ข้อ ๓ สัญญาการให้บริการจัดสรรเวลาเข้าใช้สถานที่พักที่ผู้ประกอบธุรกิจทำกับผู้บริโภคต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถเห็นและอ่านได้ชัดเจน
มีขนาดตัวอักษรไม่เล็กกว่าสองมิลลิเมตร โดยมีจำนวนไม่เกินสิบเอ็ดตัวอักษรในหนึ่งนิ้ว
และจะต้องใช้ข้อสัญญาที่มีสาระสำคัญและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) รายละเอียดเกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจและสถานที่พักที่ให้บริการ
ดังนี้
(ก) ชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ โทรสาร อีเมล
และช่องทางสื่อสารอื่นที่สามารถติดต่อได้ของผู้ประกอบธุรกิจ
(ข)
ชื่อและที่อยู่ของผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองของสถานที่พักที่ให้บริการ
(ค) ชื่อและสถานที่ตั้งของสถานที่พักที่ให้บริการ
(ง) ลักษณะแห่งสิทธิของผู้ประกอบธุรกิจในสถานที่พัก
รวมทั้งระยะเวลาการมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในสถานที่พักแต่ละแห่งของผู้ประกอบธุรกิจ
ประเภท ระดับ ราคา จำนวนสมาชิก และจำนวนสถานที่พักที่ให้บริการทั้งในประเทศและต่างประเทศ
รวมถึงการให้บริการที่สมาชิกจะได้รับจากสถานที่พัก
(จ)
ให้กำหนดวันที่ให้สิทธิสมาชิกรับบริการจัดสรรเวลาเข้าใช้สถานที่พัก
(ฉ) กรณีที่มีสถานที่พักอยู่แล้วและมีสถานที่พักอื่นอยู่ระหว่างก่อสร้าง
หรืออยู่ระหว่างการได้กรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง
ให้กำหนดวันที่ที่สมาชิกจะสามารถเข้าใช้บริการที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกได้
และต้องระบุชื่อบุคคลหรือนิติบุคคลที่รับผิดชอบโครงการ
รายละเอียดเกี่ยวกับเอกสารสิทธิในที่ดิน แผนผังการก่อสร้างที่แสดงลักษณะที่ตั้งขอบเขตที่ดินและอาคารที่ก่อสร้าง
รวมทั้งข้อมูลที่สมาชิกจำเป็นต้องทราบเกี่ยวกับที่พักอีกด้วย
(๒) รายละเอียดเกี่ยวกับค่าสมาชิกและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ดังนี้
(ก) อัตราค่าสมาชิก
(ข) ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่มีการเรียกเก็บจากสมาชิก เช่น ค่าธรรมเนียมสมาชิกรายปีหรือค่าบำรุงสมาชิกรายปี
ค่าธรรมเนียมการต่ออายุสัญญา ค่าธรรมเนียมในการใช้สิทธิแบ่งวันเข้าพัก ค่าธรรมเนียมในการแลกเปลี่ยนฤดูกาลในการเข้าพัก
(ค) อัตราการปรับขึ้นหรือลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตาม (ข)
และค่าปรับอื่นใด
(ง) เงื่อนไขและวิธีการชำระเงิน ตาม (ก) (ข) และ (ค)
(๓) รายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิ ข้อจำกัดสิทธิ
และเงื่อนไขการใช้สิทธิของสมาชิก ดังนี้
(ก) วันเริ่มต้นและสิ้นสุดในการใช้สิทธิจองสถานที่พัก
(ข) วันเริ่มต้นและสิ้นสุดในการใช้สิทธิพักในสถานที่พัก
(ค) จำนวนผู้มีสิทธิเข้าพัก จำนวนวัน และจำนวนครั้งที่สมาชิกมีสิทธิใช้สถานที่พักต่อปี
(๔) รายชื่อและที่อยู่ผู้ประกอบธุรกิจอื่นที่เป็นผู้ร่วมดำเนินการ
ผู้ประสานงานในการแลกเปลี่ยนสถานที่พักหรือซื้อสิทธิสถานที่พักเพิ่มเติมทั้งในประเทศและต่างประเทศ
(๕) สิทธิของผู้บริโภคในการโอนสิทธิตามสัญญาให้บุคคลที่สาม ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสมาชิกได้เมื่อได้มีการบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษร
โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ประกอบธุรกิจ
(๖) การผิดสัญญาเรื่องใดของผู้บริโภค
ที่ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิเลิกสัญญาหรือไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อหนึ่งข้อใด
ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องระบุเหตุในเรื่องนั้น ๆ
ไว้เป็นการเฉพาะด้วยตัวอักษรสีแดงหรือตัวดำ
หรือตัวเอนที่เห็นเด่นชัดกว่าข้อความทั่วไป
และก่อนการบอกเลิกสัญญาต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้บริโภคทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
(๗) สิทธิเลิกสัญญาของผู้บริโภค มีดังนี้
(ก) ผู้ประกอบธุรกิจมีสถานที่พักไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับจำนวนสมาชิก
(ข) ผู้ประกอบธุรกิจจัดหาสถานที่พักไม่เป็นไปตาม (๑) หรือ (๑๓)
หรือจัดบริการไม่เป็นไปตาม (๑๔)
(๘) การคืนเงินสด หรือเช็ค
หรือนำเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารพาณิชย์ของผู้บริโภค ภายในสามสิบวัน
นับแต่วันเลิกสัญญา
ในกรณีที่ผู้บริโภคเป็นฝ่ายบอกเลิกสัญญาตาม (๗)
ไม่ตัดสิทธิผู้บริโภคที่จะเรียกเบี้ยปรับในอัตราเดียวกันกับอัตราเบี้ยปรับที่ผู้ประกอบธุรกิจกำหนดให้ผู้บริโภคต้องชำระในกรณีผิดนัดชำระตามสัญญา
(๙) ผู้บริโภคมีสิทธิเลิกสัญญา
โดยการส่งหนังสือแสดงเจตนาไปยังผู้ประกอบธุรกิจ ภายในเวลาสิบสี่วัน นับแต่วันที่ทำสัญญา
(๑๐) เมื่อผู้บริโภคใช้สิทธิเลิกสัญญาตาม (๙)
ให้ผู้ประกอบธุรกิจคืนเงินเต็มจำนวนที่ผู้บริโภคจ่ายไปเพื่อการซื้อบริการนั้น
ภายในกำหนดเวลาสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแสดงเจตนา
และถ้าผู้ประกอบธุรกิจไม่คืนเงินตามจำนวนและภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว
ให้ผู้ประกอบธุรกิจนั้นชำระเบี้ยปรับตามอัตราที่กำหนดในวรรคสองของ (๘)
(๑๑) ในกรณีที่ผู้บริโภคชำระค่าสมาชิกและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ
ด้วยบัตรเครดิต
ผู้ประกอบธุรกิจมีหน้าที่ต้องแจ้งระงับการเรียกเก็บเงินจากบัตรเครดิตทันทีเมื่อสัญญาสิ้นสุดลง
(๑๒) คำบอกกล่าวตามกฎหมายหรือตามสัญญา
ต้องส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับให้แก่ผู้บริโภคตามที่อยู่ที่ระบุไว้ในสัญญา
หรือที่อยู่ที่ผู้บริโภคได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงไว้เป็นลายลักษณ์อักษรครั้งหลังสุด
(๑๓) ข้อความที่แสดงเงื่อนไขการรับประกันการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจที่จะให้บริการจัดสรรเวลาในการเข้าใช้สถานที่พัก
(๑๔) ข้อความหรือโฆษณา หรือหนังสือชักชวนที่นำออกโฆษณาแก่บุคคลทั่วไป
หรือการสื่อสารข้อมูลไม่ว่าจะทำในรูปแบบใด เพื่อเสนอบริการของผู้ประกอบธุรกิจ