ข้อ ๙ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๔๔/๒ แห่งระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน พ.ศ. ๒๕๕๘
ข้อ ๔๔/๒ ห้ามมิให้อนุกรรมการดำเนินการตรวจสอบคำร้องที่ได้รับมอบหมาย เมื่อปรากฏเหตุ ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นผู้ที่ได้ถูกอ้างเป็นพยานโดยเป็นผู้ที่รู้เห็นเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับคำร้องนั้น
(๒) เป็นผู้มีส่วนได้เสียในคำร้อง หรือเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม หรือผู้แทน หรือได้เป็นทนายความของคู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาแล้ว
(๓) มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ร้องหรือผู้ถูกร้อง
(๔) เป็นผู้ร้อง ผู้ถูกร้อง หรือเป็นคู่สมรส บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือพี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมบิดาหรือมารดากับผู้ร้องหรือผู้ถูกร้อง
(๕) มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดในฐานะญาติหรือเป็นหุ้นส่วนหรือมีผลประโยชน์ร่วมกันหรือขัดแย้งกับผู้ร้องหรือผู้ถูกร้อง
ในกรณีที่ปรากฏว่ามีเหตุตามวรรคหนึ่ง ให้อนุกรรมการผู้นั้นแจ้งต่อประธานกรรมการโดยเร็ว ระหว่างนั้นห้ามมิให้อนุกรรมการผู้นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการของคณะอนุกรรมการในคำร้องนั้น
ความในวรรคสองให้ใช้บังคับในกรณีที่คู่กรณีร้องคัดค้านว่าอนุกรรมการผู้ใดมีเหตุตามวรรคหนึ่งด้วยโดยอนุโลม
การยื่นคำคัดค้านตามวรรคสาม ให้ทำเป็นหนังสือยื่นต่อประธานอนุกรรมการและประธานกรรมการก่อนคณะอนุกรรมการจะได้พิจารณาสำนวนในเรื่องนั้นเสร็จสิ้น โดยจะต้องแสดงข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการคัดค้านไว้ให้ปรากฏในคำคัดค้านด้วย ในการพิจารณาคำคัดค้าน ให้คณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด