ข้อ ๒ การยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดาหรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสําหรับเงินได้เป็นจํานวนร้อยละหนึ่งร้อยของรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าธรรมเนียมจากการรับชําระเงินด้วยบัตรเดบิตผ่านอุปกรณ์รับชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2564 ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) ค่าธรรมเนียมจากการรับชําระเงินด้วยบัตรเดบิตผ่านอุปกรณ์รับชําระเงิน ทางอิเล็กทรอนิกส์ที่จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ หมายถึง ค่าธรรมเนียมส่วนลดร้านค้า (Merchant Discount Rate : MDR) ที่บุคคลธรรมดาหรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้จ่ายให้แก่ผู้ให้บริการอุปกรณ์รับชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์เนื่องจากการรับชําระเงินด้วยบัตรเดบิตผ่านอุปกรณ์รับชําระเงิน ทางอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
(2) ต้องไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตาม (1) จากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ
(3) ต้องมีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่ามีการจ่ายค่าธรรมเนียมตาม (1) พร้อมให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้
(4) กรณีบุคคลธรรมดาที่จะใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(ก) มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5) (6) (7) หรือ (8) แห่งประมวลรัษฎากร
(ข) จ่ายค่าธรรมเนียมตาม (1) เพื่อรับชําระเงินซึ่งเป็นเงินได้พึงประเมินตาม (ก)
(ค) หากประสงค์จะใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้สําหรับรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าธรรมเนียมตาม (ข) สําหรับเงินได้พึงประเมินประเภทใด ในการคํานวณภาษีเงินได้ตามมาตรา 48 (1) แห่งประมวลรัษฎากร จะต้องหักค่าใช้จ่ายสําหรับเงินได้พึงประเมินประเภทนั้นตามความจําเป็นและสมควร และต้องมีเอกสารหลักฐานการจ่ายค่าธรรมเนียมแยกตามประเภทเงินได้พึงประเมินที่เลือกใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้พร้อมให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้
(ง) ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยนําเงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีไปคํานวณหักจากเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อได้หักตามมาตรา 42 ทวิ ถึงมาตรา 46 แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว