกรีตเสริมเหล็ก
หมายความว่า คอนกรีตซึ่งมีเหล็กฝังภายในให้ทำหน้าที่รับแรงได้มากขึ้นกว่าปกติ
(๔๔) เหล็กหล่อ
หมายความว่า เหล็กซึ่งถลุงมาจากแร่เหล็กอันจะใช้เชื่อมหรือชุบไม่ได้ผล
(๔๕) เหล็กล้วน
หมายความว่า เหล็กที่มีธาตุอื่นเจือปนน้อยที่สุด และจะชุบไม่ได้ผล
(๔๖) เหล็กถ่าน
หมายความว่า เหล็กซึ่งมีธาตุถ่านผสมทำให้เหนียวกว่าปกติ อันจะใช้ชุบได้ผล
(๔๗) เหล็กเสริม
หมายความว่า เหล็กถ่านที่ใช้สำหรับฝังในเนื้อคอนกรีต เพื่อเพิ่มกำลังขึ้น
(๔๘) ไม้อ่อน
หมายความว่า ไม้เนื้ออ่อนซึ่งไม่คงทนต่อดินฟ้าอากาศและตัวสัตว์ เช่นไม้ยาง
ไม้ตะแบก ไม้กระท้อน
(๔๙) ไม้แก่น
หมายความว่า ไม้เนื้อแข็งซึ่งคงทนต่อดินฟ้าอากาศและตัวสัตว์ได้ดีตามสภาพอันสมควร
เช่น ไม้ตะเคียน ไม้เต็งรัง ไม้เคี่ยม
(๕๐) ปูนขาว
หมายความว่า วัตถุประสานซึ่งประดิษฐ์ขึ้นจากหินธาตุปูนหรือเปลือกหอย
(๕๑) ซีเมนต์
หมายความว่า
วัตถุประสานซึ่งประดิษฐ์ขึ้นจากแร่ธาตุปูนและธาตุดินผสมกันเป็นส่วนใหญ่
(๕๒) ทราย
หมายความว่า ก้อนหินเมล็ดเล็กละเอียดเกิดตามธรรมชาติ ซึ่งมีขนาดโตไม่เกิน ๓
มิลลิเมตร
(๕๓) กรวด
หมายความว่า ก้อนหินเกิดตามธรรมชาติขนาดก้อนโตเกินกว่า ๓ มิลลิเมตร
(๕๔) ดินดาน
หมายความว่า หินชนิดที่มีเนื้อเปื่อยไม่แน่นเป็นก้อนแกร่ง
(๕๕) หินปูน หมายความว่า
หินธาตุปูนซึ่งมีเนื้อแน่นแกร่งเป็นก้อนปึก
(๕๖) หินทราย
หมายความว่า หินประกอบด้วยเมล็ดทรายและประสานด้วยวัตถุอื่นเป็นก้อนปึก
(๕๗) หินอัคนี
หมายความว่า หินที่มีเนื้อแข็งแกร่งเป็นก้อนปึก โดยไม่ต้องอาศัยวัตถุอื่นประสาน
(๕๘) แรงประลัย
หมายความว่า แรงขนาดที่ทำให้วัตถุนั้นแตกแยกออกจากกันเป็นส่วน
(๕๙) แรงดึง
หมายความว่า แรงที่จะทำให้วัตถุแยกออกห่างจากกัน
(๖๐) แรงอัด
หมายความว่า แรงที่จะทำให้วัตถุทลายเข้าหากัน
(๖๑) แรงเฉือน
หมายความว่า แรงที่จะทำให้วัตถุขาดออกจากกันดุจกรรไกรตัด
(๖๒) ส่วนปลอดภัย
หมายความว่า อัตราส่วนที่ใช้ทอนแรงประลัยลงให้ถึงขนาดที่จะใช้ได้ปลอดภัย
(๖๓) น้ำหนักบรรทุก
หมายความว่า
น้ำหนักที่กำหนดว่าจะมาเพิ่มขึ้นบนอาคารนอกจากน้ำหนักของตัวอาคารนั้นเอง
(๖๔) ส่วนลาด
หมายความว่า ส่วนระยะตั้งเทียบกับส่วนระยะยาวของฐาน
(๖๕) ทางสาธารณะ
หมายความว่า ที่ดินที่ประชาชนมีสิทธิใช้เป็นทางคมนาคมได้
(๖๖) ทางซึ่งมีสภาพเป็นสาธารณะ
หมายความว่า ที่ดินที่ไม่อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
ซึ่งประชาชนใช้เป็นทางคมนาคม ผ่านที่ดินต่างเจ้าของ เกินกว่า ๑๐ ปี
หรือที่ดินที่มอบให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรักษาแนวเขตเพื่อให้ประชาชนใช้เป็นทางคมนาคม
(๖๗) ทางน้ำสาธารณะ
หมายความว่า ทางน้ำที่ประชาชนมีสิทธิใช้เป็นทางคมนาคมได้
(๖๘) ทางระบายน้ำสาธารณะ
หมายความว่า ช่องน้ำไหลตามทางสาธารณะ ซึ่งกำหนดไว้ให้ระบายน้ำออกจากอาคารได้
(๖๙) ถนนสาธารณะ
หมายความว่า ทางสาธารณะที่รถเดินผ่านได้
(๗๐) แนวทางสาธารณะ
หมายความว่า อาณาเขตที่กำหนดให้เป็นทางสาธารณะทั้งทางบกและทางน้ำ
(๗๑) แนวทางซึ่งมีสภาพเป็นสาธารณะ
หมายความว่า แนวเขตที่ประชาชนได้ใช้เป็นทางคมนาคมผ่านที่ดินต่างเจ้าของเกินกว่า ๑๐
ปี หรือแนวเขตที่กำหนดไว้ให้ประชาชนคมนาคม โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเป็นผู้รักษาแนวเขตนั้น
ทั้งทางบกและทางน้ำ
(๗๒) ระดับถนนสาธารณะ
หมายความว่า ความสูงของยอดถนนสาธารณะใกล้ชิดกับที่ดินปลูกสร้าง
เทียบกับระดับน้ำทะเล
(๗๓) แนวถนน
หมายความว่า เขตถนนและทางเดินที่กำหนดไว้ให้เป็นทางสาธารณะ
การอนุญาตก่อสร้าง