法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกาจัดหน่วยย่อยในกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ 8) พุทธศักราช 2483 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
10
มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎีกา

จัดหน่วยย่อยในกระทรวงกลาโหม

(ฉบับที่ ๘)

พุทธศักราช

๒๔๘๓

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล

คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร

ลงวันที่

๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐)

อาทิตย์

ทิพอาภา

พล.อ.

พิชเยนทรโยธิน

ตราไว้

ณ วันที่ ๓๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๘๓

เป็นปีที่

๗ ในรัชกาลปัจจุบัน

โดยที่เห็นสมควรจัดแบ่งส่วนราชการเป็นหน่วยย่อยจากหน่วยใหญ่ที่ขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหม

เพื่อให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐

แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พุทธศักราช ๒๔๗๗

จึ่งให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ดั่งต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชกฤษฏีกานี้ให้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาจัดหน่วยย่อยในกระทรวงกลาโหม

(ฉบับที่ ๘) พุทธศักราช ๒๔๘๓”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑]

ให้ใช้พระราชกฤษฎีกานี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกบรรดาพระราชกฤษฎีกา กฎ

และข้อบังคับอื่นๆ ในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชกฤษฎีกานี้

หรือซึ่งมีข้อความขัดหรือแย้งกับพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา ๔

มาตรา ๔ สำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี

แบ่งเป็นฝ่ายการเมืองและฝ่ายตรวจสอบเรื่องราวและความเห็น

มาตรา ๕

มาตรา ๕ สำนักงานปลัดกระทรวง แบ่งส่วนราชการดั่งนี้

๑. กรมเสมียนตรา

๒. กรมพระธรรมนูญ

๓. กรมปลัดบัญชี

๔. กรมราชองครักษ์

๕[๒].

กรมเชื้อเพลิง

มาตรา ๖

มาตรา ๖[๓] กองทัพบก

มีกรมเสนาธิการทหารบกทำหน้าที่เป็นส่วนบัญชาการ และแบ่งส่วนราชการดังนี้

๑. กรมพลาธิการทหารบก

๒ กรมเสนารักษ์ทหารบก

๓ กรมช่างแสงทหารบก

๔ กรมการเงินทหารบก

๕ กรมแผนที่ทหารบก

๖ มณฑลทหารบกที่

๗ มณฑลทหารบกที่

๘ มณฑลทหารบกที่

๙ มณฑลทหารบกที่

๑๐ มณฑลทหารบกที่

๑๑ มณฑลทหารบกที่

๑๒ กรมป้องกันต่อสู้อากาศยาน

๑๓ กรมพาหนะทหารบก

๑๔ กรมรถรบ

มาตรา ๗

มาตรา ๗[๔] กองทัพเรือแบ่งส่วนราชการดังนี้

๑. กองบังคับการกองทัพเรือ

๒ กรมเสนาธิการทหารเรือ

๓. กองเรือรบ

๔ กองบินทหารเรือ

๕. มณฑลทหารเรือที่ ๑

๖. มณฑลทหารเรือที่ ๒

๗ กรมสรรพาวุธทหารเรือ

๘. กรมอู่ทหารเรือ

๙. กรมอุทกศาสตร์

๑๐ กรมอุตุนิยมวิทยา

๑๑. กรมแพทย์ทหารเรือ

๑๒. กรมบัญชีกลางทหารเรือ

๑๓. กรมพัสดุทหารเรือ

มาตรา ๘

มาตรา ๘ กองทัพอากาศ แบ่งส่วนราชการ ดังนี้

๑. กองบังคับการกองทัพอากาศ

๒. กรมเสนาธิการทหารอากาศ

๓. กองบินน้อยที่

๔. กองบินน้อยที่

๕. กองบินน้อยที่

๖. กองบินน้อยที่

๗. กองบินน้อยที่

๘. กรมโรงงานทหารอากาศ

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ทวิ[๕]

กรมสารวัตรทหาร แบ่งส่วนราชการ

ดังนี้

๑ กองบังคับการกรมสารวัตรทหาร

๒ กองสารวัตรทหารภาคกลาง

๓ กองสารวัตรทหารภาคอีสาน

๔ กองสารวัตรทหารภาคบูรพา

๕ กองสารวัตรทหารภาคพายัพ

๖ กองสารวัตรทหารภาคใต้

๗ กองโรงเรียนสารวัตรทหาร

๘ กองสารวัตรทหารผสม

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พิบูลสงคราม

นายกรัฐมนตรี

พระราชกฤษฎีกาจัดหน่วยย่อยในกระทรวงกลาโหม

(ฉบับที่ ๙) พุทธศักราช ๒๔๘๓[๖]

พระราชกฤษฎีกาจัดหน่วยย่อยในกระทรวงกลาโหม

(ฉบับที่ ๑๐) พุทธศักราช ๒๔๘๔[๗]

พระราชกฤษฎีกาจัดหน่วยย่อยในกระทรวงกลาโหม

(ฉบับที่ ๑๑) พุทธศักราช ๒๔๘๕[๘]

พระราชกฤษฎีกาจัดหน่วยย่อยในกระทรวงกลาโหม

(ฉบับที่ ๑๒) พุทธศักราช ๒๔๘๖[๙]

พระราชกฤษฎีกาจัดหน่วยย่อยในกระทรวงกลาโหม

(ฉบับที่ ๑๓) พุทธศักราช ๒๔๘๖[๑๐]

พระราชกฤษฎีกาจัดหน่วยย่อยในกระทรวงกลาโหม

(ฉบับที่ ๑๔) พุทธศักราช ๒๔๘๖[๑๑]

พระราชกฤษฎีกาจัดหน่วยย่อยในกระทรวงกลาโหม

(ฉบับที่ ๑๕) พุทธศักราช ๒๔๘๖[๑๒]

พระราชกฤษฎีกาจัดหน่วยย่อยในกระทรวงกลาโหม

(ฉบับที่ ๑๖) พุทธศักราช ๒๔๘๘[๑๓]

พระราชกฤษฎีกาจัดหน่วยย่อยในกระทรวงกลาโหม

(ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๔๙๐[๑๔]

วนิดา

/พิมพ์

๒๐

กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

ปฐมพร/จัดทำ

๒๓

กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๕๗/หน้า ๑๑๓/๔ มิถุนายน ๒๔๘๓

[๒]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๕

มาตรา ๕ อนุมาตรา ๕ เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกาจัดหน่วยย่อยในกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๙)

พุทธศักราช ๒๔๘๓

[๓] มาตรา

๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาจัดหน่วยย่อยในกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๑๖)

พุทธศักราช ๒๔๘๘

[๔]

มาตรา ๗

มาตรา ๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาจัดหน่วยย่อยในกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๑๗)

พ.ศ. ๒๔๙๐

[๕]

มาตรา ๘ ทวิ

มาตรา ๘ ทวิ เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกาจัดหน่วยย่อยในกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๑๖)

พุทธศักราช ๒๔๘๘

[๖]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๗/หน้า ๗๑๔/๕ พฤศจิการยน ๒๔๘๓

[๗]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๘/หน้า ๖๙๘/๓๐ พฤษภาคม ๒๔๘๔

[๘]

ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๕๙/ตอนที่ ๔๑/หน้า ๑๒๖๙/๒๓ มิถุนายน ๒๔๘๕

[๙]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๖๐/ตอนที่ ๙/หน้า ๓๓๓/๙ กุมภาพันธ์ ๒๔๘๖

[๑๐]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๖๐/ตอนที่ ๑๓/หน้า ๔๔๓/๒ มีนาคม ๒๔๘๖

[๑๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๖๐/ตอนที่ ๓๑/หน้า ๑๐๑๕/๑๕ มิถุนายน ๒๔๘๖

[๑๒]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๖๐/ตอนที่ ๕๖/หน้า ๑๕๕๓/๑๙ ตุลาคม ๒๔๘๖

[๑๓]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๖๒/ตอนที่ ๑๖/หน้า ๒๑๘/๒๐ มีนาคม ๒๔๘๔

[๑๔]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม/ตอนที่ ๒๙/เล่ม ๖๔/หน้า ๔๕๕/๗ กรกฎาคม ๒๔๙๐

10 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกาจัดหน่วยย่อยในกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ 8) พุทธศักราช 2483 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_ce279aeb9fe0c710

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com