法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง คุณสมบัติของผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
11
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

เรื่อง

คุณสมบัติของผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

โดยที่ ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนามาตรฐานแรงงานไทย

(มรท. ๘๐๐๑-๒๕๔๖) พ.ศ. ๒๕๔๙ ข้อ ๑๑ วรรคสาม กำหนดให้ผู้เชี่ยวชาญ และที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

ต้องมีคุณสมบัติตามที่อธิบดีกำหนด ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดดังกล่าว

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจึงกำหนดคุณสมบัติของผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

เรื่อง คุณสมบัติของผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ยกเลิกประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

เรื่อง คุณสมบัติของผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานไทย ลงวันที่ ๓๑ มกราคม

พ.ศ. ๒๕๔๙

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ผู้เชี่ยวชาญต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) มีประสบการณ์ในการทำงานไม่น้อยกว่าสิบปีในสาขาด้านแรงงาน

ด้านการผลิต ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ด้านการบริหารคุณภาพ ด้านกฎหมาย หรือด้านการฝึกอบรม

(๒) มีบุคลิกภาพดี เป็นที่น่าเชื่อถือ ยอมรับข้อคิดเห็นของผู้อื่น

มีเหตุมีผลเชื่อมั่นในตนเองมีความสามารถในการเป็นผู้นำ การวิเคราะห์แก้ไขปัญหา

(๓) มีความสามารถในการบริหารจัดการทั้งระบบ เพื่อให้การเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์อย่างมีคุณภาพ

(๔) มีความสามารถรับรู้ สื่อความได้ดีทั้งโดยการเขียนหรือพูดในภาษาที่ใช้ในการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

(๕) มีความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานกระบวนการให้คำปรึกษาด้านแรงงาน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติ

ดังต่อไปนี้

(๑) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี

(๒) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในข้อ ๖

(๓) มีประสบการณ์ในการทำงานไม่น้อยกว่าสามปี ในการเป็นที่ปรึกษามาตรฐานแรงงานหรือเป็นที่ปรึกษามาตรฐานอื่น

หรือเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายแรงงาน ด้านการผลิต ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์

(๔) มีบุคลิกภาพดีเป็นที่น่าเชื่อถือ ยอมรับข้อคิดเห็นของผู้อื่น

มีเหตุมีผล และเชื่อมั่นในตนเอง

(๕) สามารถรับรู้และสื่อข้อความได้ดีทั้งการเขียนและการพูดในภาษาที่ใช้ในการตรวจประเมิน

(๖) มีความสามารถในการวางแผนและการจัดการพัฒนามาตรฐานแรงงานให้ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์อย่างมีคุณภาพ

รวมทั้งการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาต่างๆ

(๗) มีจรรยาบรรณของการเป็นที่ปรึกษา ได้แก่

(ก) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต เสมอภาค และปราศจากอคติ

(ข) ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ

(ค) เพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ และทักษะในการทำงานเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

(ง) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว ถูกต้อง

สมเหตุสมผล

(จ) ประพฤติตนเป็นผู้ตรงต่อเวลา และใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่

(ฉ) มีความรับผิดชอบ และมุ่งผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงาน

(ช) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเอื้อเฟื้อ มีน้ำใจ ใช้กิริยาวาจาที่สุภาพ

อ่อนโยนและมีมนุษยสัมพันธ์อันดี

(ซ) ส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดความสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจในบรรดาผู้ร่วมปฏิบัติงาน

(ฌ) ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบและไม่เรียกร้องการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนตัว

(ญ) ละเว้นการนำผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตน

(๘) ไม่มีความเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมในระยะเวลาสองปีก่อนหน้านั้นกับผู้รับการพัฒนามาตรฐานแรงงานในเรื่องการเป็นผู้ตรวจประเมิน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

(๑) การขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจะขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานให้แก่ผู้สอบผ่านเพื่อเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง การขึ้นบัญชีและการรับรองผู้สอบผ่านเพื่อเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

โดยจะออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานมีผลใช้บังคับสามปี

นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

(๒) การต่ออายุการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

(ก) ให้ผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานที่ประสงค์จะต่ออายุการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานยื่นคำขอต่ออายุการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานต่ออธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ก่อนวันที่หนังสือรับรองตามข้อ ๖ (๑) วรรคสอง หมดอายุไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

(ข) ผู้ที่ประสงค์จะต่ออายุการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานตามข้อ

(ก) จะต้องยื่นหลักฐานแสดงประสบการณ์ในการทำงานเป็นที่ปรึกษาในการจัดทำระบบบริหารจัดการมาตรฐานแรงงานอย่างน้อย

๑ ระบบ ต่อปี และหลักฐานแสดงการพัฒนาวิชาชีพตามข้อ ๖ (๔) และข้อ ๖ (๕)

และมีการประเมินใหม่ตามข้อ ๖ (๖) เมื่อได้รับอนุมัติให้ต่ออายุการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานแล้ว

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจะออกหนังสือรับรองการต่ออายุการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานให้

หนังสือรับรองการต่ออายุให้มีผลใช้บังคับหนึ่งปีนับแต่วันที่ออกหนังสือรับรอง

(ค) ผู้ได้รับการต่ออายุการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานตาม

(ข) ที่มีความประสงค์จะเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานต้องยื่นคำขอต่ออายุการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานต่ออธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ก่อนวันที่หนังสือรับรองหมดอายุไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน โดยยื่นหลักฐานแสดงประสบการณ์ในการทำงานเป็นที่ปรึกษาในการจัดทำระบบบริหารจัดการมาตรฐานแรงงานและหลักฐานการพัฒนาวิชาชีพตามข้อ

๖ (๔) และข้อ ๖ (๕)

(ง) ให้นำความใน (ก) และ (ข) มาบังคับใช้โดยอนุโลม

สำหรับการต่ออายุการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานที่ได้รับการต่ออายุมาครบสามปี

(๓) หลักฐานที่แสดงว่าที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานมีประสบการณ์ในการจัดทำระบบบริหารจัดการมาตรฐานแรงงาน

จะต้องลงนามรับรองโดยผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลของสถานประกอบกิจการที่ที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานได้ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา

หลักฐานนี้อาจแสดงในรูปของหนังสือรับรองการทำงาน โดยมีรายละเอียดครอบคลุมถึงงานที่ปฏิบัติ

ตำแหน่ง และขอบข่ายความรับผิดชอบ

(๔) หลักฐานในการจัดทำระบบบริหารจัดการมาตรฐานแรงงานที่นำมาพิจารณา

คือ การให้บริการคำปรึกษาพัฒนาระบบมาตรฐานแรงงานตามมาตรฐานแรงงานไทย (มรท. ๘๐๐๑ - ๒๕๔๖)

หรือมาตรฐานแรงงานอื่น หรือมาตรฐานอื่น หรือให้บริการคำปรึกษาด้านกฎหมายแรงงาน ด้านการผลิต

ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่มีรายละเอียดของงานที่ปฏิบัติซึ่งมีเนื้อหาเพียงพอที่จะทำให้ประสบการณ์การให้คำปรึกษาเทียบเท่ากับการให้คำปรึกษามาตรฐานแรงงานไทย

(มรท. ๘๐๐๑ - ๒๕๔๖)

ให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นผู้พิจารณาประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาของที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

(๕) การพัฒนาวิชาชีพ

(ก) ผู้ได้รับการต่ออายุเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานต้องมีการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง

ปีละไม่น้อยกว่าสามชั่วโมง หลักฐานการพัฒนาวิชาชีพดังกล่าวต้องได้รับการรับรองจากผู้จัดให้มีการพัฒนาวิชาชีพของผู้ได้รับการต่ออายุเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

(ข) หลักฐานการพัฒนาวิชาชีพ ต้องแสดงช่วงเวลา ชื่อหลักสูตร

ชื่อผู้จัดหลักสูตร สถานที่ติดต่อของผู้จัดหลักสูตร และเนื้อหาหลักสูตร

(ค) การคัดเลือกการพัฒนาวิชาชีพที่เหมาะสม ผู้ได้รับการต่ออายุเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

ควรพิจารณาจุดแข็งของตนเอง และระบุชี้เรื่องที่ควรปรับปรุง

(๖) การประเมินใหม่ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

จะจัดให้มีการประเมินใหม่

โดยคณะประเมินซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ดังต่อไปนี้

(ก) ประเมินเอกสารที่ได้รับจากผู้ยื่นคำขอต่ออายุการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

ตามข้อ ๖ (๔) และข้อ ๖ (๕)

(ข) ทดสอบความสามารถในการให้คำปรึกษาของผู้ยื่นคำขอ

โดยการสอบข้อเขียนหรือสอบสัมภาษณ์

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้ผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานมีหน้าที่

ดังต่อไปนี้

(๑) ปฏิบัติตามข้อกำหนดในประกาศนี้

(๒) ไม่นำหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนไปใช้ในทางที่อาจทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ในกรณีที่ผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้

ให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมีอำนาจพิจารณาสั่งการอย่างหนึ่งอย่างใด

ดังต่อไปนี้

(๑) มีหนังสือเตือนให้ปฏิบัติให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด

(๒) ให้ระงับการดำเนินการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

(๓) เพิกถอนหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจะยกเลิกการขึ้นทะเบียนเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานได้ในกรณี

ดังต่อไปนี้

(๑) ผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานแจ้งยกเลิกการขึ้นทะเบียนเป็นหนังสือ

(๒) ผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานไม่มายื่นคำขอต่ออายุการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานภายในกำหนดตามข้อ

๖ (๒)

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ในกรณีที่ที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานประสงค์จะใช้สิทธิอุทธรณ์

ในกรณีอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานสั่งการให้ระงับการดำเนินการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานหรือเพิกถอนหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานตามข้อ

๘ (๒) และ (๓) ให้ยื่นอุทธรณ์เป็นหนังสือต่ออธิบดีภายในระยะเวลาสิบห้าวัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณา

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพิจารณาอุทธรณ์ให้เสร็จสิ้นและแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้อุทธรณ์ทราบภายในระยะเวลาหกสิบวัน

นับแต่วันได้รับอุทธรณ์ คำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด

ประกาศ

ณ วันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙

ผดุงศักดิ์

เทพหัสดิน ณ อยุธยา

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

นันทนา/ผู้จัดทำ

๑๘ กรกฎาคม ๒๕๔๙

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๖๖ ง/หน้า ๑๑/๑๓ กรกฎาคม ๒๕๔๙

11 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง คุณสมบัติของผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d03e9ab2dc5d1c06

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com