法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 3/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาต การประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่ สนช. 3/2561

เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาต

การประกอบธุรกิจระบบการชําระเงินภายใต้การกํากับ

อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ

เพื่อประโยชน์ในการกํากับดูแลระบบการชําระเงินให้มีความมั่นคงปลอดภัย มีการบริหารจัดการความเสี่ยงที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่องทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉิน รวมถึงดูแลให้มีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม ตลอดจนให้มีการคุ้มครองผู้ใช้บริการอย่างเหมาะสม ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงเห็นสมควรกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตการประกอบธุรกิจระบบการชําระเงินภายใต้การกํากับ ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมสําหรับผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจที่ยื่นขอใบอนุญาตตั้งแต่ปี 2562 โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะดําเนินการประกาศกําหนดอัตราค่าธรรมเนียมที่จะเรียกเก็บต่อไป

อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 13 และมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติระบบการชําระเงิน พ.ศ. 2560 ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตการประกอบธุรกิจระบบการชําระเงินภายใต้การกํากับ ตามความในประกาศฉบับนี้

อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้

ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจระบบการชําระเงินภายใต้การกํากับและผู้ประกอบธุรกิจระบบการชําระเงินภายใต้การกํากับตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชําระเงิน

อื่นๆ - 4. เนื้อหา

4.1 นิยาม

ในประกาศฉบับนี้

"ผู้ประกอบธุรกิจ" หมายความว่า ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจระบบการชําระเงินภายใต้การกํากับตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชําระเงิน

"ผู้ใช้บริการของระบบ" หมายความว่า ผู้ใช้บริการที่เป็นสมาชิกและยินยอมผูกพันตามหลักเกณฑ์ในการใช้บริการระบบการชําระเงิน

"สถาบันการเงิน" หมายความว่า สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน

"สถาบันการเงินเฉพาะกิจ" หมายความว่า สถาบันการเงินเฉพาะกิจตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน

"รัฐวิสาหกิจ" หมายความว่า รัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

"นิติบุคคลต่างประเทศ" หมายความว่า นิติบุคคลที่จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศและประกอบธุรกิจหรือให้บริการระบบการชําระเงินในประเทศไทย

"ผู้ซึ่งมีอํานาจจัดการ" หมายความว่า

(1) ผู้จัดการ รองผู้จัดการ หรือผู้ซึ่งมีตําแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น

(2) บุคคลที่ตามพฤติการณ์มีอํานาจควบคุมหรือครอบงําผู้จัดการ หรือกรรมการ หรือการจัดการของผู้ประกอบธุรกิจระบบการชําระเงินภายใต้การกํากับ ให้ปฏิบัติตามคําสั่งของตนในการกําหนดนโยบายหรือการดําเนินงานของผู้ประกอบธุรกิจระบบการชําระเงินภายใต้การกํากับ

"ธปท." หมายความว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารแห่งประเทศไทย

"รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

4.2 หลักเกณฑ์การยื่นขออนุญาตประกอบธุรกิจระบบการชําระเงินภายใต้การกํากับ

(1) ผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

(1.1) เป็นนิติบุคคลประเภท

(1.1.1) บริษัทจํากัด หรือบริษัทมหาชนจํากัด ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยและมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจระบบการชําระเงิน หรือ

(1.1.2) สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ รัฐวิสาหกิจ หรือ

(1.1.3) นิติบุคคลต่างประเทศ เฉพาะผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจระบบเครือข่ายบัตร

(1.2) มีทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้ว ในแต่ละประเภทธุรกิจ ดังนี้

(1.2.1) การให้บริการระบบโอนเงินรายย่อยระหว่างผู้ใช้บริการของระบบ (Inter-institution Fund Transfer System) ไม่ต่ํากว่า 50 ล้านบาท

(1.2.2) การให้บริการระบบเครือข่ายบัตร (Payment Card Network) ไม่ต่ํากว่า 50 ล้านบาท

(1.2.3) การให้บริการระบบการชําระดุล (Settlement System) ไม่ต่ํากว่า 200 ล้านบาท

ผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจระบบการชําระเงินภายใต้การกํากับมากกว่า 1 ประเภทธุรกิจ ต้องมีทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้วไม่ต่ํากว่าจํานวนทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้วของประเภทธุรกิจการให้บริการที่กําหนดไว้สูงสุด

(1.3) มีฐานะทางการเงินและการดําเนินงานที่มั่นคง ที่แสดงให้เห็นว่าสามารถดําเนินธุรกิจและให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และไม่มีความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ใช้บริการของระบบและสาธารณชน เช่น ฐานะและผลการดําเนินงานที่ผ่านมา ส่วนของผู้ถือหุ้นและแหล่งที่มาของเงินทุน

(1.4) ต้องไม่เคยถูกสั่งระงับการดําเนินงานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเป็นการชั่วคราว หรือไม่เคยถูกเพิกถอนการอนุญาตหรือการขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชําระเงิน

(1.5) ต้องไม่เคยต้องคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือไม่เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทําความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือไม่เคยเป็นบุคคลที่ถูกกําหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทําอันเป็นการก่อการร้าย หรือไม่เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทําความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทําลายล้างสูง

(1.6) มีกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอํานาจจัดการซึ่งมีลักษณะดังนี้

(1.6.1) มีอายุไม่ต่ํากว่า 20 ปีบริบูรณ์

(1.6.2) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดไว้ในมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติระบบการชําระเงิน พ.ศ. 2560

(1.7) มีกรรมการอย่างน้อย 1 คน ซึ่งมีสัญชาติไทยและมีภูมิลําเนาอยู่ในประเทศไทย

(1.8) ผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจระบบเครือข่ายบัตรที่เป็นนิติบุคคลต่างประเทศ ต้องมีสํานักงานสาขาหรือสํานักงานผู้แทนในประเทศไทย และแต่งตั้งบุคคลอย่างน้อย 1 คนเป็นผู้รับผิดชอบดําเนินการแทนนิติบุคคลในสํานักงานดังกล่าว เพื่อสนับสนุนการดําเนินงานและติดต่อประสานงานกับสํานักงานในต่างประเทศ เว้นแต่ได้รับยกเว้นจาก ธปท.

สําหรับสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ รัฐวิสาหกิจ และผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจระบบเครือข่ายบัตรที่เป็นนิติบุคคลต่างประเทศ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อ (1.2) และข้อ (1.7)

(2) ให้ผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจระบบการชําระเงินภายใต้การกํากับยื่นแบบการขออนุญาต พร้อมเอกสารหลักฐานตามแบบแนบท้ายประกาศนี้ (เอกสารแนบ 1) ต่อ ธปท.

ทั้งนี้ กรณีที่ผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจระบบการชําระเงินภายใต้การกํากับมากกว่า 1 ประเภทธุรกิจ สามารถยื่นแบบการขออนุญาต พร้อมเอกสารหลักฐานตามที่กําหนดในคราวเดียวกันได้

4.3 การพิจารณาคําขออนุญาต

(1) ธปท. จะพิจารณาคําขออนุญาตและจะเสนอรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาออกใบอนุญาตภายใน 60 วันทําการนับแต่วันที่ได้รับคําขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนทั้งนี้ ธปท. มีอํานาจพิจารณาและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์ตามประกาศนี้ และมีอํานาจเรียกหลักฐานและเอกสารใด ๆ จากผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจเพิ่มเติมจากที่กําหนดไว้ในประกาศนี้เพื่อประกอบการพิจารณาได้

(2) รัฐมนตรีจะกําหนดเงื่อนไขอื่นใดเพิ่มเติมประกอบการอนุญาตตามที่เห็นสมควรด้วยก็ได้

(3) หาก ธปท. ตรวจสอบภายหลังพบว่า ข้อมูลและเอกสารหลักฐานที่ผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจได้ยื่นไว้ในการขออนุญาตไม่ตรงตามความเป็นจริง หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ได้กําหนดไว้ในการอนุญาต ธปท. อาจสั่งให้แก้ไขหรือสั่งระงับการดําเนินงานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเป็นการชั่วคราว หรืออาจเสนอให้รัฐมนตรีพิจารณาเพิกถอนการอนุญาต แล้วแต่กรณี

4.4 กรณีใบอนุญาตสูญหาย ถูกทําลาย หรือชํารุดเสียหายในสาระสําคัญ

ผู้ประกอบธุรกิจต้องยื่นคําขอรับใบแทน พร้อมเอกสารหลักฐานตามแบบที่ ธปท. กําหนดในเอกสารแนบท้ายประกาศนี้ (เอกสารแนบ 2) ต่อ ธปท. ภายในกําหนด 30 วันนับตั้งแต่วันที่ทราบถึงการสูญหาย การถูกทําลาย หรือการชํารุดเสียหาย แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ธปท. จะพิจารณาเสนอรัฐมนตรีเพื่อออกใบแทนใบอนุญาต โดยจะดําเนินการออกใบแทนภายใน 45 วันทําการนับแต่วันที่ได้รับคําขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน

อื่นๆ - 5. วันเริ่มต้นบังคับใช้

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับนับแต่วันที่ 16 เมษายน 2561 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 16 เมษายน 2561

(นางฤชุกร สิริโยธิน)

รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน

ผู้ว่าการแทน

ธนาคารแห่งประเทศไทย

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 3/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาต การประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_cc5845e39afcdc9b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com