法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง กำหนดแนวทางปฏิบัติในการขออนุญาตนำเข้าหรือนำผ่านซึ่งสิ่งต้องห้ามตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 ที่แก้ไขแล้ว (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2544

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
7
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมวิชาการเกษตร

ประกาศกรมวิชาการเกษตร

เรื่อง

กำหนดแนวทางปฏิบัติในการขออนุญาต

นำเข้าหรือนำผ่านซึ่งสิ่งต้องห้าม

ตามพระราชบัญญัติกักพืช

พ.ศ. ๒๕๐๗ ที่แก้ไขแล้ว

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๔[๑]

โดยที่เป็นการสมควรให้มีการปรับปรุงแนวทางปฏิบัติ

ในการขออนุญาตนำเข้าหรือนำผ่านพืชที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม

ที่เป็นสิ่งต้องห้าม ตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. ๒๕๐๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกักพืช

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ให้ยกเลิกประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง กำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับขออนุญาตนำเข้าหรือนำผ่านซึ่งสิ่งต้องห้าม

ตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. ๒๕๐๗ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๗ ลงวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๓๗

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ผู้ใดประสงค์จะนำเข้าพืชที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม

ที่เป็นสิ่งต้องห้ามตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. ๒๕๐๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกักพืช

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาศึกษา ทดลอง

ในราชอาณาจักรจะต้องยื่นคำขออนุญาตนำสิ่งต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักร ตามแบบ พ.ก.

๑ ต่อกรมวิชาการเกษตร ที่กองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร

พร้อมเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณา ดังนี้

๒.๑ วัตถุประสงค์ และเหตุผลในการนำเข้า

๒.๒ รายงานวิธีการและผลการทดลอง

ตลอดจนระดับความปลอดภัยทางชีวภาพที่เคยดำเนินการมาก่อนและที่มีอยู่เดิม

๒.๓ ข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับ

(๑)

ชนิดพืชที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรมรวมทั้งชื่อทางพฤกษศาสตร์และสายพันธุ์

(๒) แหล่งหรือที่มาของสารพันธุกรรมที่ใช้ตัดต่อ

(๓) พาหะที่ใช้ในการถ่ายทอดสารพันธุกรรม

(๔) ขนาดและการเรียงลำดับเบส (sequence)

หรือการปรับเปลี่ยนที่ใส่เข้าไป (modification introduced) และบทบาทเฉพาะของสารพันธุกรรมที่ใช้ตัดต่อ

(๕)

ขั้นตอนหรือวิธีการที่ได้มาซึ่งพืชตัดต่อสารพันธุกรรม

(๖) วิธีการตรวจสอบพืชที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม

๒.๔ เอกสารวิธีการศึกษาทดลอง

ตามแนวทางการปฏิบัติในการศึกษาทดลองทางด้านความปลอดภัยทางชีวภาพด้านการเกษตรสาขาพืช

ตามที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด และ/หรือรายละเอียดของการศึกษาทดลองเฉพาะพืชเพิ่มเติมตามที่กรมวิชาการเกษตรเห็นสมควร

๒.๕ รายละเอียดอื่น ๆ ตามที่กรมวิชาการเกษตรเห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

เงื่อนไขในการศึกษาทดลอง

๓.๑ การศึกษาทดลองพืชที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม

ต้องปฏิบัติตามแนวทางการทดลองเพื่อความปลอดภัยทางชีวภาพของพืชที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรมแนบท้ายประกาศนี้

และเมื่อกรมวิชาการเกษตรเห็นว่ามีความปลอดภัยทางชีวภาพเพียงพอ จึงจะดำเนินการทดลองตามวัตถุประสงค์อื่นได้

ข้อความในวรรคแรก ไม่รวมถึงการศึกษาทดลองทางด้านประสิทธิภาพ

ที่ทำการศึกษาทดลองควบคู่กับการศึกษาทดลองทางด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ

ภายใต้มาตรการควบคุมอย่างเข้มงวด

๓.๒ ผู้รับผิดชอบในโครงการศึกษาทดลองจะต้องเป็นบุคคลที่เหมาะสมและกรมวิชาการเกษตรเชื่อถือ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ขั้นตอนการอนุญาตให้นำเข้า

๔.๑ ผ่านการตรวจสอบหลักฐาน ตามข้อ ๒ และเงื่อนไขตามข้อ ๓

๔.๒

ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการความปลอดภัยทางชีวภาพด้านการเกษตร กรมวิชาการเกษตร

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้รับใบอนุญาตให้นำเข้าจะต้องปฏิบัติ

ดังนี้

๕.๑ ในการนำเข้าพืชซึ่งได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม

ต้องมีใบรับรองปลอดศัตรูพืช (Phytosanitary Certificate) จากประเทศต้นทางกำกับมาด้วย

ในกรณีที่พืชที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม

ใช้จุลินทรีย์ในกระบวนการตัดต่อสารพันธุกรรม

ใบรับรองปลอดศัตรูพืชต้องระบุในช่องคำอธิบายเพิ่มเติม (Additional Declaration) ด้วยว่า

จุลินทรีย์ที่ใช้ในการตัดต่อสารพันธุกรรมได้หมดสภาพการเป็นเชื้อสาเหตุโรคพืชแล้ว หากหน่วยงานซึ่งรับผิดชอบในการออกใบรับรองปลอดศัตรูพืชไม่สามารถให้การรับรองโดยระบุข้อความดังกล่าว

ลงในใบรับรองปลอดศัตรูพืชได้ ให้สถาบันที่ทำการวิจัยเกี่ยวกับพืชตัดต่อสารพันธุกรรมนั้น

ๆ เป็นผู้ออกหนังสือรับรอง

๕.๒ ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง

ว่าด้วยการนำเข้าสิ่งต้องห้ามตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. ๒๕๐๗

แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกักพืช (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒

๕.๓

ต้องแจ้งกำหนดการนำเข้าพืชที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรมต่อกรมวิชาการเกษตรก่อนการนำเข้า

๖๐ วัน

๕.๔ ต้องแจ้งชื่อด่านตรวจพืชที่นำเข้า ซึ่งสามารถนำเข้าได้

๓ ด่าน เท่านั้น คือ ด่านตรวจพืชท่าเรือกรุงเทพฯ ด่านตรวจพืชท่าอากาศยานกรุงเทพฯ

และด่านตรวจพืชไปรษณีย์กลางกรุงเทพฯ

๕.๕

ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขทางวิชาการที่กรมวิชาการเกษตรกำหนดอย่างเคร่งครัด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ในการศึกษาทดลอง ต้องดำเนินการ ดังนี้

๖.๑

ต้องดำเนินการภายใต้การดูแลของคณะทำงานตรวจสอบความปลอดภัยทางชีวภาพภาคสนาม

ของกรมวิชาการเกษตร และต้องรายงานความก้าวหน้าให้คณะทำงานดังกล่าวทราบในระยะเวลาที่กำหนด

๖.๒ ต้องดำเนินการในสถานที่ที่ได้รับอนุญาต

ซึ่งสถานที่ดังกล่าวจะต้องผ่านการตรวจสอบจากคณะทำงานตรวจสอบความปลอดภัยทางชีวภาพภาคสนามตามมาตรฐานที่กรมวิชาการเกษตรกำหนดในเอกสารแนบท้ายประกาศ

๖.๓ เมื่อสิ้นสุดการทดลอง จะต้องเสนอรายงานผลการศึกษาทดลองให้กรมวิชาการเกษตรทราบ

และดำเนินการทำลายพืช รวมทั้งซากของพืชดังกล่าวตามวิธีการที่คณะทำงานตรวจสอบความปลอดภัยทางชีวภาพภาคสนามกำหนด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

อธิบดีกรมวิชาการเกษตรจะอนุญาตให้นำเข้าเฉพาะเพื่อการศึกษาทดลองและวิจัยเท่านั้น

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔

ณรงค์ศักดิ์ เสนาณรงค์

รองอธิบดี รักษาราชการแทน

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร

[เอกสารแนบท้าย]

๑. แนวทางการทดลองเพื่อความปลอดภัยทางชีวภาพของพืชที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

อัมพิกา/แก้ไข

๓/๙/๔๔

สุกัญญา/ผู้จัดทำ

๒๓ ธันวาคม ๒๕๔๘

พิมลกร/ปรับปรุง

๔ ตุลาคม ๒๕๕๖

พลัฐวัษ/ตรวจ

๔ ตุลาคม ๒๕๕๖

จุฑามาศ/ปรับปรุง

๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๘/ตอนพิเศษ ๔๓ ง/หน้า ๑๑/๑๗

พฤษภาคม ๒๕๔๔

7 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง กำหนดแนวทางปฏิบัติในการขออนุญาตนำเข้าหรือนำผ่านซึ่งสิ่งต้องห้ามตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 ที่แก้ไขแล้ว (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2544 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d02251c9f91ed049

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com