ข้อ ๙ ผู้ถูกกล่าวหาอาจคัดค้านคณะกรรมการสอบสวนคนหนึ่งคนใดได้
โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อ ก.อ.
ภายในสิบห้าวันนับแต่วันทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน
หรือถ้าทราบเหตุที่พึงคัดค้านในระหว่างการสอบสวน ก็ให้ยื่นหนังสือคัดค้านต่อ ก.อ.
ภายในสิบห้าวันนับแต่วันทราบเหตุแห่งการคัดค้าน
ให้ ก.อ. พิจารณาโดยเร็ว
โดยให้สำนักงานคณะกรรมการอัยการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้คัดค้านและคณะกรรมการสอบสวนทราบ
ผลการพิจารณาให้เป็นที่สุด
เหตุแห่งการคัดค้านคณะกรรมการสอบสวน มีดังนี้
(๑) มีผลประโยชน์ได้เสียเกี่ยวข้องอยู่ในเรื่องที่สอบสวนนั้น
(๒) เป็นคู่หมั้น คู่สมรส บุพการี ผู้สืบสันดาน
หรือพี่น้องร่วมบิดามารดา หรือร่วมบิดา หรือร่วมมารดาของคู่กรณี
(๓) เป็นผู้ที่ได้ถูกอ้างเป็นพยานโดยที่ได้รู้เห็นเหตุการณ์
หรือโดยเป็นผู้เชี่ยวชาญ มีความรู้เป็นพิเศษเกี่ยวข้องกับเรื่องที่สอบสวน
(๔) เป็นผู้แทนโดยชอบธรรม หรือผู้แทน
หรือได้เป็นทนายความของคู่กรณีมาแล้ว
(๕) เป็นพนักงานอัยการผู้ตรวจพิจารณา มีคำสั่งคดี หรือดำเนินคดี
หรือเป็นอนุญาโตตุลาการในคดีเกี่ยวข้องกับเรื่องที่สอบสวน
(๖) ถ้ามีอีกเรื่องหนึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินคดี ซึ่งกรรมการนั้นเอง
หรือคู่สมรส
หรือญาติทางสืบสายโลหิตตรงขึ้นไปหรือตรงลงมาของกรรมการนั้นฝ่ายหนึ่งพิพาทกับคู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
หรือคู่สมรสหรือญาติทางสืบสายโลหิตตรงขึ้นไปหรือตรงลงมาของคู่กรณีฝ่ายนั้นอีกฝ่ายหนึ่ง
(๗) เป็นเจ้าหนี้ หรือลูกหนี้ หรือเป็นนายจ้างของคู่กรณี
(๘) เป็นผู้มีสาเหตุโกรธเคืองกับคู่กรณี หรือเป็นคู่กรณีเอง
(๙) มีเหตุอื่นซึ่งอาจทำให้การสอบสวนเสียความเป็นธรรม