ประกาศกระทรวงมหาดไทย
ประกาศกระทรวงมหาดไทย
เรื่อง
เปลี่ยนแปลงฐานะเทศบาลตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี
เป็นเทศบาลเมืองตะลุบัน[๑]
โดยที่เทศบาลตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี
ซึ่งมีราษฎรเกินหนึ่งหมื่นคนขึ้นไป ทั้งมีรายได้พอควรแก่การที่จะปฏิบัติหน้าที่อันต้องทำตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติเทศบาล
พ.ศ. ๒๔๙๖ มีความประสงค์ที่จะเปลี่ยนแปลงฐานะเป็นเทศบาลเมือง
และกระทรวงมหาดไทยพิจารณาแล้วเห็นว่า เทศบาลตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี
จังหวัดปัตตานี เข้าเงื่อนไขหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.
๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖
สมควรให้เปลี่ยนแปลงฐานะเป็นเทศบาลเมืองตามความประสงค์
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล
พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงประกาศเปลี่ยนแปลงฐานะเทศบาลตำบลตะลุบัน
อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เป็นเทศบาลเมืองตะลุบัน
ให้เทศบาลตำบลที่ได้เปลี่ยนแปลงฐานะเป็นเทศบาลเมืองตามประกาศนี้มีแนวเขตตามคำบรรยายแนวเขตและแผนที่ท้ายประกาศกระทรวงมหาดไทย
และให้พ้นสภาพแห่งการเป็นเทศบาลตำบลนับแต่วันที่ได้ถูกเปลี่ยนแปลงฐานะเป็นเทศบาลเมืองเป็นต้นไป
บรรดาทรัพย์สิน หนี้ สิทธิ
และสิทธิเรียกร้องของเทศบาลตำบลให้โอนไปเป็นของเทศบาลเมืองที่เปลี่ยนแปลงฐานะในขณะเดียวกันนั้น
และบรรดาเทศบัญญัติที่ได้ใช้บังคับอยู่ก่อนแล้วคงให้ใช้บังคับต่อไปตามมาตรา ๑๓
แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล
(ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นต้นไป
ประกาศ
ณ วันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗
พลเอก
อนุพงษ์ เผ่าจินดา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่ท้ายประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง
เปลี่ยนแปลงฐานะเทศบาลตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เป็นเทศบาลเมืองตะลุบัน
ลงวันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗
๒. คำบรรยายแนวเขตเทศบาลเมืองตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ท้ายประกาศกระทรวงมหาดไทย
เรื่อง เปลี่ยนแปลงฐานะเทศบาลตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เป็นเทศบาลเมืองตะลุบัน
ลงวันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๐ กุมภาพันธ์
๒๕๕๘
กฤษดายุทธ/ผู้ตรวจ
๑๐ กุมภาพันธ์
๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๒/ตอนพิเศษ ๒๙ ง/หน้า ๑๑/๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘