ข้อ ๖
หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน
(๑) การขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจะขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานให้แก่ผู้สอบผ่านเพื่อเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน
ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง การขึ้นบัญชีและการรับรองผู้สอบผ่านเพื่อเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน
โดยจะออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน
หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานมีผลใช้บังคับสามปี
นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน
(๒) การต่ออายุการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน
(ก) ให้ผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานที่ประสงค์จะต่ออายุการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานยื่นคำขอต่ออายุการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานต่ออธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
ก่อนวันที่หนังสือรับรองตามข้อ ๖ (๑) วรรคสอง หมดอายุไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน
(ข) ผู้ที่ประสงค์จะต่ออายุการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานตามข้อ
(ก) จะต้องยื่นหลักฐานแสดงประสบการณ์ในการทำงานเป็นที่ปรึกษาในการจัดทำระบบบริหารจัดการมาตรฐานแรงงานอย่างน้อย
๑ ระบบ ต่อปี และหลักฐานแสดงการพัฒนาวิชาชีพตามข้อ ๖ (๔) และข้อ ๖ (๕)
และมีการประเมินใหม่ตามข้อ ๖ (๖) เมื่อได้รับอนุมัติให้ต่ออายุการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานแล้ว
อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจะออกหนังสือรับรองการต่ออายุการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานให้
หนังสือรับรองการต่ออายุให้มีผลใช้บังคับหนึ่งปีนับแต่วันที่ออกหนังสือรับรอง
(ค) ผู้ได้รับการต่ออายุการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานตาม
(ข) ที่มีความประสงค์จะเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานต้องยื่นคำขอต่ออายุการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานต่ออธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
ก่อนวันที่หนังสือรับรองหมดอายุไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน โดยยื่นหลักฐานแสดงประสบการณ์ในการทำงานเป็นที่ปรึกษาในการจัดทำระบบบริหารจัดการมาตรฐานแรงงานและหลักฐานการพัฒนาวิชาชีพตามข้อ
๖ (๔) และข้อ ๖ (๕)
(ง) ให้นำความใน (ก) และ (ข) มาบังคับใช้โดยอนุโลม
สำหรับการต่ออายุการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานที่ได้รับการต่ออายุมาครบสามปี
(๓) หลักฐานที่แสดงว่าที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานมีประสบการณ์ในการจัดทำระบบบริหารจัดการมาตรฐานแรงงาน
จะต้องลงนามรับรองโดยผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลของสถานประกอบกิจการที่ที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานได้ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา
หลักฐานนี้อาจแสดงในรูปของหนังสือรับรองการทำงาน โดยมีรายละเอียดครอบคลุมถึงงานที่ปฏิบัติ
ตำแหน่ง และขอบข่ายความรับผิดชอบ
(๔) หลักฐานในการจัดทำระบบบริหารจัดการมาตรฐานแรงงานที่นำมาพิจารณา
คือ การให้บริการคำปรึกษาพัฒนาระบบมาตรฐานแรงงานตามมาตรฐานแรงงานไทย (มรท. ๘๐๐๑ - ๒๕๔๖)
หรือมาตรฐานแรงงานอื่น หรือมาตรฐานอื่น หรือให้บริการคำปรึกษาด้านกฎหมายแรงงาน ด้านการผลิต
ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่มีรายละเอียดของงานที่ปฏิบัติซึ่งมีเนื้อหาเพียงพอที่จะทำให้ประสบการณ์การให้คำปรึกษาเทียบเท่ากับการให้คำปรึกษามาตรฐานแรงงานไทย
(มรท. ๘๐๐๑ - ๒๕๔๖)
ให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นผู้พิจารณาประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาของที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน
(๕) การพัฒนาวิชาชีพ
(ก) ผู้ได้รับการต่ออายุเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานต้องมีการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง
ปีละไม่น้อยกว่าสามชั่วโมง หลักฐานการพัฒนาวิชาชีพดังกล่าวต้องได้รับการรับรองจากผู้จัดให้มีการพัฒนาวิชาชีพของผู้ได้รับการต่ออายุเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน
(ข) หลักฐานการพัฒนาวิชาชีพ ต้องแสดงช่วงเวลา ชื่อหลักสูตร
ชื่อผู้จัดหลักสูตร สถานที่ติดต่อของผู้จัดหลักสูตร และเนื้อหาหลักสูตร
(ค) การคัดเลือกการพัฒนาวิชาชีพที่เหมาะสม ผู้ได้รับการต่ออายุเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน
ควรพิจารณาจุดแข็งของตนเอง และระบุชี้เรื่องที่ควรปรับปรุง
(๖) การประเมินใหม่ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
จะจัดให้มีการประเมินใหม่
โดยคณะประเมินซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ดังต่อไปนี้
(ก) ประเมินเอกสารที่ได้รับจากผู้ยื่นคำขอต่ออายุการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน
ตามข้อ ๖ (๔) และข้อ ๖ (๕)
(ข) ทดสอบความสามารถในการให้คำปรึกษาของผู้ยื่นคำขอ
โดยการสอบข้อเขียนหรือสอบสัมภาษณ์