ประกาศคณะกรรมการบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย
ประกาศคณะกรรมการบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย
เรื่อง
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเป็นตัวแทนเรียกเก็บและรับชำระหนี้
อาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๘ และมาตรา ๔๔ แห่งพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทยคณะกรรมการบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทยจึงมีมติในการประชุมครั้งที่
๙/๒๕๔๔ เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๔๔ กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเป็นตัวแทนเรียกเก็บและรับชำระหนี้ให้ใช้บังคับ
ดังต่อไปนี้
๑. วัตถุประสงค์
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขที่ บสท.
พึงปฏิบัติ ในกรณีที่ บสท. แต่งตั้งตัวแทนเรียกเก็บและชำระหนี้สินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่โอนมายัง
บสท. ทั้งก่อนและหลังมีการปรับโครงสร้างหนี้หรือมีการปรับโครงสร้างกิจการแล้ว
๒. คำนิยาม
ในหลักเกณฑ์นี้ คำต่อไปนี้จะมีความหมาย ดังต่อไปนี้
ตัวแทน หมายถึง ตัวแทนเรียกเก็บและชำระหนี้สินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่โอนมายัง
บสท. ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดย บสท.
ลูกหนี้ หมายถึง ลูกหนี้ชั้นต้น ผู้ค้ำประกัน
ผู้จำนอง ผู้จำนำ หรือบุคคลอื่นที่ต้องรับผิดร่วมกับลูกหนี้ตามสัญญาให้สินเชื่อระหว่างลูกหนี้กับสถาบันการเงินผู้โอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพให้
บสท.
บัญชีย่อยเพื่อ บสท. ๑ หมายถึง บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน
เพื่อ บสท. ๑ และ/หรือบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ เพื่อ บสท. ๑ ซึ่งตัวแทนจะต้องทำการเปิดบัญชีตามที่ระบุไว้ในข้อ
๕.๑.๑ (๑)
บัญชีย่อยเพื่อ บสท. ๒ หมายถึง บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน
เพื่อ บสท. ๒ และ/หรือบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ เพื่อ บสท. ๒ ซึ่งตัวแทนจะต้องทำการเปิดบัญชีตามที่ระบุไว้ในข้อ
๕.๒.๑ (๑)
บัญชีหลัก เพื่อ บสท หมายถึง บัญชีเงินฝากที่ บสท.
เปิดไว้ที่ธนาคารพาณิชย์ไทย ซึ่ง บสท. จะแจ้งให้ตัวแทนทราบ
เพื่อรับโอนเงินจากบัญชีย่อยเพื่อ บสท. ๑ และบัญชีย่อยเพื่อ บสท. ๒
วันทำการ หมายถึง วันที่ธนาคารพาณิชย์เปิดทำการปกติในกรุงเทพมหานคร
๓. เงื่อนไขบังคับก่อน
ก่อนที่ตัวแทนจะปฏิบัติหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ ตัวแทนจะต้องทำการขออนุญาตต่อธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อให้รับอนุญาตเป็นตัวแทนเสียก่อน
ทั้งนี้ เว้นแต่จะมีประกาศกระทรวงการคลัง หรือประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยให้สถาบันการเงินผู้เป็นตัวแทนสามารถทำหน้าที่นี้ได้อยู่แล้ว
๔. การดำเนินการเป็นตัวแทน
๔.๑ กรณีก่อนที่ลูกหนี้ในสินทรัพย์ด้อยคุณภาพเข้าทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้หรือปรับโครงสร้างกิจการกับ
บสท.
(ก) หากลูกหนี้สินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่โอนให้แก่
บสท. ตามสัญญาโอนสินทรัพย์มีสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้เพียงรายเดียว สถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้รายนั้น
หรือธนาคารพาณิชย์ไทยที่ บสท. แต่งตั้งเป็นตัวแทน บสท. ในการเรียกเก็บและรับชำระหนี้จากลูกหนี้สินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่โอนให้แก่
บสท.
(ข) หากลูกหนี้สินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่โอนให้แก่
บสท. ตามสัญญาโอนสินทรัพย์ มีเจ้าหนี้หลายราย สถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้นั้น หรือธนาคารพาณิชย์ไทยที่
บสท. แต่งตั้งเป็นตัวแทนในการเรียกเก็บและรับชำระหนี้จากลูกหนี้สินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่โอนให้แก่
บสท. เฉพาะส่วนของสถาบันการเงินนั้นๆ
๔.๒ กรณีหลังจากที่ลูกหนี้ในสินทรัพย์ด้อยคุณภาพเข้าทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้หรือปรับโครงสร้างกิจการกับ
บสท.
(ก) หากลูกหนี้สินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่โอนให้แก่
บสท. ตามสัญญาโอนสินทรัพย์มีสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้เพียงรายเดียว สถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้รายนั้น
หรือธนาคารพาณิชย์ไทยที่ บสท. แต่งตั้งเป็นตัวแทน บสท. ในการเรียกเก็บและรับชำระหนี้จากลูกหนี้สินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่โอนให้แก่
บสท.
(ข) หากลูกหนี้สินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่โอนให้แก่
บสท. ตามสัญญาโอนสินทรัพย์มีเจ้าหนี้หลายราย ให้สถาบันการเงินที่เป็นธนาคารพาณิชย์ซึ่งมีมูลค่าสินทรัพย์ด้อยคุณภาพทางบัญชีสูงสุดของลูกหนี้รายนั้นๆ
ที่โอนมา บสท. หรือธนาคารพาณิชย์ไทย ที่ บสท. แต่งตั้งเป็นตัวแทนในการเรียกเก็บและรับชำระหนี้ของลูกหนี้รายนั้น
๕. หน้าที่ของตัวแทน
โดยที่ตัวแทนจะต้องใช้ความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่เหมือนเช่นสถาบันการเงินที่ดีพึงปฏิบัติตัวแทนจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามที่ระบุไว้
ดังนี้
๕.๑ กรณีก่อนที่ลูกหนี้ในสินทรัพย์ด้อยคุณภาพเข้าทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้หรือปรับโครงสร้างกิจการกับ
บสท.
๕.๑.๑ การเปิดบัญชี
(๑) บสท. เปิดบัญชีย่อยเพื่อ บสท. ๑ กับตัวแทน หรือกับธนาคารพาณิชย์สำหรับตัวแทนที่เป็นบริษัทเงินทุน
หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ หรือบริษัทบริหารสินทรัพย์
(๒) ตัวแทนหรือธนาคารพาณิชย์ที่ บสท. เปิดบัญชีย่อย
จัดทำรายละเอียดของบัญชีย่อย เพื่อ
บสท. ๑ และแจ้งให้ บสท. ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร
๕.๑.๒ การรับชำระเงินและจัดทำหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้อง
(๑) การรับชำระเงิน
หากลูกหนี้สินทรัพย์ด้อยคุณภาพได้ชำระหนี้ให้แก่ตัวแทน
ตัวแทนจะต้องนำเงิน
ที่ชำระนั้นมาเข้าบัญชีย่อยเพื่อ
บสท. ๑ ตามข้อ ๕.๑.๑ (๑) ตามเลขที่บัญชีเงินกู้เดิมของลูกหนี้ ซึ่งกำหนดโดยตัวแทนในวันที่มีรายการหรือไม่เกินสิ้นวันทำการถัดไป
(๒) หลักฐานการรับเงิน
(ก) กรณีรับเงินสด
ตัวแทนจะต้องออกหลักฐานการรับเงินสดในนามและแทน บสท.
จำนวน ๒ (สอง) ฉบับ เป็นฉบับจริง ๑ (หนึ่ง) ฉบับ ซึ่งตัวแทนจะต้องส่งมอบให้แก่ลูกหนี้
และสำเนา ๑ (หนึ่ง) ฉบับ ตัวแทนเก็บรักษาไว้เอง
โดยพร้อมให้ บสท. ตรวจสอบได้ และ บสท. จะดำเนินการออกใบเสร็จรับเงินให้กับลูกหนี้ต่อไป
(ข) กรณีรับเป็นเช็คเรียกเก็บ
ตัวแทนจะต้องออกหลักฐานการรับเช็คเรียกเก็บ จำนวน
๒ (สอง) ฉบับ เป็นฉบับจริง ๑ (หนึ่ง) ฉบับ ซึ่งตัวแทนจะต้องส่งมอบให้แก่ลูกหนี้ และสำเนา
๑ (หนึ่ง) ฉบับ ตัวแทนเก็บรักษาไว้เอง โดยพร้อมให้
บสท. ตรวจสอบได้ โดย
๑. หากเช็คดังกล่าวสามารถเรียกเก็บเงินได้ครบถ้วน
บสท. จะดำเนินการออกใบเสร็จรับเงินให้กับลูกหนี้
๒. หากเช็คสั่งจ่ายให้
บสท. เป็นเช็คเรียกเก็บเงินไม่ได้ ตัวแทนหรือธนาคารพาณิชย์ที่ บสท. เปิดบัญชีย่อย จะต้องทำการรับเช็ค
ใบเช็คคืน ยกเลิกหลักฐานการรับเช็คเรียกเก็บเดิม และดำเนินการนำส่งต้นฉบับเช็ค และใบคืนเช็คให้แก่
บสท. ภายใน ๗ วัน นับจากวันที่เช็คเรียกเก็บไม่ได้
๕.๑.๓ การจัดทำรายงาน
(๑) ตัวแทนหรือธนาคารพาณิชย์ที่ บสท. เปิดบัญชีย่อย
จะต้องจัดทำรายงานการเคลื่อนไหวบัญชีเงินฝากประจำเดือน (Bank Statement) และจัดส่งให้
บสท. ภายในสัปดาห์แรกของทุกเดือนเป็นประจำทุกๆ เดือน
(๒) ตัวแทนจะต้องจัดทำรายงานสรุปการรับชำระเงินของลูกหนี้รายบัญชี
ตามแบบฟอร์ม ที่ บสท. กำหนด ตามเอกสารแนบท้ายหมายเลข
๑ และนำส่งให้แก่ บสท. ในรูป Text File (Access) ทาง E-mail
หรือโทรสาร ภายใน ๒ วัน ถัดจากวันที่ได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้ และในรูป
Hard Copy ภายใน ๗ วัน นับจากวันที่ได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้
๕.๒ กรณีหลังจากที่ลูกหนี้ในสินทรัพย์ด้อยคุณภาพเข้าทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้หรือปรับโครงสร้างกิจการกับ
บสท.
๕.๒.๑ การเปิดบัญชี
(๑) บสท. เปิดบัญชีย่อยเพื่อ บสท. ๒ กับตัวแทน
(๒) ตัวแทนจัดทำรายละเอียดของบัญชีย่อยเพื่อ บสท.
๒ และแจ้งให้ บสท. ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร
๕.๒.๒ การรับชำระเงินและจัดทำหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้อง
(๑) การรับชำระเงิน
หากลูกหนี้สินทรัพย์ด้อยคุณภาพได้ชำระหนี้ให้แก่ตัวแทน
ตัวแทนจะต้องนำเงินที่ชำระนั้นมาเข้าบัญชี เพื่อ บสท. ๒ ตามข้อ ๕.๒.๑ (๑) ตามเลขที่บัญชีเงินกู้ใหม่ของลูกหนี้ที่
บสท. กำหนด ในวันที่มีรายการ
(๒) หลักฐานการรับเงิน
(ก) กรณีรับเงินสด
ตัวแทนจะต้องออกหลักฐานการรับเงินสดแทนและในนาม บสท.
จำนวน ๒ (สอง) ฉบับ โดยเป็นฉบับจริง ๑ (หนึ่ง) ฉบับ ซึ่งตัวแทนจะต้องส่งมอบให้แก่ลูกหนี้
และสำเนา ๑ (หนึ่ง) ฉบับ ตัวแทนเก็บรักษาไว้เอง โดยพร้อมให้ บสท. ตรวจสอบได้ และ บสท.
จะดำเนินการออกใบเสร็จรับเงินให้กับลูกหนี้ต่อไป
(ข) กรณีรับเป็นเช็คเรียกเก็บ
ตัวแทนจะต้องออกหลักฐานการรับเช็คเรียกเก็บ จำนวน
๒ (สอง) ฉบับ โดยเป็นฉบับจริง ๑ (หนึ่ง) ฉบับ ซึ่งตัวแทนจะต้องส่งมอบให้แก่ลูกหนี้
และสำเนา ๑ (หนึ่ง) ฉบับ ตัวแทนเก็บรักษาไว้เอง โดยพร้อมให้ บสท. ตรวจสอบได้ โดย
๑. หากเช็คดังกล่าวสามารถเรียกเก็บเงินได้ครบถ้วน
บสท. จะดำเนินการออกใบเสร็จรับเงินให้กับลูกหนี้
๒. หากเช็คเรียกเก็บเงินไม่ได้
ตัวแทนจะต้องทำการรับเช็ค ใบเช็คคืน ยกเลิกหลักฐานการรับเช็คเรียกเก็บฉบับเดิม และดำเนินการนำส่งต้นฉบับเช็ค
และใบคืนเช็คให้แก่ บสท. ภายใน ๗ วัน นับจากวันที่เช็คเรียกเก็บไม่ได้
๕.๒.๓ การจัดทำรายงาน
(๑) ตัวแทนหรือธนาคารพาณิชย์ที่ บสท. เปิดบัญชีย่อย
จะต้องจัดทำรายงานการเคลื่อนไหวบัญชีเงินฝากประจำเดือน (Bank Statement) และจัดส่งให้
บสท. ภายในสัปดาห์แรกของทุกเดือนเป็นประจำทุกๆ เดือน
(๒) ตัวแทนจะต้องจัดทำรายงานสรุปการรับชำระเงินของลูกหนี้รายบัญชี
ตามแบบฟอร์ม ที่ บสท. กำหนด ตามเอกสารแนบท้ายหมายเลข ๒ และนำส่งให้แก่ บสท. ในรูป Text
File (Access) ทาง E-Mail หรือโทรสาร ภายในวันทำการถัดไปจากวันที่ได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้
และในรูป Hard Copy ภายใน ๗ วัน นับจากวันที่ได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้
๕.๓ การโอนเงินเข้าบัญชีหลักเพื่อ บสท.
๕.๓.๑ ตัวแทนหรือธนาคารพาณิชย์ที่ บสท. เปิดบัญชีย่อย
ได้รับมอบอำนาจจาก บสท. ให้โอนเงินจากบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน เพื่อ บสท. เข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์
เพื่อ บสท. ทุกวันที่มีรายการหรือไม่เกินสิ้นวันทำการถัดไป และโอนเงินจากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์
เพื่อ บสท. เข้าบัญชีหลัก เพื่อ บสท. โดยผ่านระบบบาทเนต ทุกวันทำการสิ้นเดือน หรือเมื่อมีหนังสือแจ้งจาก
บสท.
๕.๓.๒ ตัวแทนหรือธนาคารพาณิชย์ที่ บสท. เปิดบัญชีย่อย
ต้องจัดทำเอกสารหลักฐานประกอบการโอนเข้าบัญชีหลัก โดยนำส่งต้นฉบับให้แก่ บสท. และสำเนา
๑ (หนึ่ง) ชุด ตัวแทนเก็บไว้เอง
๕.๔ เอกสารหลักฐานและรายงานต่างๆ ที่ตัวแทนได้จัดทำตามสัญญานี้
จะต้องเก็บรักษาสำเนาไว้อย่างละ ๑ ชุด
๖. ค่าตอบแทน
บสท. จะชำระค่าตอบแทนให้แก่ตัวแทนในการปฏิบัติหน้าที่ตามที่จะตกลงกันเป็นรายปี
หรือตามจำนวนรายการที่ตัวแทนสามารถเรียกเก็บเงินได้คิดตามรายการตามที่ตกลงกันอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่
บสท. เห็นสมควร โดยจะชำระให้แก่ตัวแทนในวันสุดท้ายของวันทำการของสถาบันการเงินนั้นๆ
เมื่อสิ้นปีหรือในวันสุดท้ายของวันทำการของสถาบันการเงินนั้น ๆ เมื่อสิ้นเดือน โดยการหักจากบัญชีย่อยในวันที่โอนเงินเข้าบัญชีหลัก
แล้วแต่ บสท. เห็นสมควร
หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขนี้ ให้ประกาศใช้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป[๑]
ประกาศ
ณ วันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๔
เชาวน์
สายเชื้อ
ประธานกรรมการบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
รายงานรายละเอียดการรับชำระรายบัญชีลูกหนี้ก่อนมีสัญญาปรับโครงสร้างหนี้/กิจการ
๒.
รายงานรายละเอียดการรับชำระรายบัญชีลูกหนี้หลังมีสัญญาปรับโครงสร้างหนี้/กิจการ
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
นันทนา/ผู้จัดทำ
๒ มีนาคม ๒๕๔๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๑๖ ง/หน้า ๑๔๕/๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙