法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับของอัยการสูงสุด ว่าด้วยการขออนุญาตฟ้องและการอนุญาตฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแขวง พ.ศ. 2559

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
19
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับของอัยการสูงสุด

ข้อบังคับของอัยการสูงสุด

ว่าด้วยการขออนุญาตฟ้องและการอนุญาตฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแขวง

พ.ศ. ๒๕๕๙

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงข้อบังคับของอัยการสูงสุด ว่าด้วยการขออนุญาตฟ้อง พ.ศ. ๒๕๕๖ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง ซึ่งได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมให้การขออนุญาตฟ้องและการอนุญาตฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแขวง ซึ่งไม่สามารถยื่นฟ้องต่อศาลได้ทันภายในระยะเวลาที่กำหนด จะต้องได้รับอนุญาตจากอัยการสูงสุด หรือพนักงานอัยการผู้มีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีอัยการหรืออธิบดีอัยการภาค ซึ่งอัยการสูงสุดมอบหมาย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๘ และมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๖ อัยการสูงสุด จึงออกข้อบังคับ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับของอัยการสูงสุด ว่าด้วยการขออนุญาตฟ้องและการอนุญาตฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแขวง พ.ศ. ๒๕๕๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกข้อบังคับของอัยการสูงสุดว่าด้วยการขออนุญาตฟ้อง พ.ศ. ๒๕๕๖

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้

“ผู้อนุญาต” หมายความว่า อัยการสูงสุด หรือพนักงานอัยการผู้มีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีอัยการหรืออธิบดีอัยการภาค ซึ่งอัยการสูงสุดมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ อัยการสูงสุดมีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ อัยการสูงสุดเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้ และมีอำนาจออกระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หลักเกณฑ์ และวิธีการเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้

บรรดาระเบียบ หลักปฏิบัติราชการ และคำสั่งอื่นใดซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้ ให้ใช้ข้อบังคับนี้แทน

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตฟ้อง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การฟ้องคดีต่อไปนี้ หากไม่สามารถยื่นฟ้องต่อศาลได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด พนักงานอัยการจะต้องดำเนินการขออนุญาตฟ้อง

(๑) คดีที่นิติบุคคลเป็นผู้ต้องหา และพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหาแล้ว

(๒) คดีที่มีการจับตัวผู้ต้องหา หรือไม่มีการจับตัวผู้ต้องหาแต่พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหาแล้ว

(๓) คดีที่ผู้ต้องหาถูกคุมขังในคดีอื่นและพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาที่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแขวงแก่ผู้ต้องหาแล้ว

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ คดีที่ต้องขออนุญาตฟ้อง ให้พนักงานสอบสวนทำเป็นรูปสำนวนการสอบสวนโดยให้ระบุสาเหตุที่ไม่ได้ขอผัดฟ้องหรือเหตุที่ขาดผัดฟ้องไว้ในสำนวนการสอบสวน และต้องส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมสำนวน เว้นแต่ผู้ต้องหาซึ่งถูกแจ้งข้อหาได้หลบหนีไป หรือผู้ต้องหาถูกคุมขังในคดีอื่น

การรับสำนวนการสอบสวนดังกล่าวตามวรรคหนึ่ง ให้ลงสารบบตามที่สำนักงานอัยการสูงสุดกำหนด

ในกรณีปรากฏตัวผู้ต้องหาส่งมาพร้อมสำนวนการสอบสวน ให้ทำบันทึกแจ้งวันนัดให้ผู้ต้องหามาพบพนักงานอัยการเพื่อฟังคำสั่งของพนักงานอัยการ ตามแบบพิมพ์บันทึกรับทราบวันนัดที่สำนักงานอัยการสูงสุดกำหนดด้วย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การทำความเห็นและคำสั่งในสำนวนการสอบสวนที่ต้องขออนุญาตฟ้อง ต้องปรากฏข้อเท็จจริงพอสมควร ปรับบทกฎหมายและฐานความผิด พร้อมทั้งมีคำสั่งฟ้องให้ชัดเจน ตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การขออนุญาตฟ้อง ให้พนักงานอัยการผู้ขออนุญาตทำเป็นหนังสือระบุรายละเอียดให้ชัดแจ้งว่า ขออนุญาตฟ้องผู้ต้องหาผู้ใดในความผิดฐานใด ทั้งนี้ โดยให้ระบุชื่อผู้ต้องหาที่มีคำสั่งฟ้อง และขออนุญาตฟ้องทุกคนในความผิดฐานใดให้ตรงกับความเห็นและคำสั่งในสำนวนการสอบสวน แล้วให้ส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมความเห็นและคำสั่งไปยังผู้อนุญาตเพื่อขออนุญาตฟ้อง

หนังสือขออนุญาตฟ้องตามวรรคหนึ่ง ให้ทำเป็นรายสำนวนและระบุสาเหตุที่พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการไม่ได้ขอผัดฟ้องผู้ต้องหาหรือขาดผัดฟ้องผู้ต้องหา พร้อมรายละเอียดที่จำเป็นอื่น ๆ ให้ปรากฏในหนังสือขออนุญาตฟ้องด้วย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ก่อนส่งสำนวนการสอบสวนเพื่อขออนุญาตฟ้อง หากพนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาบางคนหรือบางข้อหาหรือมีความเห็นแย้งกับพนักงานสอบสวน จะต้องดำเนินการให้การสั่งคดีเป็นที่ยุติเสียก่อน เว้นแต่คดีจะขาดอายุความหรือมีเหตุจำเป็นจะต้องรีบฟ้อง

ในกรณีที่พนักงานอัยการเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาในความผิดฐานอื่นต่างจากความเห็นของพนักงานสอบสวน ก่อนสั่งคดีให้พนักงานอัยการสั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการในเรื่องการแจ้งข้อหาให้ครบถ้วนเสียก่อน

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาตฟ้อง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การทำสำนวนขออนุญาตฟ้อง ให้ทำเป็นสำนวนแยกต่างหากจากสำนวนการสอบสวนที่ส่งมาขออนุญาตฟ้อง เพื่อเสนอผู้อนุญาตพิจารณา

สำนวนขออนุญาตฟ้องตามวรรคหนึ่ง ให้ลงสารบบตามที่สำนักงานอัยการสูงสุดกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในการอนุญาตฟ้อง ให้พิจารณาข้อเท็จจริง ข้อหา พยานหลักฐานในสำนวนการสอบสวน และเงื่อนไขระงับคดี ตามกฎหมายและระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการประกอบ รวมทั้งให้คำนึงถึงการปฏิบัติงานของพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ หลักการอำนวยความยุติธรรม และการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนประกอบการพิจารณาด้วย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่ผู้อนุญาตพิจารณาแล้วเห็นว่า สำนวนการสอบสวนที่ส่งมาขออนุญาตฟ้องยังต้องมีการดำเนินการเพิ่มเติมอื่นใดเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาอนุญาตฟ้อง ให้ผู้อนุญาตสั่งให้พนักงานอัยการผู้ขออนุญาตดำเนินการตามที่ผู้อนุญาตเห็นสมควร

ในกรณีปรากฏเงื่อนไขระงับคดี ให้ผู้อนุญาตพิจารณาสั่งยุติการดำเนินคดีตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้ผู้อนุญาตมีคำสั่งในสำนวนขออนุญาตฟ้อง และในกรณีที่อนุญาตให้ฟ้องให้ส่งหนังสืออนุญาตฟ้องพร้อมสำนวนการสอบสวนคืนไปยังสำนักงานอัยการที่ขออนุญาตฟ้องโดยเร็ว

หนังสืออนุญาตฟ้องตามวรรคหนึ่ง ให้ระบุชื่อผู้ต้องหาทุกคนและความผิดทุกฐานที่อนุญาตให้ฟ้อง

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้ผู้อนุญาตที่เป็นพนักงานอัยการผู้มีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีอัยการหรืออธิบดีอัยการภาคซึ่งอัยการสูงสุดมอบหมาย รายงานผลการดำเนินการในการอนุญาตฟ้องให้อัยการสูงสุดทราบตามที่อัยการสูงสุดกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในกรณีที่ผู้อนุญาตเป็นพนักงานอัยการผู้มีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีอัยการหรืออธิบดีอัยการภาคซึ่งอัยการสูงสุดมอบหมายพิจารณาแล้วเห็นว่า มีเหตุอันควรไม่อนุญาตให้ฟ้องทั้งหมด หรือไม่อนุญาตให้ฟ้องผู้ต้องหาบางคนหรือบางฐานความผิดตามที่ขออนุญาตฟ้อง ให้ผู้อนุญาตดังกล่าวเสนอความเห็นพร้อมสำนวนต่ออัยการสูงสุดพิจารณาสั่งต่อไป

ในกรณีที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฟ้อง ให้สำนักงานอัยการที่ขออนุญาตฟ้องแจ้งให้พนักงานสอบสวนทราบโดยเร็ว โดยให้แจ้งเหตุผลโดยย่อที่อัยการสูงสุดไม่อนุญาตให้ฟ้อง

การฟ้องคดี และการจัดการให้ได้ตัวผู้ต้องหามาฟ้อง

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การยื่นฟ้องคดีที่ได้รับอนุญาตให้ฟ้อง ให้บรรยายคำฟ้องให้ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้อนุญาตได้มีคำสั่งอนุญาตฟ้องแล้ว พร้อมกับส่งหนังสืออนุญาตฟ้องไปพร้อมกับคำฟ้องด้วย

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ คดีที่ได้รับอนุญาตให้ฟ้องแล้ว แต่ยังไม่ได้ตัวผู้ต้องหามา หรือผู้ต้องหาได้ลงชื่อรับทราบวันนัดตามข้อ ๘ วรรคสาม ไว้แล้วไม่มาตามนัด ให้พนักงานอัยการมีหนังสือแจ้งให้พนักงานสอบสวนจัดการให้ได้ตัวผู้ต้องหามายื่นฟ้องต่อศาลโดยเร็ว

ในกรณีที่พนักงานสอบสวนไม่อาจจัดการให้ได้ตัวผู้ต้องหามาฟ้องตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานอัยการแจ้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัด พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ผู้มีอำนาจ แล้วแต่กรณี จัดการให้ได้ตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีภายในอายุความฟ้องคดี

ประกาศ ณ วันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๙

ร้อยตำรวจตรี พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร

อัยการสูงสุด

ปริยานุช/จัดทำ

๔ เมษายน ๒๕๕๙

ชวัลพร/ตรวจ

๔ เมษายน ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนที่ ๒๗ ก/หน้า ๙/๒๘ มีนาคม ๒๕๕๙

19 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับของอัยการสูงสุด ว่าด้วยการขออนุญาตฟ้องและการอนุญาตฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแขวง พ.ศ. 2559 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_cf213c447d1cd466

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com