ข้อ ๕ สิทธิเรียกร้องที่คาดว่าจะเรียกคืนไม่ได้ตามข้อ ๔ (๑) นั้น ให้พิจารณา
ตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อรวมกัน ดังต่อไปนี้
(๑) มีคำสั่งศาลให้พิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้
(๒) ลูกหนี้หยุดดำเนินกิจการหรือเลิกกิจการ หรือกิจการของลูกหนี้อยู่ระหว่าง
ชำระบัญชี
(๓) ลูกหนี้ประวิงการชำระหนี้ หรือกระทำการใด ๆ เพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระ
หนี้ เช่น ออกไปเสียนอกราชอาณาจักร หรือยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน
(๔) ลูกหนี้มีฐานะการเงินไม่มั่นคงหรือความสามารถในการหารายได้ต่ำ อัน
แสดงถึงความสามารถในการชำระหนี้อ่อน
(๕) ธนาคารพาณิชย์ติดต่อลูกหนี้ไม่ได้ หรือตามตัวลูกหนี้ไม่พบ หรือลูกหนี้ไป
เสียจากภูมิลำเนาที่ปรากฏตามสัญญาโดยไม่แจ้งให้ธนาคารพาณิชย์ทราบ
(๖) ผู้ค้ำประกันหนี้เข้าเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังกล่าวข้างต้น
(๗) ธุรกิจของลูกหนี้ไม่ปรากฏแน่ชัด หรือไม่ได้ประกอบธุรกิจจริงจัง
(๘) ธนาคารพาณิชย์ได้ฟ้องลูกหนี้หรือได้ยื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีที่ลูกหนี้ถูก
เจ้าหนี้รายอื่นฟ้อง
(๙) ธนาคารพาณิชย์ได้ฟ้องลูกหนี้ในคดีล้มละลายหรือได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้
ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องในคดีล้มละลาย
(๑๐) ลูกหนี้ดำเนินธุรกิจขาดทุนเป็นเวลาตั้งแต่สามปีติดต่อกันขึ้นไป เว้นแต่
แสดงให้เห็นได้ว่ากิจการของลูกหนี้มีลู่ทางทำกำไรพอชดเชยผลขาดทุน
(๑๑) ลูกหนี้ค้างชำระดอกเบี้ยเป็นเวลาเกินกว่าหนึ่งปีขึ้นไป เว้นแต่แสดงให้เห็น
ได้ว่าจะได้รับชำระหนี้คืนครบเมื่อมีการเรียกให้ชำระหนี้
(๑๒) ลูกหนี้ได้ขอผ่อนเวลาการชำระหนี้ไว้ แต่ผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามกำหนด
เวลาที่ตกลงกัน หรือ
(๑๓) มีเหตุประการอื่นที่แสดงว่าสิทธิเรียกร้องนั้นคาดว่าจะเรียกคืนไม่ได้ ตาม
ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่ง