法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กจ. 31/2546 เรื่อง ข้อกำหนดตามบทบัญญัติว่าด้วยการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการสำหรับผู้ถือใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทย

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ที่ กจ. 31/2546

เรื่อง ข้อกําหนดตามบทบัญญัติว่าด้วยการเข้าถือหลักทรัพย์

เพื่อครอบงํากิจการสําหรับผู้ถือใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์

ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทย

โดยที่ปัจจุบันบริษัทสามารถออกและเสนอขายหลักทรัพย์ประเภทใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทยโดยมีหุ้นของบริษัทจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์อ้างอิง ซึ่งผู้ถือใบแสดงสิทธิดังกล่าวสามารถได้รับสิทธิประโยชน์ทางการเงินในลักษณะเดียวกับผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียน และมีการไถ่ถอนใบแสดงสิทธิดังกล่าวเป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนได้ นอกจากนี้ บริษัทที่ออกใบแสดงสิทธิยังสามารถกําหนดความผูกพันที่ยินยอมให้ผู้ถือใบแสดงสิทธิสามารถใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนในบริษัทจดทะเบียนโดยผ่านบริษัทผู้ออกใบแสดงสิทธิได้ด้วย จึงทําให้พิจารณาได้ว่าผู้ถือใบแสดงสิทธิที่มีลักษณะดังกล่าวมีสิทธิในทํานองเดียวกับผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียน และใบแสดงสิทธิที่มีลักษณะดังกล่าวเป็นหลักทรัพย์ที่มีคุณลักษณะของการแปลงสภาพแห่งสิทธิเป็นหุ้นอยู่ตลอดเวลาโดยไม่จําต้องมีการเวนคืนใบแสดงสิทธิ การใช้สิทธิผ่านใบแสดงสิทธิที่มีลักษณะเช่นนี้จึงสามารถก่อให้เกิดอํานาจครอบงําบริษัทจดทะเบียนได้ในทางอ้อม

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 246 มาตรา 247 มาตรา 248 และมาตรา 256 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 คณะกรรมการ ก.ล.ต. จึงกําหนดให้ผู้ถือใบแสดงสิทธิที่มีหลักทรัพย์อ้างอิงเป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียน และข้อกําหนดสิทธิของใบแสดงสิทธดังกล่าวยินยอมให้ผู้ถือใบแสดงสิทธิสามารถใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนในบริษัทจดทะเบียนผ่านบริษัทที่ออกใบแสดงสิทธิได้ เป็นบุคคลที่อยู่ในบังคับต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติในส่วนที่ว่าด้วยการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการเช่นเดียวกับบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นโดยตรงของบริษัทจดทะเบียนนั้น ภายใต้ข้อกําหนดดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2546 เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้

(1) “กิจการ” หมายความว่า บริษัทที่มีหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

(2) “ใบแสดงสิทธิในหุ้นจดทะเบียน” หมายความว่า ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทย ซึ่งออกและเสนอขายภายใต้ประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการเสนอขายใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทย และมีลักษณะดังต่อไปนี้

(ก) มีหลักทรัพย์รองรับเป็นหุ้นที่ออกโดยกิจการ และ

(ข) มีข้อกําหนดสิทธิที่ยินยอมให้ผู้ถือใบแสดงสิทธิสามารถใช้สิทธิออกเสียง

ลงคะแนนในการประชุมผู้ถือหุ้นของกิจการผ่านบริษัทที่ออกใบแสดงสิทธิได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการให้สิทธิอย่างมีข้อจํากัดหรือไม่มีข้อจํากัด

(3) “บริษัทที่ออกใบแสดงสิทธิ” หมายความว่า บริษัทที่ได้รับอนุญาตให้ออกและเสนอขายใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทย ตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการเสนอขายใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทย

(4) “ประกาศว่าด้วยการรายงาน” หมายความว่า ประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 58/2545 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการรายงานการได้มาหรือจําหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ ลงวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2545

(5) “ประกาศว่าด้วยการทําคําเสนอซื้อ” หมายความว่า ประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 53/2545 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545

(6) “คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า คณะอนุกรรมการวินิจฉัยการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการแต่งตั้งและอํานาจหน้าที่ของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ

(7) “สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อกําหนดตามประกาศนี้ ประกาศว่าด้วยการรายงาน หรือประกาศว่าด้วยการทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ ให้สํานักงานเป็นผู้มีอํานาจวินิจฉัยชี้ขาด เว้นแต่เป็นกรณีปัญหาเกี่ยวกับราคาในการเสนอซื้อหลักทรัพย์ ให้คณะอนุกรรมการเป็นผู้มีอํานาจวินิจฉัยชี้ขาด ทั้งนี้ การวินิจฉัยชี้ขาดให้กระทําโดยคํานึงถึงหลักความสอดคล้องของการใช้บังคับ และความเป็นธรรมแก่บุคคลที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ นอกจากที่ได้กําหนดไว้เพิ่มเติมในประกาศนี้ ให้บุคคลที่ได้มาหรือจําหน่ายไปซึ่งใบแสดงสิทธิในหุ้นจดทะเบียนอยู่ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติว่าด้วยการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ ประกาศว่าด้วยการรายงาน และประกาศว่าด้วยการทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ เช่นเดียวกับ

บุคคลที่มีการได้มาหรือจําหน่ายไปซึ่งหุ้นของกิจการ โดยให้นับรวมการถือใบแสดงสิทธิในหุ้นจดทะเบียนเข้ากับการถือหุ้นของกิจการ

หากบุคคลที่มีหน้าที่ต้องคําทําเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการตามประกาศว่าด้วยการทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ มีการได้มาซึ่งใบแสดงสิทธิในหุ้นจดทะเบียนด้วย การทําคําเสนอซื้อของบุคคลดังกล่าวให้อยู่ภายใต้บังคับข้อกําหนดตามประกาศนี้ด้วย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การคํานวณอัตราร้อยละสําหรับบุคคลที่มีการถือครองใบแสดงสิทธิในหุ้นจดทะเบียนและหุ้น ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) การคํานวณเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาหน้าที่ในการรายงานการได้มาหรือจําหน่ายไปตามมาตรา 246 และประกาศว่าด้วยการรายงาน ให้คํานวณดังนี้

(จํานวนหุ้น + จํานวนใบแสดงสิทธิในหุ้นจดทะเบียน) X 100

จํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกิจการ

(2) การคํานวณเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาหน้าที่ในการทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ตามมาตรา 247 และประกาศว่าด้วยการทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ให้คํานวณดังนี้

(ก) เมื่อคํานวณตามจํานวนหุ้น (ทุกประเภท)

(จํานวนหุ้น + จํานวนใบแสดงสิทธิในหุ้นจดทะเบียน) X 100

จํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกิจการ – หุ้นที่กิจการซื้อคืนและยังคงค้างอยู่

ณ วันสิ้นเดือนของเดือนก่อนเดือนที่มีการได้มา

(ข) เมื่อคํานวณตามจํานวนหุ้นสามัญ (เฉพาะกรณีที่กิจการมีการออกหุ้นบุริมสิทธิที่มีสิทธิออกเสียงน้อยกว่าหนึ่งเสียงต่อหนึ่งหุ้น)

(จํานวนหุ้นสามัญ + จํานวนใบแสดงสิทธิในหุ้นจดทะเบียน (หุ้นสามัญ)) X 100

จํานวนหุ้นสามัญที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกิจการ – หุ้นสามัญที่กิจการซื้อคืนและยังคงค้างอยู่

ณ วันสิ้นเดือนของเดือนก่อนเดือนที่มีการได้มา

(ค) เมื่อคํานวณตามสิทธิออกเสียง

(จํานวนสิทธิออกเสียงจากการถือหุ้น + จํานวนสิทธิออกเสียงผ่านการถือใบแสดงสิทธิในหุ้นจดทะเบียน) X 100

จํานวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ - สิทธิออกเสียงของหุ้นที่กิจการซื้อคืนและยังคงค้างอยู่

ณ วันสิ้นเดือนของเดือนก่อนเดือนที่มีการได้มา

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เมื่อบุคคลใดมีหน้าที่ต้องรายงานการได้มาหรือจําหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการตามประกาศว่าด้วยการรายงาน หรือมีหน้าที่ต้องทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการตามประกาศว่าด้วยการทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ หากบุคคลดังกล่าวมีการถือใบแสดงสิทธิในหุ้นจดทะเบียนอยู่ด้วย ให้บุคคลดังกล่าวแสดงข้อมูลเกี่ยวกับการถือครองใบแสดงสิทธิในหุ้นจดทะเบียนไว้เป็นรายการต่อจากหุ้นของกิจการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อบุคคลใดมีหน้าที่ต้องทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการตามประกาศว่าด้วยการทําคําเสนอซื้อ บุคคลดังกล่าวจะไม่เสนอซื้อใบแสดงสิทธิในหุ้นจดทะเบียนก็ได้แต่หากมีการเสนอซื้อ ผู้ทําคําเสนอซื้อต้องปฏิบัติต่อผู้ถือใบแสดงสิทธิในหุ้นจดทะเบียนทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เมื่อบุคคลใดมีหน้าที่ต้องทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการตามประกาศว่าด้วยการทําคําเสนอซื้อ หากบุคคลดังกล่าวมีการได้มาซึ่งใบแสดงสิทธิในหุ้นจดทะเบียนในระหว่างระยะเวลาเก้าสิบวันก่อนวันที่ยื่นคําเสนอซื้อต่อสํานักงาน ให้ถือว่าราคาสูงสุดที่ได้มาซึ่งใบแสดงสิทธิในหุ้นจดทะเบียนในระหว่างระยะเวลาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของราคาได้มาซึ่งหุ้นประเภทเดียวกับที่เป็นหลักทรัพย์รองรับการออกใบแสดงสิทธิในหุ้นจดทะเบียนนั้น และเป็นราคาที่ต้องใช้ประกอบการกําหนดราคาเสนอซื้อหุ้นประเภทนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ บริษัทที่ออกใบแสดงสิทธิอาจยื่นคําขอผ่อนผันไม่ต้องทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการได้ หากแสดงต่อสํานักงานได้ว่า บริษัทถือหุ้นของกิจการโดยมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้อํานาจควบคุมกิจการ เช่น ตามข้อผูกพันที่บริษัทได้ให้ไว้กับผู้ถือใบแสดงสิทธิ หากไม่มีการแสดงเจตนาใช้สิทธิจากผู้ถือใบแสดงสิทธิดังกล่าว บริษัทไม่มีอํานาจใช้ดุลพินิจโดยลําพังในการใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมผู้ถือหุ้นของกิจการ เว้นแต่เป็นการออกเสียงลงคะแนนในการพิจารณาวาระที่กิจการประสงค์จะขอเพิกถอนหุ้นของกิจการจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นต้น

ในกรณีที่สํานักงานเห็นควรพิจารณาให้การผ่อนผัน คําผ่อนผันนั้นให้มีผลเฉพาะการถือหุ้นของกิจการในจํานวนเพื่อรองรับภาระผูกพันตามใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทยที่จําหน่ายได้แล้วและยังไม่ได้ไถ่ถอนเท่านั้น

หากปรากฏข้อเท็จจริงต่อสํานักงานในภายหลังว่า บริษัทที่ออกใบแสดงสิทธิรายใด มีพฤติกรรมการใช้อํานาจควบคุมกิจการซึ่งขัดต่อการผ่อนผันที่ได้รับ ให้สํานักงานมีอํานาจสั่งเพิกถอนการผ่อนผันที่ได้ให้ไว้แล้ว โดยให้มีผลนับแต่เวลาที่พบพฤติกรรมที่ขัดต่อการผ่อนผันดังกล่าว

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2546

ร้อยเอก

(สุชาติ เชาว์วิศิษฐ)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ประธานกรรมการ คณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กจ. 31/2546 เรื่อง ข้อกำหนดตามบทบัญญัติว่าด้วยการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการสำหรับผู้ถือใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทย (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_ccda7b9fcb3f9607

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com