法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษเฉพาะกิจการประมงทะเล ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2561

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
13
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงมหาดไทย

เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจําพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษเฉพาะกิจการประมงทะเล ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2561

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 87/2557 ลงวันที่ 10 กรกฎาคม พุทธศักราช 2557 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมผู้รักษาการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอํานาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานตํารวจ และมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2561 ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ คนต่างด้าวที่จะได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษตามประกาศนี้ หมายถึงคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่ได้จัดทําทะเบียนประวัติหรือบัตรประจําตัวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร และได้รับอนุญาตให้ทํางานตามกฎหมายว่าด้วย การบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้ คนต่างด้าวบางจําพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษเฉพาะกิจการประมงทะเล ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ฉบับลงวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2559 และประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจําพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษเฉพาะกิจการประมงทะเล ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2560 ฉบับลงวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2560 รวมถึงผู้ที่ทํางานเป็นช่างเครื่องยนต์ในเรือประมงทะเลที่ยังไม่ได้พิสูจน์สัญชาติ และมีอายุไม่เกินห้าสิบห้าปีบริบูรณ์นับถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ คนต่างด้าวตามข้อ 1 ที่ประสงค์จะได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษตามประกาศนี้ ให้นายจ้างนําคนต่างด้าวไปรายงานตัวเพื่อจัดทําทะเบียนประวัติหรือ บัตรประจําตัว ตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ตรวจสุขภาพ ประกันสุขภาพ และขออนุญาตทํางานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าวตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561 ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ในพื้นที่ 22 จังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเล ได้แก่ (1) จังหวัดกระบี่ (2) จังหวัดจันทบุรี (3) จังหวัดฉะเชิงเทรา (4) จังหวัดชลบุรี (5) จังหวัดชุมพร (6) จังหวัดตราด (7) จังหวัดตรัง (8) จังหวัดนครศรีธรรมราช (9) จังหวัดนราธิวาส (10) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (11) จังหวัดปัตตานี (12) จังหวัดพังงา (13) จังหวัดเพชรบุรี (14) จังหวัดภูเก็ต (15) จังหวัดระนอง (16) จังหวัดระยอง (17) จังหวัดสมุทรปราการ (18) จังหวัดสมุทรสาคร (19) จังหวัดสมุทรสงคราม (20) จังหวัดสุราษฎร์ธานี (21) จังหวัดสงขลา และ (22) จังหวัดสตูล

กรณีคนต่างด้าวที่อยู่ระหว่างทํางานในทะเล ให้นายจ้างยื่นบัญชีรายชื่อคนต่างด้าว ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง และเมื่อคนต่างด้าวเดินทางเข้าส่งให้ไปดําเนินการตาม วรรคหนึ่งภายในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2561

คนต่างด้าวที่ได้ดําเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสองแล้ว ให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว เพื่อรอการส่งกลับได้ไม่เกินวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ในกรณีสถานที่ตามวรรคหนึ่งไม่เพียงพอต่อการรองรับการขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรตามประกาศนี้ ให้กรมการจัดหางานกระทรวงแรงงาน กําหนดสถานที่อื่นตามความเหมาะสม

มาตรา ข้อ 2/1

ข้อ 2/1 ในกรณีที่นายจ้างได้นําคนต่างด้าวไปดําเนินการตามข้อ 2 และได้ยื่นขอจัดทําทะเบียนประวัติหรือปรับปรุงทะเบียนประวัติ ตามประกาศนี้ กับกรมการจัดหางาน ณ สถานที่ที่กรมการจัดหางานกําหนด ภายในวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561 แล้ว ให้คนต่างด้าวผู้นั้นได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อรอการส่งกลับได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เพื่อจัดทําทะเบียนประวัติหรือบัตรประจําตัวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ตรวจสุขภาพ ประกันสุขภาพ อนุญาตทํางานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว และพิสูจน์สัญชาติให้แล้วเสร็จภายในกําหนดเวลาดังกล่าว

ในระหว่างที่ยังไม่ได้จัดทําทะเบียนประวัติ ให้ใช้บัตรประจําตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพูเดิม) ที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตามข้อ 1 ของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจําพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ เฉพาะกิจการประมงทะเล ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2561 ฉบับลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 เป็นหลักฐานในการแสดงตน

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ มิให้นํามาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาใช้บังคับแก่คนต่างด้าวที่ได้ดําเนินการตามหลักเกณฑ์ตามข้อ 2

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรได้เป็นการชั่วคราวตามประกาศนี้เป็นอันสิ้นผลในกรณีอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(1) เป็นโรคต้องห้ามตามที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกําหนดหรือเป็นผู้ที่สุขภาพไม่สมบูรณ์แข็งแรงที่เป็นอุปสรรคต่อการทํางานโดยอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์

(2) ต้องโทษตามคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่ความผิดซึ่งได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(3) ออกนอกเขตพื้นที่จังหวัดที่ได้จัดทําทะเบียนประวัติหรือจังหวัดที่ได้รับอนุญาตให้ทํางานเว้นแต่

(ก) ได้เคลื่อนย้ายออกนอกท้องที่จังหวัดที่ได้รับอนุญาตโดยทางเรือหรือทางบกเพื่อไปทํางานในท้องที่ทุกแห่งที่มีท่าเรือทําการประมงทะเล ทั้งนี้ มิให้ออกนอกเขตบริเวณท่าเรือที่ทําการประมงทะเล ในกรณีเคลื่อนย้ายออกนอกท้องที่จังหวัดที่ได้รับอนุญาตโดยทางบก ต้องมีหนังสือรับรองจากกรมการจัดหางานหรือหน่วยงานในสังกัด

(ข) เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ เป็นพยานศาล ได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวน มีหนังสือเรียกตัวจากหน่วยงานของรัฐในสังกัดกระทรวงแรงงาน หรือเพื่อการรักษาพยาบาล โดยมีหนังสือหรือเอกสารที่ราชการออกให้มาแสดง แล้วแต่กรณี

(ค) ได้รับอนุญาตให้ทํางานกับนายจ้างใหม่ ตามเงื่อนไขที่กรมการจัดหางานกําหนดตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว โดยมีหนังสือหรือเอกสารที่ราชการออกให้มาแสดง

(ง) กรณีแรงงานต่างด้าวขอไปทัศนศึกษาหรือสันทนาการในเขตท้องที่จังหวัดอื่น ให้นายจ้างจัดทําหนังสือพร้อมรายชื่อและเลขประจําตัวของคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรที่จะไปทัศนศึกษาหรือสันทนาการ แจ้งให้นายทะเบียนอําเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นทราบก่อนวันเดินทาง และเมื่อเดินทางกลับเข้ามาในท้องที่ ทั้งนี้ ไม่เกินครั้งละเจ็ดวัน

(4) หน่วยงานด้านความมั่นคงหรือการรักษาความสงบเรียบร้อย รายงานว่าคนต่างด้าวดังกล่าว มีพฤติการณ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประซาซน หรือมีพฤติการณ์อันน่าเชื่อว่าเป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุข หรือความปลอดภัยของประชาชน หรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร

(5) ถูกเลิกจ้างไม่ว่าในกรณีใด ๆ

ในกรณีตาม (5) ให้นายจ้างแจ้งให้นายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการ การทํางานของคนต่างด้าวทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้เลิกจ้าง

คนต่างด้าวที่ถูกนายจ้างเดิมเลิกจ้างตาม (5) หากประสงค์จะทํางานในราชอาณาจักรต่อไป ต้องมีนายจ้างใหม่รับเข้าทํางานภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ไม่ได้ทํางานอยู่กับนายจ้างเดิม ทั้งนี้ ให้คนต่างด้าวยื่นคําขอรับใบอนุญาตภายในระยะเวลาและหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมการจัดหางานกําหนดตามกฎหมาย ว่าด้วยการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การออกนอกเขตท้องที่จังหวัดที่ได้จัดทําทะเบียนประวัติของคนต่างด้าว เพื่อไปดําเนินการพิสูจน์สัญชาติ ให้ดําเนินการดังนี้

(1) กรณีพิสูจน์สัญชาติในราชอาณาจักร

(ก) คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและได้จัดทําบัตรประจําตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยตามข้อ 2 แล้ว การเดินทางออกนอกเขตท้องที่จังหวัดให้ใช้บัตรประจําตัวดังกล่าวเป็นหลักฐานในการเดินทาง ทั้งนี้ ไม่เกินวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2561

(ข) คนต่างด้าวที่ยังไม่ได้มารายงานตัวและดําเนินการตามข้อ 2 ให้ใช้บัตรประจําตัวคน ซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพูเดิม) ที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตามข้อ 1 เป็นหลักฐานเพื่อการเดินทางออกนอกเขตท้องที่จังหวัด ทั้งนี้ ไม่เกินวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561

(2) กรณีการเดินทางไปเพื่อพิสูจน์สัญชาติและรับหนังสือเดินทาง เอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง หรือหนังสือรับรองสถานะบุคคลของคนต่างด้าว นอกราชอาณาจักร ให้กรมการจัดหางานหรือหน่วยงานในสังกัด จัดทําหนังสือรับรองรายชื่อพร้อมเลขประจําตัวของคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบในการออกนอกเขตท้องที่จังหวัด และการดําเนินกรรมวิธี การเดินทางออกนอกราชอาณาจักร และกลับเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อดําเนินการเกี่ยวกับการทํางาน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ มิให้นําบทบัญญัติตามมาตรา 12 (3) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาใช้บังคับกับคนต่างด้าวตามข้อ 3 ที่ถือหนังสือเดินทาง เอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง หรือหนังสือรับรองสถานะบุคคล โดยได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวที่เข้ามาใน ราชอาณาจักรเพื่อการทํางาน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ หนังสือเดินทาง เอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง หรือหนังสือรับรองสถานะบุคคล ของคนต่างด้าวต้องเป็นแบบที่กระทรวงการต่างประเทศให้การรับรอง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตามประกาศนี้ ที่ถือเอกสารตามข้อ 7 ประสงค์จะอยู่ในราชอาณาจักร เพื่อการทํางานกับนายจ้างให้ดําเนินการดังนี้

(1) คนต่างด้าวที่พิสูจน์สัญชาติได้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561 ให้นายจ้างนําคนต่างด้าวไปรายงานตัว ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ใน 22 จังหวัดที่มีพื้นที่ติดชายทะเลดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561 เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ตรวจลงตราและประทับตราอนุญาตให้คนต่างด้าวเข้ามาเพื่อทํางานอยู่ในราชอาณาจักร ถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 พร้อมทั้งจัดทําทะเบียนประวัติ และบัตรประจําตัวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ตรวจสุขภาพ ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตน หรือประกันสุขภาพ และขอรับใบอนุญาตทํางานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว

(2) คนต่างด้าวที่พิสูจน์สัญชาติแล้วเสร็จระหว่างวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2561 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2561 ให้นายจ้างนําคนต่างด้าวไปขอรับการตรวจลงตราและประทับตราอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักร ตรวจสุขภาพ ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนหรือประกันสุขภาพ ขอรับใบอนุญาตทํางาน ตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว และรายงานตัวจัดทําทะเบียนประวัติ และบัตรประจําตัวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ภายในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2561 ณ สถานที่ตั้งหรือที่ทําการของแต่ละหน่วยงานในจังหวัดที่คนต่างด้าวผู้นั้นทํางานอยู่ หรือสถานที่ที่กรมการจัดหางานกําหนด โดยจะได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เป็นการชั่วคราวและอนุญาตให้ทํางานได้ถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ในกรณีที่คนต่างด้าวเดินทางไปรับเอกสารตามข้อ 7 ณ ประเทศต้นทาง และได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ให้พนักงานตรวจคนเข้าเมืองประจําด่านตรวจคนเข้าเมืองที่คนต่างด้าวนั้นผ่านเข้ามาในราชอาณาจักร ตรวจลงตราและประทับตราอนุญาตเพื่ออยู่ในราชอาณาจักร

มาตรา ข้อ 8/1

ข้อ 8/1 ในกรณีที่นายจ้างได้นําคนต่างด้าวไปดําเนินการตามข้อ 8 และได้ยื่นขอจัดทําทะเบียนประวัติหรือปรับปรุงทะเบียนประวัติ ตามประกาศนี้ กับกรมการจัดหางาน ณ สถานที่ที่กรมการจัดหางานกําหนด ภายในวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561 แล้ว ให้คนต่างด้าวผู้นั้นได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวถึงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองตรวจลงตราและประทับตราอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเพื่อทํางานกับนายจ้าง ถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 พร้อมทั้งจัดทําทะเบียนประวัติหรือบัตรประจําตัวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ตรวจสุขภาพ ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนหรือประกันสุขภาพ และอนุญาตทํางานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ทั้งนี้ การกรอกข้อมูลทะเบียนประวัติ การขอจดทะเบียนและขอมีบัตรประจําตัวคน ซึ่งไม่มีสัญชาติไทย การตรวจลงตรา การขออยู่ต่อ และการอนุญาตทํางานของคนต่างด้าวและผู้ติดตาม ให้ใช้แบบ ท.บ. 1 ท.บ. 2 ท.ต. 1 และ ท.ต. 1/1 แนบท้ายประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของคนต่างด้าวจะสิ้นสุดลงก่อนระยะเวลา ที่ได้รับอนุญาตตามข้อ 8 เมื่อไม่ได้ทํางานอยู่กับนายจ้างเดิม เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว ให้ทํางานกับนายจ้างใหม่ ตามเงื่อนไขที่อธิบดีกรมการจัดหางานกําหนดตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าวภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ไม่ได้ทํางานอยู่กับนายจ้างเดิม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เมื่อสิ้นสุดการอนุญาตหรือการอนุญาตเป็นอันสิ้นผลตามประกาศนี้ ให้คนต่างด้าวดังกล่าวอยู่ในราชอาณาจักรได้อีกสิบห้าวัน เพื่อเตรียมการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรี

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

13 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษเฉพาะกิจการประมงทะเล ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2561 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_ce85cc69f65a9f85

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com