ข้อ ๒๑ กรณีนิคมอุตสาหกรรมบริการใดตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงต่ออุทกภัย
จะต้องดำเนินการก่อสร้างคันกั้นน้ำล้อมรอบพื้นที่โครงการเพื่อป้องกันน้ำท่วมและป้องกันน้ำจากบริเวณรอบนอกไหลเข้าสู่พื้นที่ภายในนิคมอุตสาหกรรมบริการ
ภายใต้หลักเกณฑ์ ดังนี้
(๑) คันกั้นน้ำต้องออกแบบให้มีลักษณะเป็นเขื่อน
และมีโครงสร้างที่มีความแข็งแรงเพียงพอในการต้านทานแรงดันน้ำจากภายนอกโครงการ
โดยใช้เกณฑ์ระดับน้ำท่วมสูงสุดในรอบเจ็ดสิบปีเป็นฐานในการคำนวณ
และต้องคำนึงถึงสภาพน้ำไหลหรือน้ำซึมผ่านฐานเขื่อนและใต้เขื่อนด้วย
(๒) คันกั้นน้ำต้องมีความสูงกว่าระดับน้ำท่วมสูงสุดในรอบเจ็ดสิบปี
โดยมีระยะส่วนเผื่อความสูง (Free Board) ไม่น้อยกว่า
๕๐.๐๐ เซนติเมตร
(๓) สันเขื่อนต้องออกแบบให้สามารถใช้เป็นทางซ่อมบำรุง (Service Road) โดยมีผิวจราจรกว้างไม่น้อยกว่า ๒.๕๐ เมตร
หนาไม่น้อยกว่า ๒๐.๐๐ เซนติเมตร
และต้องดูแลให้ใช้งานได้ตลอดเวลาและต้องจัดให้มีทางขึ้น - ลงทุกระยะ ๘๐๐.๐๐
เมตรสำหรับการบำรุงรักษาปกติทั่วไปและในภาวะฉุกเฉินหรือเสนอรูปแบบทางซ่อมบำรุง (Service Road) และทางขึ้น - ลงที่เหมาะสมกับสภาพของแต่ละพื้นที่
(๔) การก่อสร้างคันกั้นน้ำต้องไม่ขวางทางน้ำหลากเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาน้ำท่วมบริเวณพื้นที่โดยรอบ
แต่หากมีเหตุจำเป็นจะต้องก่อสร้างคันกั้นน้ำขวางทางน้ำหลาก
ให้จัดทำร่องน้ำเพื่อระบายนํ้าที่จะท่วมขังให้ไหลออกสู่ทางน้ำสาธารณะได้โดยสะดวก
(๕) การก่อสร้างคันกั้นน้ำจะต้องประสานกับหน่วยงานรัฐ
หรือหน่วยงานอื่น ๆ
ที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดระบบการระบายน้ำรอบนิคมอุตสาหกรรมบริการเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพตลอดจนลดผลกระทบทั้งกรณีปริมาณของน้ำและทิศทางการไหลของน้ำที่ไหลเข้าสู่นิคมอุตสาหกรรมบริการ
(๖) ต้องจัดให้มีระบบการติดตามสถานการณ์น้ำ
การเฝ้าระวังระดับน้ำภายนอก และการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า
รวมถึงเสนอแผนป้องกันและมาตรการภาวะฉุกเฉินกรณีเมื่อเกิดเหตุอุทกภัย
ตลอดจนการตรวจสอบสภาพของระบบระบายน้ำฝนและระบบป้องกันน้ำท่วมเป็นประจำ
พร้อมทั้งให้รายงานการตรวจสอบดังกล่าวต่อ กนอ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นประจำทุกปี
(๗)
ต้องจัดให้มีวิศวกรระดับสามัญวิศวกรเป็นผู้ลงนามรับรองการคำนวณและออกแบบระบบระบายน้ำฝนและระบบป้องกันน้ำท่วม
ในกรณีที่มีความจำเป็น กนอ.
อาจพิจารณาอนุญาตให้ดำเนินการถมพื้นที่บางส่วนหรือทั้งหมดโดยให้ถมดินสูงกว่าระดับน้ำท่วมสูงสุดในรอบเจ็ดสิบปีแต่ต้องไม่น้อยกว่า
๕๐.๐๐ เซนติเมตร หรือดำเนินการอื่นใดเพื่อป้องกันน้ำท่วมก็ได้ ทั้งนี้
ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามที่กฎหมายว่าด้วยการขุดดินและถมดิน
ตลอดจนกฎหมายอื่นในส่วนที่เกี่ยวข้องกำหนด